Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos porn videos film porno swinger Xvideos Boa Foda Porno Doido Sexlog Xnxx Voglioporno
3,604
VIEWS

ทำแบรนด์ยุคนี้ ไม่ใช่ตอบโจทย์แค่ ”Customer Value” แต่ต้องมีเรื่องของ Purpose Driven ด้วย

Jan 06, 2020 R.Somboon

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โลกการตลาดของบ้านเราจะคุ้นชินกับเรื่องของ Branding หรือการสร้างแบรนด์ ซึ่งเป็นเรื่องของการขับเคลื่อนด้วย Emotion หรือเรื่องของอารมณ์เป็นหลัก เพราะอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า โปรดักต์จะถูกสร้างจากในโรงงาน ขณะที่เรื่องของแบรนด์จะสร้างในใจของผู้บริโภค เป็นการฝังเข้าไปในการรับรู้ถึงความแตกต่างของโปรดักต์ที่ทำออกมาจากโรงงานนั่นเอง

หากมองย้อนไปในอดีตนั้น จะพบว่า โลกของการตลาดจะถูกขับเคลื่อนจากการเน้นเรื่องผลิต มาสู่การเน้นเรื่องของการขายที่มีการให้ความสำคัญกับเรื่องของกลยุทธ์การตลาด ช่วงเวลาต่อมาในยุคของ Branding นั้น จะเป็นการให้ความสำคัญกับ “ลูกค้า” ที่เรามักจะได้ยินคำว่า Customer Centric หรือการยึดเอาผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางของการตลาด อยู่เป็นประจำ 

ยิ่งในช่วงหลังมานี้ เทรนด์มันเริ่มจะเปลี่ยนไปจากการเน้นในเรื่องของการสร้าง Brand Value มาสู่การสร้าง Customer Value การสร้าง Customer Value นี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเกี่ยวข้องกับการสร้างประสบการณ์ หรือ Brand Experience ให้เกิดขึ้นระหว่างแบรนด์กับตัวลูกค้า เพราะฉะนั้นแล้ว การทำในเรื่องของ CEM หรือ Customer Experiential Management ผ่าน Touchpoint ต่างๆ จึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างมาก

ที่เปลี่ยนไปก็คือ เปลี่ยนจากการที่เราโฟกัสเรื่องของการสร้างแบรนด์อย่างเดียว มาสู่การมุ่งเน้นเรื่องของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญที่จะสร้างแบรนด์ คุณค่าของการสร้างแบรนด์ที่เคยพูดถึง การสร้าง Brand Equity จะเริ่มเปลี่ยนไป เป็นเรื่องของ Customer Equity มากขึ้น ซึ่งหมายถึงคุณค่าของลูกค้า

 

ถ้าเรามองเรื่องการสร้างแบรนด์ เราก็ต้องการสร้างแบรนด์ให้มีคุณค่ามากขึ้น ใช้ตัวสินค้าและบริการเป็นผู้สร้างแบรนด์ พอมาถึงในยุคที่เน้นเรื่อง Customer จะเป็นการให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าของลูกค้า ซึ่งจะหมายถึงมูลค่าโดยรวมระยะยาว ซึ่งเราคิดว่าถ้าเราสร้างแบรนด์ของเราให้เข้มแข็งแล้ว ลูกค้าคนเดิมจะกลับมาใช้บริการ ตอบโจทย์ในเรื่องของแบรนด์ที่เรามีอยู่

เพราะฉะนั้น Customer centric ที่เราพูดถึง คือต้องโฟกัสไปที่ลูกค้าเป็นหลัก โดยใช้ตัวแบรนด์เป็นตัวเชื่อม ซึ่งภาษา Branding เค้าพูดว่า เอาแบรนด์ไป Touchpoint ไปเป็นจุดสัมผัส ก็คือเอาแบรนด์เชื่อมเข้ามาหาลูกค้า นั่นเอง

