ซัมซุงมองใหม่ แค่ฟังก์ชั่นไม่พอ ถึงวันที่เครื่องปรับอากาศต้องขายประสบการณ์ร่วม

Jan 24, 2020 N.Rotchana

ตลาดเครื่องปรับอากาศ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตลาด ที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนซึ่งเป็นช่วงฤดูการขายที่สำคัญ จากความต้องการของผู้บริโภคที่ตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศเครื่องแรกเพื่อคลายความร้อน หรือเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่ทดแทนเครื่องเก่าที่ใช้งานมานาน

ซัมซุง ก็เช่นกัน ได้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทำให้เมื่อปีที่ผ่านมา มีรายได้จากเครื่องปรับอากาศ 25,000 ล้านบาท โต 36% เรียกได้ว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์

ที่ผ่านมาซัมซุงทำการตลาดแบบที่เน้นตัวผลิตภัณฑ์ (Product of centric) แต่เมื่อต้นปี ในงาน คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ ประจำปี 2563 (CES 2020) ณ ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ซัมซุงได้ประกาศก้าวเข้าสู่ Age of Experience

โดยต่อจากนี้จะทำการตลาดแบบเน้นไปที่ลูกค้า (Customer Centric) ให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งตรงกับแนวคิดที่ประกาศไว้ นั่นคือ Age of Experience สร้างประสบการณ์ส่วนบุคคลที่รวมเอาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าไว้ด้วยกัน มอบความสะดวกสบาย สนุกสนาน และมีความหมายมากกว่าที่เคย

การใช้งานของเครื่องปรับอากาศต่อจากนี้จะไม่ใช่เพียงแค่เพื่อคลายความร้อน แต่จะเป็นการมอบประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการในการดูแลตนเองและครอบครัว หรือวิธีการปรับแต่งบ้านเพื่อให้เข้ากับความต้องการของแต่ละ ผ่านการนำเสนอของ AI , เทคโนโลยี 5G และ Edge Computing

เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ รองประธาน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของซัมซุงในปี้ได้พัฒนาตามแนวคิด Age of Experience โดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง สามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น”

ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1

การเปิดตัวเครื่องปรับอากาศ Wind-Free™ Premium Plus พร้อมไลน์อัปใหม่ในปีนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของซัมซุงในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมากว่า 1 ทศวรรษ ซึ่งเป็นเครื่องปรับอากาศระบบลมเย็นไม่ปะทะตัว รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ ที่ช่วยพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ในขณะที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้ใช้งานอย่างสูงสุด

มาพร้อมนวัตกรรมที่โดดเด่น

AI Auto Cooling โดยระบบจะวิเคราะห์สภาพห้อง พร้อมปรับอุณหภูมิให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้ รวมถึงวิเคราะห์สภาพอากาศภายนอกอาคารเพื่อปรับไปยังโหมดที่เหมาะสมที่สุด เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเครื่องปรับอากาศให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

Digital Inverter Boost ช่วยลดระยะเวลาการทำงานของตัวเครื่อง ให้ประสิทธิภาพความเย็นทันใจเร็วขึ้นถึง 43 เปอร์เซ็นต์

แอปพลิเคชัน SmartThings ระบบควบคุมอัจฉริยะ ผู้ใช้สามารถควบคุมและตั้งค่าเครื่องปรับอากาศผ่านแอป เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ กำหนดเวลา รวมถึงตรวจสอบการใช้พลังงาน พร้อมมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงพลังงานที่สูญเปล่า

ลดการใช้พลังงาน

Wind-Free™ Premium Plus ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานได้สูงถึง 73% เป็นเพราะ Digital Inverter Boost ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงสามารถรักษาอุณหภูมิให้เย็นสบาย

และมาพร้อมกับฉลากประหยัดไฟ  A+++ จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งยังได้รับค่าระดับประสิทธิภาพพลังงานสูงสุด จากการทดสอบแบบ SEER และ SCOP ในยุโรป

