มาชิตะ ไม่ได้ขายแค่สาหร่ายอีกต่อไป แตกไลน์ผลิตภัณฑ์สู่ขนมขึ้นรูป

Dec 25, 2019 N.Rotchana

ที่ผ่านมา ความน่าสนใจของ "ตลาดขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายปรุงรส" อยู่ที่การเติบโตของตลาดเป็น 1 ใน 3 ของเซ็กเม้นต์ขนมขบเคี้ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายนั้น มีมูลค่าประมาณ 2,978 ล้านบาท โต -0.9 %

ตลาดสาหร่ายปรุงรสคือมีผู้นำตลาด อย่างเถ้าแก่น้อยด้วยส่วนแบ่งตลาด 66.5% ทำให้เถ้าแก่น้อยมีข้อได้เปรียบคู่แข่งขันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Awareness ที่ถูกนึกถึงเป็นแบรนด์แรกๆ รวมถึงพื้นที่ขายบนเชลฟ์ที่มีพื้นที่มากกว่า

ในขณะที่ "มาชิตะ" ของค่ายสิงห์ อาจจะไม่ใช่เจ้าตลาดสาหร่ายปรุงรสในไทย แต่ก็เป็นแบรนด์เบอร์ 2 ที่ครองส่วนแบ่งได้ 16.6% โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีในการลุยตลาดจนแย่งส่วนแบ่งมาได้

 

แต่ด้วยสถานการณ์โดยภาพทั้งเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว กำลังซื้อผู้บริโภค รวมถึงการแข่งขันในน่านน้ำเดิมกำลังทวีความรุนแรง ทำให้มาชิตะเลือกที่จะมองหาน่านน้ำใหม่ โดยมองไปที่ตลาดของขนมขึ้นรูปที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 10,193 ล้านบาท เป็นอันดับ 2 รองจากกลุ่มมันฝรั่งทอด ซึ่งใหญ่ที่สุดในตลาดขนมขบเคี้ยวที่มีมูลค่า 12,006 ล้านบาท ด้วยสินค้าใหม่อย่างมาชิตะ Fun

โดยมาชิตะมองว่าการจะเข้าไปในตลาดกลุ่มมันฝรั่งทอดที่มีเจ้าตลาดอย่างเลย์ เป็นเรื่องยากที่จะแย่งส่วนแบ่งมาได้ ขณะที่กลุ่มขนมขึ้นรูป ยังไม่มีเจ้าตลาดที่ชัดเจน แต่ละรายมีส่วนแบ่งกันประมาณ 10% ดังนั้นโอกาสที่มาชิตะ Fun จะสามารถปักธงในตลาดนี้ได้สำเร็จก็มีความเป็นไปได้สูง

ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เล่าว่า “มาชิตะอยู่ในตลาดมาไม่นาน แต่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดเบอร์ 2 รองจากเถ้าแก่น้อย อยากทำให้แบรนด์ที่มีแต่สาหร่ายกลายเป็นแบรนด์ที่มีขนมหลากหลาย จึงแตกไลน์ธุรกิจออกมาเพิ่มภายใต้ชื่อ มาชิตะ FUN เพราะการสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมา ต้องใช้งบลงทุนอีกเยอะ”

สิ่งที่มาชิตะอยากบอกกับผู้บริโภคนั่นคือ มาชิตะไม่จำเป็นต้องมีเพียงแค่สาหร่ายอีกต่อไป รวมทั้งความพร้อมจากการมีแบรนด์ที่แข็งแรงมากพอสำหรับไปสร้างการเติบโตได้จากตลาดใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเลือกที่จะส่ง New Product ภายใต้แบรนด์ มาชิตะ Fun มาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวแรก โดยเริ่มวางขายผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อก่อน

อีกทั้งมาชิตะ Fun มีกลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกับแบรนด์สาหร่ายมาชิตะที่จับกลุ่มวัยรุ่นเหมือนกัน รวมทั้งโอกาสจากพฤติกรรมของลูกค้าในตลาดนี้ ที่ชอบทดลองสินค้าใหม่ๆ ทำให้สามารถเกิด Brand Switching ได้ง่าย รวมถึงราคาที่ไม่แพง ลูกค้าจึงไม่คิดมากสำหรับการทดลองบริโภค

นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มาชิตะมีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งคือ ไม่ใส่ผงชูรสในทุกผลิตภัณฑ์ของมาชิตะ ถือเป็นหนึ่งในเทรนด์ของผู้บริโภค ทำให้มาชิตะสามารถเลือกที่จะหยิบมาเป็นจุดขายของแบรนด์ได้ ทั้งนี้ เป้าหมายการเติบโตธุรกิจของมาชิตะ คือ การมียอดขาย 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี

ขนมขบเคี้ยว

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

böcek ilaçlama erkek kol saati sportsfl
antalya escort
bodrum escort
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
mobil odeme bahis porno hd porno Ümraniye Evden Eve Nakliyat
izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle