Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos porn videos film porno swinger Xvideos Boa Foda Porno Doido Sexlog Xnxx Voglioporno
7,156
VIEWS

จับตาตลาดค้าปลีกกว่า 3.6 ล้านล้านบาท เซ็กเม้นต์ไหนร่วง – รุ่ง

Jan 20, 2020 R.Somboon

ภาพรวมของตลาดค้าปลีกในปี 2563 นี้ จากการคาดการณ์ของสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กำลังซื้อของผู้บริโภคเป็นไปในทิศทางเติบโตต่ำกว่าที่ควรเป็น คาดว่า การเติบโตในปี 2563 น่าจะไม่แตกต่างจากปี 2562 ที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยคือประมาณ 2.8% ซึ่งเป็นการเติบโตมากกว่าการขยายตัวของจีดีพีเพียงเล็กน้อย โดยการเติบโตจากนี้ไปจะเป็นการเติบโตจากภาคค้าปลีกภูธรเป็นหลัก ขณะที่เชนค้าปลีกขนาดใหญ่ส่วนกลางทรงตัวหรืออาจจะลดลงเล็กน้อย

สาเหตุหลัก คือ กำลังซื้อกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับกลางลงล่าง ที่ต้องอาศัยรายได้จากผลผลิตภาคเกษตรซึ่งยังคงมีกำลังซื้อที่อ่อนแออยู่ และรอการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐผ่านมาตรการต่างๆ รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่ยังไม่มีแนวโน้มลดลง สะท้อนให้เห็นในหมวดสินค้าไม่คงทน (Nondurable Goods) เช่น เครื่องดื่ม อาหาร ที่เติบโตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ผู้บริโภคระดับกลางที่มีรายได้ประจำเริ่มแสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอลง ส่งผลให้การเติบโตการบริโภคหมวดสินค้ากึ่งคงทน (Semi-Durable Goods) เติบโตถดถอยลง (หมวดสินค้ากึ่งคงทน เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง เครื่องหนัง รองเท้า นาฬิกา ซึ่งหมวดนี้เคยมีการเติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 8-12 ในช่วง 10 ปีผ่านมา) กลับเติบโตเพียงร้อยละ 3.2

ส่วนกลุ่มสินค้าคงทนถาวรเติบโตลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย โดยเฉพาะในหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อย่างกล้องถ่ายภาพ Camera และสมาร์ทโฟน ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 40% ของหมวดสินค้าคงทน มีการเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนหมวดเครื่องใช้ ไฟฟ้าภายในบ้านก็แค่ทรงตัว เนื่องจากฤดูกาลที่ผันผวน ช่วงฤดูร้อนค่อนข้างสั้น และฤดูฝนก็เริ่มต้นเร็วกว่าปกติ ส่วนหมวดสินค้าวัสดุก่อสร้างก็ยังไม่ฟื้นตัวผลจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างที่หดตัวลง

 

การเติบโตของซูเปอร์มาร์เก็ต

กับเทรนด์ใหม่ๆ ในตลาด

สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ ค้าปลีกในกลุ่มฟู้ด หรือค้าปลีกประเภทอาหาร เซ็กเม้นต์ของซูเปอร์มาร์เก็ต มีการเติบโตดีที่สุดของค้าปลีกในกลุ่มนี้ โดยเติบโตประมาณ 4% มากกว่าตัวเลขการเติบโตของภาพรวมตลาดค้าปลีกของบ้านเรา แม้จะเป็นตัวเลขการเติบโตที่ลดลงจากปี 2018 ที่เติบโตประมาณ 6.5% แต่ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยอย่างนี้ การเติบโตในตัวเลขดังกล่าวถือว่าอยู่ในระดับที่ดี

ปัจจัยที่เข้ามาสนับสนุนก็คือ กลุ่มเป้าหมายของค้าปลีกเซ็กเม้นต์นี้ จะกลุ่มผู้บริโภคระดับกลุ่มกลางขึ้นบนที่ยังมีกำลังซื้อสูงอยู่ ขณะเดียวกัน ในจังหวัดที่เป็นเป้าหมายการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็เป็นอีกกลุ่มที่เข้ามาช่วยผลักดันให้ตลาดมีการเติบโตในตัวเลขดังกล่าว

เมื่อมองเข้ามาที่ตัวผู้ประกอบการเอง พบว่า แต่ละรายยังมีการลงทุนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มเดอะมอลล์ที่มีแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” อยู่ในตลาด ก็มีแผนที่จะเดินหน้าลงทุนขยายสาขาที่อยู่นอกห้างของกลุ่มเดอะมอลล์เพิ่มมากขึ้น ด้วยคอนเซ็ปต์ของสโตร์ในรูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์แมตของซูเปอร์มาร์เก็ต เน้นขนาดพื้นที่ขายมากกว่า 1,000 จนถึง 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป ฟอร์แมตที่ 2 คือ กูร์เมต์ ไทย ที่ขายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยว ซึ่งสาขาแรกของคอนเซ็ปต์นี้จะอยู่ที่สนามบินดอนเมือง โดยสาขาในโครงการ I'M CHINATOWN จะเป็นการรุกเข้าไปในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนฟอร์แมตสุดท้ายจะเป็นกูร์เมต์ ทูโก ที่เน้นรูปแบบของการเป็นร้านคอนวีเนียนฟู้ด ซึ่งทดลองทำไปแล้วที่รถไฟฟ้า MRT หมอชิต ซึ่งฟอร์แมตนี้จะถูกใช้ในการขยายเข้าไปในโรงพยาบาลหรืออาคารสำนักงานต่างๆ ที่อยู่ในเมือง

 

กูร์เมต์มาร์เก็ต มีส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างน้อยคือแค่ 2 – 3% จากยอดขายรวม 12,000 ล้านบาท เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา สาขาของกูร์เมต์มาร์เก็ต ส่วนใหญ่จะอยู่ในห้างของกลุ่มเดอะมอลล์ การขยายสาขา จึงทำได้ไม่เต็มที่นัก จึงมีการปรับแผนรุกขยายสาขาออกไปนอกห้างเดอะมอลล์มากขึ้น โดยมีแผนที่จะใช้งบ 300 – 400 ล้านบาท ขยายสาขาปีละไม่ต่ำกว่า 5 สาขา หลังจากที่ในปีนี้มีการทุ่มงบ 140 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขานอกห้าง 3 สาขา คือที่ สาขา DESIGN VILLAGE พุทธมณฑลสาย 2 ใช้งบลงทุนกว่า 70 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 2,700 ตารางเมตรซึ่งใหญ่ที่สุดในสาขา STAND ALONE ทั้งหมดของกูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาPEOPLE PARK อ่อนนุช และในฟอร์แมตของกูร์เมต์ ไทย ซึ่งเป็น STAND ALONE สาขาแรกที่โครงการ I'M CHINATOWN โดยแบรนด์ กูร์เมต์ ไทย ได้ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกเมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นรูปแบบของร้านค้าปลีกที่เติบโตควบคู่ไปกับการขยายตัวของสังคมเมือง ทำให้นอกจากการขยายสาขาเข้าไปหาชุมชนต่างๆ แล้ว ยังมีเรื่องของการทำตลาดในรูปแบบของออมนิแชนแนล ที่ตอบโจทย์ความสะดวก สบายในการใช้ชีวิตแบบคนเมืองยุคใหม่

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมนี้ ทำให้ การทานอาหารเย็นนอกบ้าน ไม่จำเป็นที่จะต้องไปนั่งทานในร้าน อาหารอีกต่อไป แต่อาจจะเป็นการเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำที่แปลงร่างตัวเองเป็น “Grocerant” ซึ่งเป็นคำที่มาจาก “Grocery” + “Restaurant” โดยนิยามของ “Grocerant” คือ ภายในฟู้ดรีเทล จำหน่ายทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค (Grocery) และมีพื้นที่ให้บริการ “Dining” หรือ“Dining Zone” มีเชฟปรุงอาหารให้ ทั้งอาหารตามเมนูที่มีอยู่แล้ว โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อวัตถุดิบสดที่มีอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตได้เอง แล้วนำมาให้เชฟทำให้ ออกมาเป็นอาหารจานของตนเองโดยเฉพาะ ซึ่งเชนซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งกูร์เมต์ มาร์เก็ต ฟู้ดแลนด์ และท็อปส์ ต่างก็ให้ความสำคัญกับการทำตลาดในรูปแบบดังกล่าวอย่างเต็มที่