สิ่งที่มองเห็นในยุคปัจจุบันก็คือการที่เราพยายามเบี่ยงเบน ในเรื่องของ Brand Equity มาสู่ในเรื่องของ Customer Equity มากขึ้น ซึ่งก็ยังคงต้องพูดว่าคุณค่าของแบรนด์อยู่ตรงนั้น เพราะตราบใดที่คุณค่าของแบรนด์คุณไม่มี มันก็สร้าง Customer Equity ไม่ได้ ซึ่งคุณค่าของแบรนด์จะสร้างอย่างไรนั้น มันน่าจะเริ่มต้นจากการที่ให้ผู้บริโภครู้จักตัวแบรนด์มากเท่าไหร่ยิ่งดี พวก Brand Knowledge ทั้งหลาย จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ ซึ่งเราจะได้เห็นการสื่อสารที่พูดถึงเรื่องที่ว่านี้กันมากขึ้นในปีนี้  เพราะ Brand Knowledge ก็คือการที่ให้ผู้บริโภครับรู้ตราสินค้าเรามากที่สุด รับรู้ในภาพลักษณ์ของสินค้าเรามากที่สุด ถ้าเราสื่อสารหรือมีวิธีการสร้า Brand knowledge  ที่ดีลูกค้าก็จะจำสินค้าเราได้ ก็ยิ่งทำให้ลูกค้ามี Brand knowledge สินค้าเรามากขึ้น

 

สิ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือผู้บริโภคในปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ดังนั้นผู้บริโภคยุคใหม่จึงมองว่าไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ากับบริษัทที่ทำสินค้าเพียงอย่างเดียว ตรงกันข้ามเขาอยากจะซื้อสินค้ากับบริษัทที่วางตัวอย่างเหมาะสมและรับผิดชอบต่อธุรกิจของตัวเองด้วย

ที่สำคัญสินค้าหรือแบรนด์ที่ลูกค้าจะซื้อนั้น ต้องเป็นสินค้าหรือแบรนด์ที่ถูกออกแบบมาโดยมีเป้าหมายที่การทำให้ลูกค้า สังคม หรือโลกใบนี้ดีขึ้น มุมมองใหม่ที่เกิดขึ้นนี้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้การสร้างสินค้า หรือแบรนด์ เปลี่ยนมุมไป โดยเจ้าของสินค้าหรือนักการตลาดที่เป็นคนสร้างแบรนด์นั้น จะให้ความสำคัญกับเรื่องของการออกแบบสินค้าหรือแบรนด์เพื่อให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีขึ้น เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของผู้บริโภค ไม่ใช่เพื่อยอดขายหรือส่วนแบ่งการตลาดของแบรนด์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว การสร้างแบรนด์แบบนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Brand Purpose

 

Brand Purpose เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการทำแบรนด์ในยุคปัจจุบัน เพราะแบรนด์ที่ดีที่จะทำให้ถูกผู้บริโภคจดจำ และถูกเลือกนั้น จะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Purpose of Buying ของผู้บริโภค จะเห็นได้ชัดเจนว่า แบรนด์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีเป้าประสงค์ของแบรนด์ที่ชัดเจนว่าจะเข้ามาช่วยทำให้ผู้ใช้ สังคม ตลอดจนโลกใบนี้จะถูกจนจำได้ง่าย และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค แม้จะมีแบรนด์อยู่ในตลาดมากมายก็ตาม

สิ่งดังกล่าวนี้จะเชื่อมโยงไปสู่เรื่องของ People Product Planet ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้จะส่งผลไปสู่ P : Performance ขององค์กร สมัยก่อนเล่นแค่ Product อย่างเดียวเพราะเราเชื่อว่า Product ดีคนก็จะซื้อ แต่สมัยนี้คุณภาพไม่ใช่จุดขาย คุณภาพเป็นความรับผิดชอบที่ต้องทำ โดยผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์ ดังนั้นจึงต้องมี Role ของแบรนด์ที่เหนือกว่า ทรานแซคชั่นไม่ใช่แค่การขายไปแล้วก็จบ แต่ผู้ประกอบการต้องมองไกลไปถึงเรื่องที่ว่าสินค้าและบริการที่เราขายไปมันจะไปกระทบอะไรหรือเปล่าในอนาคต โดยการหา Purpose ให้กับแบรนด์นั้น องค์ประกอบสำคัญจะประกอบไปด้วย

1.ธุรกิจหรือแบรนด์อยู่ในตลาดหรือเซ็กเม้นต์ไหน (Business you are in)

2.เรื่องของ Product Features ทั้งในแง่ของ Quality, Price Tier และ Competitveness

3.สิ่งที่สังคม Concern ทั้งที่มาจาก Mega Themes, Local Thems และ Culture & Zeitgeist

เป็นอีกหนึ่งทิศทางที่ทุกแบรนด์ต้องมุ่งไป....

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort