เปิดศักราชปี 2020 เอ็กซ์พีริส กางผลโพล องค์กรไหนใจป้ำ องค์กรไหนรัดเข็มขัด จ่ายโบนัส-ขึ้นเงินเดือน

Jan 14, 2020 -None-

เดือนแรกของปีศักราชใหม่คงไม่มีแรงงานคนไหนไม่แอบลุ้น “โบนัส” และ “ขึ้นเงินเดือน” เพราะจะเป็นขวัญกำลังใจให้มีพลังและแรงในการทำงานเพิ่มขึ้นไปอีก ล่าสุดเอ็กซ์พีริส ในเครือแมนพาวเวอร์กรุ๊ปประเทศไทยเปิดผลสำรวจการจ่ายโบนัสประจำปี 2019 และการขึ้นเงินเดือนปี 2020 ชี้องค์กรเล็ก-ใหญ่ รับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจแบบ “รัดเข็มขัด” ด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งยังคงรักษากำลังคน(แรงงาน) โดยปรับขึ้นเงินเดือนในอัตราเฉลี่ย 3-5% เป็นมาตรฐาน และจ่ายโบนัส 1-2 เดือนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนทำงาน

"เอ็กซ์พีริส" (Experis) บริษัทในเครือแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ผู้นำด้านแรงงานเชิงนวัตกรรมและผู้เชี่ยวชาญในการสรรหาแรงงานในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและระดับผู้บริหาร ระบุว่าผลสำรวจจ่ายโบนัสประจำปี 2019 และการขึ้นเงินเดือน ปี 2020 โดยทำการสำรวจจากกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งมีพนักงานตั้งแต่ 250 คนขึ้นไปคิดเป็นสัดส่วนที่ 11% และองค์กรขนาดกลางที่มีพนักงานตั้งแต่ 50-250 คนซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 64%  และองค์กรขนาดเล็กซึ่งมีพนักงานต่ำกว่า 50 คนคิดเป็นสัดส่วนที่ 25%  โดยทำการสำรวจทั้งหมด1,000รายจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจให้บริการ(ที่ปรึกษา)ธุรกิจด้านการผลิต และธุรกิจการจัดจำหน่าย

 

จากผลสำรวจระบุว่า แนวโน้มการปรับขึ้นเงินเดือนขององค์กรธุรกิจมีปัจจัยสนับสนุนโดยวัดจากประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละบุคคล ผนวกกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ จึงทำให้อัตราเฉลี่ยการปรับขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 3-5% มากที่สุดในทุกกลุ่ม  นอกจากนี้ยังระบุอีกว่ากลุ่มองค์กรขนาดใหญ่มีอัตราส่วนในการปรับขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 3-5% คิดเป็นสัดส่วน 45% จากทั้งหมดรองลงมาเป็นกลุ่มที่ปรับเงินเดือนขึ้น 5-7% คิดเป็นสัดส่วน33% ซึ่งมีปัจจัยมาจากความต้องการสร้างความมั่นคงและดูแลรักษากำลังคนขององค์กร  ส่วนองค์กรขนาดกลางมีแนวโน้มจากผลสำรวจเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  แต่ที่น่าจับตามองจะเป็นกลุ่มองค์กรขนาดเล็กซึ่งอัตราส่วนการปรับขึ้นเงินเดือน10% ขึ้นไปสูงถึง 6% มากกว่าองค์กรขนาดใหญ่และขนาดกลาง โดยระบุว่าองค์กรกลุ่มนี้จะเป็น “สตาร์ทอัพใหม่” ซึ่งอาจจะต้องสร้างแรงจูงใจและดึงดูดพนักงาน พร้อมทั้งการรักษากำลังแรงงานให้ทำงานกับองค์กรด้วยการปรับขึ้นเงินเดือนในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับด้านไอทีโซลูชั่นต่างๆและที่ปรึกษาด้านไอที ทั้งนี้ กลุ่มองค์กรขนาดเล็กซึ่งมีอัตราส่วนในการปรับขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 3-5% นั้น มีมากเกินกว่าครึ่ง

