อะไรจะเกิดขึ้น!!! ถ้ากลุ่มซีพีสามารถ “ปิดดีล” ซื้อเทสโก้ โลตัสสำเร็จ

Jan 17, 2020 R.Somboon

กำลังเข้มข้นไม่แพ้การแข่งขันในสนามค้าปลีกสำหรับการเสนอซื้อธุรกิจค้าปลีกเทสโก้ โลตัส ในประเทศไทย ซึ่งอย่างที่รู้ๆ กันอยู่มีกลุ่มทุนใหญ่ร่วมแข่งคือ กลุ่มซีพี กลุ่มทีซีซีของเจ้าสัวเจริญ และกลุ่มเซ็นทรัล ที่ต่างมองเห็นศักยภาพที่สามารถนำมาต่อยอดและสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาล

ความน่าสนใจมันอยู่ตรงที่แต่ละรายที่เข้าร่วมประมูลต่างก็มีธุรกิจค้าปลีกอยู่ในมือของตัวเองอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มซีพีที่วันนี้มีทั้งร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีสาขาประมาณ 11,700 สาขา และธุรกิจค้าส่งแม็คโคร ที่มีสาขาอยู่ประมาณ 135 สาขา ภายใต้การดูแลของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่ง 2 ธุรกิจนี้มีรายได้รวมกันประมาณ 527,860 ล้านบาท

 

หากได้ธุรกิจของเทสโก้ โลตัส ในประเทศไทยเข้ามาเสริมในพอร์ต นอกจากจะได้จำนวนสาขาเข้ามาเพิ่มภายใต้อีกกว่า 2,100 สาขาแล้ว ยอดขายรวมในธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มซีพี น่าจะเพิ่มขึ้นไปเป็นกว่า 7 แสนล้านบาท เพราะวันนี้ เทสโก้ โลตัส มียอดขายรวมอยู่ราว 195,541 ล้านบาท มีสัดส่วนของกำไรอยู่ที่ 11,413 ล้านบาท

จากข้อมูลที่รวบรวมโดยสมาคมผู้ค้าปลีกไทย พบว่า ในปี 2562 ที่ผ่านมา ค้าปลีกเซ็กเม้นต์ไฮเปอร์มาร์เก็ตที่เทสโก้ โลตัส ทำตลาดอยู่มีตัวเลขการเติบโตประมาณ 2.7% เป็นตัวเลขการเติบโตที่ต่ำกว่าการเติโตของตลาดค้าปลีกโดยรวมที่โตประมาณ 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตเติบโต 3% ถือว่ามีการเติบโตที่ถดถอย แต่ไม่มากนัก เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นในตลาดค้าปลีกเซ็กเม้นต์นี้ มีการปรับตัวในการทำตลาดอย่างต่อเนื่องมาตลอด โดยเฉพาะกับการทำตลาดด้วยฟอร์แมตของสโตร์ที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง ทั้งที่เป็นฟอร์แมตขนาดใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต ฟอร์แมตสโตร์ที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต และที่เป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ซึ่งร้านโลตัส เอ็กซ์เพรสเอง ถือเป็นเบอร์ 2 ในตลาดรองจากเซเว่น อีเลฟเว่น โดยมีสาขากว่าพันสาขา

 

เมื่อมองย้อนมาที่กลุ่มซีพีเอง หากติดตามเส้นทางเดินของเทสโก้ โลตัสมาตลอด จะรู้ดีว่า จุดกำเนิดของเทสโก้ โลตัสในไทยเอง เกิดจากกลุ่มซีพีที่ราวปี 2537 ได้มีการเข้าตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตด้วยการส่งร้านโลตัสเข้ามาทำตลาดพร้อมกับเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์

เมื่อเจอวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 กลุ่มซีพีได้ตัดขายธุรกิจค้าปลีกในเครือเพื่อหันมาโฟกัสที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ค้าปลีกในเครืออย่างซันนี่ ซูเปอร์มาร์เก็ต และโลตัส จึงถูกขายออกไป โดยกลุ่มเทสโก้ เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในโลตัส พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นเทสโก้ โลตัส และเดินหน้าลงทุนอย่างเต็มรูปแบบทั้งการขยายสาขา และการลงทุนศูนย์กระจายสินค้าเพื่อสนับสนุนการทำตลาด โดยปัจจุบันมีศูนย์กระจายสินค้าหรือดีซี.ใหญ่ๆ กระจายออกไปที่วังน้อย ลำลูกกา ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี

 

แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะการได้ธุรกิจของเทสโก้ โลตัส เข้ามาอยู่ในพอร์ตนั้น จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มซีพีได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น

1.เข้ามาช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการทำธุรกิจตลอดซัพพลายเชนของกลุ่มซีพีที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เพราะการทำธุรกิจของยักษ์ใหญ่รายนี้ มองตั้งแต่ต้นน้ำคือด้านการผลิต กลางน้ำที่เป็นการจัดจำหน่าย และปลายน้ำซึ่งเป็นเรื่องของร้านค้าปลีก

ธุรกิจปลายน้ำ หรือร้านค้าปลีก ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจยุคนี้ เพราะไม่เพียงจะสามารถควบคุมในเรื่องของช่องทางขายได้เท่านั้น มันยังสามารถช่วยให้เข้าถึง “บิ๊กดาต้า” ที่เป็นไลฟ์สไตล์การจับจ่ายที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่า สามารถนำมาต่อยอดในเรื่องของการผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าจริงๆ

2.ในแง่ของการรับบทบาทเป็นซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้าของกลุ่มซีพีที่มีบริษัทในเครือทั้งซีพีเอฟ และซีพีแรม ได้ประโยชน์จากดีลนี้แบบเต็มๆ เพราะหากมองที่ทิศทางการทำตลาดของเทสโก้ โลตัส ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการมุ่งให้น้ำหนักไปที่กลุ่มสินค้าประเภทอาหาร โดยล่าสุดที่มีการปรับโฉมร้านโลตัส เอ็กซ์เพรสใหม่เมื่อกลางปีที่แล้ว ก็เน้นมาที่การทำตลาดอาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งตรงกับแนวทางของกลุ่มซีพีพอดี จึงเป็นการเสริมกันได้อย่างลงตัว

 

3.ขณะที่บทบาทของการเป็นผู้ค้าปลีกเอง การมีวอลุ่มการขายเพิ่มขึ้นจากการเติมเต็มของเทสโก้ โลตัส เข้ามาในพอร์ตค้าปลีกของกลุ่ม ทำให้มีอำนาจต่อรองอยู่ในมือที่พร้อมจะนำมาใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรให้มีมากยิ่งขึ้นไปอีก

4. ไม่เพียงเท่านั้น การได้เทสโก้ โลตัส เข้ามาอยู่ในพอร์ต ยังทำให้กลุ่มซีพี มีร้านค้าปลีกที่เข้าถึงวอลุ่มการขายจำนวนมาก แถมครอบคลุมทั้งร้านค้าปลีกที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันอย่างคอนวีเนียน ฟู้ด สโตร์ ร้านขายส่งอย่างแม็คโคร และร้านขายปลีกราคาถูกอย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต

แม้กลุ่มซีพี จะชนะการประมูลรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งจะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 2.24 แสนล้านบาท แต่เชื่อว่า ถ้างานนี้มีโอกาส คงไม่ปล่อยหลุดมือไปแน่.....

 

CP

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.