นอกเหนือจากนั้นยังมีฟีเจอร์ Motion Detect Sensor ตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ที่อยู่ภายในห้อง สามารถเลือกให้ลมตามตัวหรือไม่ปะทะตัวก็ได้ นอกจากนี้เมื่อไม่มีความเคลื่อนไหวระบบจะปรับเปลี่ยนการตั้งค่าโดยอัตโนมัติเพื่อให้ความเย็นคงที่พร้อมหลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น

เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าเดิม

Wind-Free™ Premium Plus ถูกออกแบบมาเพื่อสุขภาพของผู้ใช้อย่างแท้จริง ด้วยตัวกรองอากาศขั้นสูง PM1.0 สามารถดึงเอาอากาศทั่วทั้งห้องเข้ามา พร้อมดักจับอนุภาคขนาดเล็กเพื่อเปลี่ยนเป็นอากาศบริสุทธิ์ได้เร็วขึ้นเป็น 2 เท่า

มากไปกว่านั้น ยังมีตัวกรองพิเศษ Tri-Care Filter ที่เน้นปกป้องสุขภาพผู้บริโภคเพิ่มจากเดิมด้วยการตรวจจับฝุ่นขนาดเล็กพร้อมยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้ในอากาศด้วยสารเคลือบพิเศษ “ซีโอมิค”

และมาพร้อมกับ 3 Step Auto Clean ที่จะทำงานทันทีที่ผู้ใช้สั่งเปิด โดยพัดลมจะเริ่มเป่าลมเพื่อไล่เศษฝุ่นและความชื้นออกจากคอยล์เย็น ป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราช่วยให้อากาศสะอาด เตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานครั้งถัดไป

ในปีนี้นอกจากการจะเข้าใจผู้บริโภคเพื่อตอบโจทย์ความต้องการแล้ว ทางซัมซุงต้องเข้าใจความต้องการช่างอีกด้วย เพื่อได้มอบประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่ติดตั้งและการใช้งาน ไปจนถึงการบริการหลังการขาย ยิ่งไปกว่านั้น ช่างสามารถติดตั้ง Wind-Free™ Premium Plus ให้แล้วเสร็จได้ภายในเวลา 5.1 นาทีเท่านั้น เป็นเพราะชิ้นส่วนของ Wind-Free™ Premium Plus ทางซัมซุงได้มีการลดจำนวนวัสดุลง ทำให้ช่างสามารถติดตั้งได้รวดเร็วขึ้น ตอบโจทย์ได้ทั้งผู้บริโภคและตัวช่างติดตั้งเอง

ในส่วนของการทำการตลาด มุ่งเน้นการสื่อสารถึงประสบการณ์จริงที่พวกเขาจะได้รับ โดยเฉพาะแคมเปญดิจิทัลซึ่งเจาะไปยังกลุ่มเป้าหมายหลักตามกลยุทธ์ของปีนี้คือลูกค้ากลุ่มพรีเมียม โดยตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเซกเมนต์นี้เป็น 25% ในปีนี้ พร้อมขึ้นแท่น 1 ใน 2 แบรนด์ผู้นำภายใน 3 ปี

ปีนี้ ซัมซุง มีความพร้อมในเรื่องของการสร้าง Smart Home เพราะสินค้าหลักของ Samsung ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าล้วนมีการพัฒนาเพื่อรองรับกับความต้องการในอนาคตไว้แล้ว

เฉลิมพงษ์ เล่าว่า “ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth ได้หมดแล้ว ทำให้ปีนี้เราจะไม่อยู่ในกรอบเดิมๆ เราต้องเปิดกว้างมากขึ้น เพื่อที่เราจะเป็นศูนย์กลาง พัฒนา Hub ของเราเองด้วยการเปิดตัว Platform ใหม่สำหรับการสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ที่สามารถสื่อสารได้กับอุปกรณ์ทุกอย่างตั้งแต่หลอดไฟไปจนถึงผ้าม่านไฟฟ้า, กล้อง CCTV หรือเซ็นเซอร์ที่จับความเคลื่อนไหว”
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าภายในปีนี้ซัมซุงจะออกไลน์อัปตัวไหนอีก ที่พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภค และ 5G ที่กำลังมาถึง

samsung

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.