นอกจากนี้ยังได้ทำการสำรวจแบบแบ่งตามกลุ่มธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจให้บริการ (Service Provider) ธุรกิจด้านการผลิต และธุรกิจการจัดจำหน่าย  ระบุว่า กลุ่มธุรกิจให้บริการ มีอัตราส่วนการปรับขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 3-5%  มีสัดส่วน 47%  และอัตราส่วนปรับขึ้นเงินเดือนมากกว่า 5-7%  มีสัดส่วน 34%  ส่วนธุรกิจด้านการผลิตมีการปรับขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 3-5% คิดเป็น 50% ของกลุ่มธุรกิจนี้ แต่ที่ปรับเพิ่มมากกว่า 10% ขึ้นไปมีสัดส่วน 2% เท่านั้นทางด้านธุรกิจการจัดจำหน่าย  การปรับขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 3-5% มีสัดส่วนถึง 52% และปรับขึ้นเงินเดือน 5-7% มีสัดส่วน 34% (ตามกราฟประกอบ) 

สำหรับผลสำรวจเรื่องการจ่ายโบนัสประจำปีระบุว่ามีแนวโน้มการจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1-2 เดือนมีสัดส่วนมากที่สุดทุกกลุ่มองค์กรโดยการจ่ายโบนัส 1 เดือนมีอัตราสูงสุดอยู่ที่ 42% รองลงมา 2 เดือน อยู่ที่ 34% และ 3-5 เดือนอยู่ที่ 13% ตามลำดับ  นอกจากนี้องค์กรขนาดใหญ่ที่มีการจ่ายโบนัสสูงถึง 5 เดือนขึ้นไป จะเป็นกลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมรถยนต์และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต(ตามกราฟประกอบ) 

 

เมื่อทำการสำรวจแบบเจาะไปที่กลุ่มธุรกิจ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจให้บริการ แนวโน้มการจ่ายโบนัสเฉลี่ย 1เดือนและ2 เดือนมีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 41% กับ 40% ส่วนธุรกิจด้านการผลิตมีการจ่ายโบนัส 1 เดือน คิดเป็นสัดส่วน 30% และมีการจ่ายโบนัส 2 เดือน สัดส่วน 39% และมีการจ่ายโบนัส 3-5 เดือนคิดเป็นสัดส่วน 19% ของกลุ่มธุรกิจนี้  ทางด้านธุรกิจการจัดจำหน่ายอัตราส่วนการจ่ายโบนัส 1 เดือน มีสัดส่วน 46% และจ่ายโบนัส 2 เดือนมีสัดส่วน 37% ทั้งนี้ปัจจัยสนับสนุนการจ่ายโบนัสประจำปีขององค์กรต่างๆ จะอิงตามผลประกอบการรวมขององค์กรเป็นหลัก(ตามกราฟประกอบ) 

โดยภาพรวม ผลการสำรวจการปรับเงินเดือนปี 2020 และจ่ายโบนัสประจำปี 2019 ยังมีแนวโน้มและสัดส่วนไม่แตกต่างจาก 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยและผลพวงมาจากความผันผวนทางเศรษฐกิจโดยรวมส่งผลให้หลายองค์กรมีการปรับตัวและพยุงตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจโลก  อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า “กลุ่มแรงงาน” ยังคงมองเรื่องความมั่นคงและศักยภาพขององค์กรตลอดมาแมนพาวเวอร์กรุ๊ปเชื่อมั่นว่าการพัฒนาศักยภาพและทักษะความสามารถของตนเองอยู่เสมอตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะรอบด้านและทักษะด้านเทคโนโลยีจะเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงในตลาดงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอีกทั้ง ยังต้องมีการปรับตัวยืดหยุ่นกับทุกสถานการณ์ท่ามกลางโลกแห่งยุคทรานส์ฟอร์เมชั่นอีกด้วยหากผู้ประกอบการและแรงงานปรับตัวได้ทัน…ประเทศไทย 4.0 ก็จะพัฒนาสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.