ฟู้ด สโตร์ ในรูปแบบของ “Grocerant” กำลังมีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก รวมถึงในบ้านเราที่เชนฟู้ดสโตร์ทั้งท็อปส์ของกลุ่มเซ็นทรัล กูร์เมต์ มาร์เก็ตของกลุ่มเดอะมอลล์ ต่างให้น้ำหนักมาที่การทำตลาดในรูปแบบของการเพิ่มพื้นที่ Dining Zone ในสาขาต่างๆ ที่อยู่ในโลเกชั่นในเมืองของตัวเอง

Health & Beauty

ก็เติบโตดี

อีก Segment ที่เติบโตก็คือ Health & Beauty ซึ่งมีการแตกเซ็กเม้นต์ย่อยๆ (Fragment) เป็นหมวด Beauty Store, Drugstore, และ Health & Personal Store อย่างชัดเจนมากขึ้น ผู้เล่นหน้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากมายในหมวด Beauty ทั้งนี้การเติบโตเกิดจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปจากโครงสร้างประชากรชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น

ที่น่าจับตามองก็คือ การเพิ่มขึ้นของร้าน Beauty Store ที่เป็นมัลติ แบรนด์สโตร์ ทำให้ตลาดนี้มีความคึกคักค่อนข้างมาก ซึ่ง Health & Beauty ได้ก้าวข้ามจากแค่การเป็นเทรนด์มาสู่การเป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ไปแล้ว นั่นจึงไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายเท่าไรนักที่ค้าปลีกเซ็กเม้นต์นี้จะมีอัตราการเติบโตมากที่สุด โดยมีตัวเลขการเติบโตประมาณ 6%

 

สินค้าบ้าน – เครื่องใช้ไฟฟ้า – ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ร่วง

ค้าปลีกในเซ็กเม้นต์ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ยังคงได้รับผลกระทบจากบรรยากาศการจับจ่ายที่ยังไม่ปกติ และราคาสินค้าที่ไม่เอื้ออำนวยในการจับจ่ายแก่นักท่องเที่ยว เนื่องจากภาระภาษีนำเข้าของสินค้าแบรนด์หรูยังสูงเมื่อเทียบกับประเทศที่เขามีนโยบายให้เกิด Shopping Destination เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยว โดยค้าปลีกเซ็กเม้นต์นี้มีการเติบโตอยู่ที่ตัวเลข 3.5%

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การปรับกลยุทธ์การทำตลาดของบรรดาผู้เล่นรายใหญ่ในค้าปลีกเซ็กเม้นต์นี้ทั้งห้างเซ็นทรัล โรบินสัน และเดอะมอลล์ ที่พยายามปรับรูปแบบของการนำเสนอไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของการช้อปปิ้งอย่างเดียว แต่ยังเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องของการทำงาน พักผ่อน และเอนเตอร์เทนเม้นต์ต่างๆ โดยปรับพื้นที่ให้รองรับกับความต้องการในส่วนดังกล่าวนี้

อย่างในกรณีของห้างเซ็นทรัล ที่มีการใช้การรีแบรนด์ห้างเซน เป็นเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์เป็นการคิกออฟรูปแบบการนำเสนอใหม่ๆ ของห้างเซ็นทรัล โดยเซ็นทรัลมีการปรับให้แบรนด์แต่ละแบรนด์สามารถโชว์หรือนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ในการช้อปให้กับลูกค้าได้ อย่างแผนกเครื่องสำอางนั้น ในเคาน์เตอร์ของดิออร์มีการดีไซน์เคาน์เตอร์ให้เปรียบเสมือนกับการเข้ามาอยู่ในโลกของแบรนด์ดิออร์ที่สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างในรูปแบบ Vertical Space โดยมี DIOR Backstage Studio ดีไซน์ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย เช่นเดียวกับการมีบางแบรนด์ที่เข้ามาเปิดเป็นเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่นี้อย่างเครื่องสำอาง GIORGIO ARMANI โดยจะมีสินค้าประมาณ 3,000 แบรนด์ที่วางขายในห้าง

