7,115
VIEWS

TOYOTA ส่งความสุขสู่กิจกรรม Corporate Social Innovation พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

Jan 16, 2020 -None-

หากพูดถึง TOYOTA หลายคนมักจะนึกถึงค่ายรถยนต์ที่เห็นทั่วไปบนท้องถนน รวมไปถึงนวัตกรรมด้านยานยนต์ที่ TOYOTA ให้ความสำคัญ แต่เบื้องหลังความสำเร็จของ TOYOTA ยังมีโครงการต่างๆ มากมายที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของยานยนต์ ไม่มุ่งเน้นในเชิงธุรกิจ แต่ TOYOTA ได้มุ่งเน้นหนักใน 4 ด้านสำคัญคือ ส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน, ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม, ส่งเสริมการศึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชน

ทำให้เกิดโครงการโตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ โดยทางโตโยต้า มองเห็นถึงโอกาสที่ดีที่จะนำความรู้มาพัฒนาฐานรากด้านเศรษฐกิจของประเทศและนำไปถ่ายทอดให้แก่ธุรกิจชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นความร่วมมือแบบมีส่วนร่วมตั้งแต่ชาวบ้านในพื้นที่โครงการไปจนถึงผู้บริหารระดับสูงจาก TOYOTA

สุปรียา ไม้มณี ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรมสังคม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า

“ธุรกิจชุมชนเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบ คือ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจในการจัดการบริหารธุรกิจ จึงทำให้มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รอด อยู่ได้ด้วยตัวเองแบบยั่งยืน ดังนั้นโตโยต้าจึงนำประสบการณ์ในการทำธุรกิจตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ได้แก่ ระบบการผลิตแบบโตโยต้า วิถีโตโยต้า และปรัชญาลูกค้าที่เป็นหนึ่งมาถ่ายทอดสู่ผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs เปรียบเสมือนสุภาษิตจีนที่ว่า ถ้าท่านให้ปลาแก่คนจน เขามีปลากินแค่ตัวเดียว แต่ถ้าท่านสอนวิธีจับปลาให้เขา เขาจะมีกินตลอดชีวิต”

สำหรับโครงการโตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ เกิดขึ้นมาเพื่อนำความรู้ประสบการณ์ที่เรียกว่า “ไคเซ็น การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” มาถ่ายทอดให้กับผู้ประกอบการนำกลับไปปรับใช้ในการทำธุรกิจอย่างมืออาชีพ ช่วยลดต้นทุนเพิ่มกำไร และที่สำคัญคือสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองแบบยั่งยืน สิ่งเหล่านี้จะนำมาสู่การสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมั่นคง

โดยแนวคิดของโตโยต้า จะทำให้ผู้ประกอบการดำเนินงานได้อย่างมืออาชีพ สิ่งที่โตโยต้าเข้ามาทำ คือ การสอนวิธีคิด สอนวิธีจับปลา สอนผู้ประกอบการให้มองเห็นปัญหา สามารถแก้ไข และดำเนินการปรับปรุงธุรกิจของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยนำองค์ความรู้ของโตโยต้า ได้แก่ วิถีโตโยต้า (Toyota Way), ระบบการผลิตแบบโตโยต้า (Toyota Production System) และปรัชญาลูกค้าเป็นที่ 1 มาถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านพนักงานเกษียณผู้เชี่ยวชาญของ TOYOTA ให้ชุมชนได้เรียนรู้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ด้วยตัวเอง

เมื่อชุมชนสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง โตโยต้าจะตกลงกับผู้ประกอบการโดยการยกระดับให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ “โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์”เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับชุมชนรอบข้าง ทำให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ระหว่างธุรกิจกับชุมชน สู่การสร้างความยั่งยืนร่วมกัน เมื่อชุมชนเเข้มเเข็งธุรกิจก็เเข็งแรง วิถีชีวิตของคนในชุมชมดีขึ้น พนักงานมีความสุขกับการเป็นผู้ให้ ร่วมกันสร้างการเติบโตร่วมกัน ท้ายที่สุดคือการทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโต

ยกตัวอย่างจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโคกสว่าง ผู้ผลิตข้าวแตนสมุนไพรสายทิพย์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2541 จากแนวคิดของ สายทิพย์ ลามา ได้ทดลองทำข้าวแตนตามสูตรที่คิดค้นขึ้น นำภูมิปัญญาชาวบ้านคือการนำกระพังโหมมาใส่ในข้าวแตน ทำให้ข้าวพองตัว กรอบ สามารถแก้ท้องอืด มีรสชาติที่เฉพาะตัว ทำให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

แต่ก็เกิดปัญหาคือ พบความสูญเสียจากวัตถุดิบเหลือทิ้งจากกระบวนการปั้น เกิดแผ่นข้าวแตกหักจากกระบวนการตากข้าว การทอด การโรยน้ำตาล และการแพ็ค สินค้านอกจากนี้ยังพบความสูญเสียที่เกิดจากการไม่มีมาตรฐานในการทำงาน เช่น แบบขึ้นรูปข้าวแตนมีขนาดไม่สม่ำเสมอ

โตโยต้าจึงได้สอนให้ทำการไคเซ็นเพื่อแก้ปัญหาการทำงานในแต่ละกระบวนการเริ่มจากการสร้างมาตรฐานการทำงาน มาตรฐานอุปกรณ์ ทำให้เกิดการใช้วัตถุดิบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สินค้าเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยวัดได้จากผลการดำเนินงาน 5 ข้อดังนี้

1. ประสิทธิผลในการผลิต

 

ปรับเวลาคนเริ่มงานจากเดิมในแต่ละวันที่ทุกคนเริ่มงานพร้อมกัน และเกิดการรองานกันในกระบวนการทำงานทำให้เสียโอกาสในการผลิต 7,000 แผ่นต่อวันและเสียแก๊สอุ่นข้าว คิดเป็น 15 กก.ต่อเดือนเมื่อมีการปรับเวลาให้คนเตรียมข้าวเข้างานก่อนคนปั้น 30 นาที ผลที่ได้คือสามารถผลิตแผ่นข้าวได้เพิ่มขึ้น 7,500 แผ่น และลดการใช้แก๊สไปได้ 1 ถัง หรือ 15 กก.ต่อเดือน

ปรับวิธีการเรียงแผ่นบนตะแกรงโดยวางข้างละ 14 แถว แล้วหมุนตะแกรงเพื่อสลับฝั่งใช้ที่ตวงในการตักข้าวมาปั้นเพื่อให้น้ำหนักคงที่และใช้แม่พิมพ์ 2 อัน คือใช้ทำงาน 1 อัน แช่น้ำไว้  1 อัน ลดเวลาการล้างแม่พิมพ์ทำให้สามารถทำงานง่ายขึ้น เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

2. การควบคุมคุณภาพ

ลดการสูญเสียข้าวจากการปั้นเดิมการปั้นทำให้ข้าวติดมือและแม่พิมพ์ 4.8 กก.ต่อวัน หรือ 470 แผ่นจึงปรับเป็นวิธีการเรียงแผ่นดิบบนตะแกรง ให้เป็นแนววางได้ 308 แผ่น กำหนดมาตรฐานแม่พิมพ์หนา 7 มม.และเพิ่มตะแกรงรองไว้ในถังล้างมือ เพื่อรองข้าวมาใช้ใหม่ ผลที่ได้คือ ปั้นแผ่นดิบได้มากขึ้นทำให้มีรายได้เพิ่ม 1,037 บาทต่อวัน

ลดแผ่นดิบแตกขณะตักเป็นเพราะโดนชามที่ตักแผ่นข้าวขณะตักใส่กล่อง ทำให้แตก 5 กก.ต่อวันปรับโดยเจาะรูที่กระบะใหญ่เพื่อป้อนแผ่นข้าวลงกล่องผลที่ได้ สามารถลดปัญหาแผ่นแตกได้จาก 5 กก. เหลือ 0.5 กก. ลดลงได้ 90% ทำให้ผลิตเพิ่มได้ 450 ชิ้นต่อวัน คิดเป็นเงิน 562.5 บาท

ขนมแตกขณะโรยเพราะพนักงานโรยน้ำตาลเสร็จแล้วโยนใส่ถาด ทำให้แตก 6 กก.ต่อวันแก้โดยกำหนดให้พนักงานวางเรียงขนมลงถาดเบาๆ หลังจากโรยน้ำตาล เพื่อให้เป็นระเบียบ ป้องกันการกระแทก แล้วแตก ผลที่ได้คือขนมแตกน้อยลงจาก 6 กก. เหลือ 2 กก. ลดลงได้ 60% และสามารถผลิตขนมเพิ่มได้ 400 ชิ้น คิดเป็นเงิน 500 บาท

3. การส่งมอบงาน

สร้างบอร์ดควบคุมงานโดยออกแบบบอร์ดรับงาน เข้า-ออก เพื่อประมาณการส่งมอบสินค้าให้สัมพันธ์กับแผ่นดิบที่มีในสต๊อก ผลที่ได้คือ จากการทำบอร์ดรับงานเข้า-ออก ใช้ในการควบคุมการผลิตสินค้า ทำให้ลดปัญหาการส่งสินค้าไม่ทันได้ 100% สร้างความเป็นมืออาชีพ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

4. ต้นทุนในกระบวนการ

ลดเวลาในการตากลง คือปรับปรุงเตาอบแสงอาทิตย์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่ได้คือลดปัญหาแผ่นดิบไม่มีทอด ทำให้มีสินค้าออกต่อเนื่อง

5. สินค้าคงคลัง

สร้างมาตรฐานในการจัดส่ง โดยการจัด FIFO คือการกำหนดชิพเพื่อควบคุมการจัดเรียง First in – First out ใช้ระบบ Tag กำหนดหมายเลขนำสินค้าส่งออกให้เป็นไปตามลำดับผลที่ได้คือสินค้าสดใหม่เสมอ ไม่มีสินค้าค้างสต๊อกนานสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้สินค้าใหม่เสมอ

ทางกลุ่มข้าวแตนสมุนไพรสายทิพย์ เมื่อมีการทำไคเซนสามารถช่วยลดต้นทุนในกระบวนการไปได้กว่า 50,000 บาทต่อเดือน ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นปีละมากกว่า 1 ล้านบาท

ปัจจุบัน TOYOTA ได้ดำเนินโครงการโตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ไปแล้วกว่า 20 ชุมชนพร้อมกับยกระดับให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ 2 แห่ง ประกอบด้วย ธุรกิจตัดเย็บเสื้อโปโล ฮาร์ทโอท็อป จ.กาญจนบุรี และวิสาหกิจชุมชนข้าวแตนสมุนไพรสายทิพย์ จ.ขอนแก่น และในอนาคตอีก 3 แห่ง คือที่จังหวัดสงขลา ชลบุรี และเชียงราย เพื่อที่จะนำองค์ความรู้มาถ่ายทอด และแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้ประกอบการนำกลับไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไป

จะเห็นได้ว่า แนวคิดในการส่งต่อความสุขของ TOYOTA นั้น เป็นการส่งต่อองค์ความรู้ได้อย่างครบครัน ทั้งด้านวิธีคิด กลยุทธ์ และประสบการณ์การทำธุรกิจสู่ธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเชื่อว่าองค์ความรู้เหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่าง “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” รวมถึงเป็นการขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทย ผ่านการแบ่งปันที่ไม่สิ้นสุดได้อย่างแท้จริง

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.