นอกจากการปรับเรื่องของการนำเสนอสินค้าแล้ว เซ็นทรัล ยังใช้เซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นต้นแบบของการทำตลาดแบบออมนิแชนแนล โดยจะมีการให้บริการออมนิแชนแนลทั้ง 3 บริการ คือบริการ Click and Collect บริการสั่งของออนไลน์ สามารถรับได้ที่หน้าร้านบริการพิเศษ Chat & Shop ที่เพียงแอดไลน์และพูดคุยกับผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยให้บริการในการเลือกซื้อสินค้า พร้อมส่งถึงมือภายในเวลา 99 นาที สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ หรือจะมารับเองที่สาขาที่สะดวกก็ได้ รวมถึงบริการ E-Ordering บริการสำหรับลูกค้าที่มาเดินห้าง เช่น ลูกค้าเข้าไปที่ห้างเซ็นทรัล ต้องการซื้อสินค้าชิ้นหนึ่ง แต่พบว่าสาขานี้ ไม่มีสินค้า ระบบ E-Ordering จะสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าสินค้าชิ้นนั้นมีที่สาขาไหนบ้าง พร้อมสั่งซื้อ-จัดส่งได้ตามความต้องการของลูกค้าทันที ถือเป็นอีกรูปแบบของการทำตลาดเพื่อปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้ายุคใหม่

เซ็นทรัลเลือกปรับโฉมเซนเป็นห้างแรก เนื่องจากห้างนี้ถือว่าเป็นห้างที่ทำยอดขายติดอันดับ 3 ของห้างเซ็นทรัลทั้งหมดรองจากสาขาชิดลม และเซ็นทรัล ลาดพร้าว ขณะเดียวกันห้างเซนก็ถือเป็นห้างที่ตั้งอยู่ใน Strategic Location ที่มีนักช้อปทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาช้อปกันเป็นจำนวนมาก หลังจากการปรับโฉมเซนแล้ว สาขาต่อไปที่จะมีการปรับโฉมคือเซ็นทรัล ชิดลม ที่จะอัพเกรดให้เป็นไลฟ์สไตล์ & ลักชัวรี่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเซ็นทรัล พระราม 2 ซึ่งทั้ง 2 ที่จะปรับให้เป็นไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนรุ่นใหม่

ขณะที่ค้าปลีกในหมวด Home Improvement และ Home Appliance and Electronic ยังไม่เติบโต ซึ่งเป็นผลจากความซบเซาของอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ แต่สำหรับ Home Improvement ที่มีเป้าหมายเจ้าของบ้านยังคงมีการเติบโตจากการขยายตัวของบ้านและคอนโดหรูระดับไฮเอนด์

เช่นเดียวกับค้าปลีกในหมวด Food Sector (Hypermart, Convenience) ที่จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางลงล่างยังคงประสบปัญหาการเติบโต เนื่องจากกำลังซื้อในกลุ่มกลางลงล่างยังอ่อนแอ มาตรการการผลักดันงบประมาณการใช้จ่ายภาครัฐผ่านบัตรสวัสดิการคนจนลงสู่รากหญ้าและมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ได้ผลเพียงระยะสั้นๆ และส่วนใหญ่ผลพวงจากมาตรการจะไปอยู่ที่ร้านค้าปลีกภูธร ซึ่งส่งผลให้ร้านค้าปลีกภูธรเติบโตอย่างมีนัยะทุกภูมิภาค

เป็นอีกสถานการณ์ตลาดที่ยังต้องจับตามองกันต่อไป....

 

Retail

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort