3,652
VIEWS

แม้แต่โฆษณาในโรงหนังยังต้อง Personalized เมจอร์ชู “บิ๊กดาต้า” ตอบโจทย์โฆษณาเจาะลูกค้าตรงกลุ่ม

Dec 23, 2019 R.Somboon

“เรามีการใช้บิ๊กดาต้า ในการทำ Data Analytic เพื่อช่วยให้การลงโฆษณาหรือทำแคมเปญของคนซื้อโฆษณาสามารถ Personaliezed ตามที่ลูกค้าต้องการได้ว่าจะเลือกโลเกชั่นไหน หรือทำแคมเปญแบบใดเพื่อเจาะให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของพวกเขามากที่สุด”

นั่นคือคำกล่าวของ สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ที่บอกถึงรูปแบบการทำตลาดของ Major CineAd หรือสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ของเมเจอร์ ที่สามารถเข้าตรงถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยไม่ต้องเหวี่ยงแหเหมือนในอดีต

การนำบิ๊กดาต้า เข้ามาทำในเรื่องของ Data Anlytic เพื่อวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายในการเลือกสร้างคีย์เมสเสจเพื่อสื่อถึงพวกเขาโดยตรงนี้ กลายเป็นแนวทางของการเลือกใช้สื่อโฆษณาในบ้านเราไปแล้ว ด้วยเพราะเครื่องมือที่มีอยู่สามารถนำมาวิเคราะห์ถึงความชอบ ไม่ชอบ รวมถึงรูปแบบของสื่อที่พวกเขาต้องการ อย่างเรื่องของการทำมิวสิค มาร์เก็ตติ้งที่ผ่านดิจิทัล แพลตฟอร์มต่างๆ นั้น ปัจจุบันสามารถเลือกแนวเพลงที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจะสื่อได้ ทำให้สามารถเข้าถึงคนรับสื่อได้แบบไม่ต้องยัดเยียด

 

สุรเชษฐ์ บอกกับเราว่า ด้วยจำนวนโรงหนังของเครือเมเจอร์ที่มีถึง 812 โรง กระจายอยู่ในประเทศไทย 773 โรง กัมพูชา 26 โรง และลาวอีก 13 โรง ทำให้สามารถเลือกโลเกชั่นที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่นเดียวกับเรื่องของคอนเทนต์ หรือหนังที่เข้ามาฉายในโรงที่ สุรเชษฐ์ บอกว่าถือเป็นจุดแข็ง เพราะเป็นคอนเทนต์ยอดนิยมที่ผลิตโดยสตูดิโอชื่อดังของฮอลลี่วู้ด และจากผู้สร้างหนังไทยชื่อดัง ที่ค่อนข้างจะมีหลากหลาย ทำให้สามารถเลือกโฆษณาเข้าไปกับคอนเทนต์ต่างๆ เหล่านี้ได้

“เราไม่ได้ทำตลาดแค่ในเรื่องของสื่อโฆษณาในโรงหนัง แต่เราทำครบแบบขายทั้งโซลูชั่นที่ลูกค้าสามารถเลือกใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา หรืออีเว้นต์ต่างๆ ซึ่งแนวโน้มของลูกค้าแต่ละรายนั้น จะเลือกใช้แบบทั้งโซลูชั่น โดยเราจะมีอีเว้นต์ที่เป็นซิกเนเจอร์หรืออีเว้นต์ใหญ่ๆ 2 อีเว้นต์คือ มูฟวี่ ออน เดอะ บีช และมูฟวี่ ออน เดอะ ฮิลล์ ซึ่งเป็นอีเว้นต์ที่ไม่ได้ทำเฉพาะในโรงหนัง แต่เป็นการออกไปจัดอีเว้นต์นอกสถานที่ จากแนวโน้มที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้เรามีแผนที่จะเพิ่มอีเว้นต์ใหญ่ไม่ต่ำกว่า 5 อีเว้นต์ ในปี 2563 นี้” 

 

มีการตั้งเป้าเอาไว้ว่า ในปี 2562 ที่จะปิดลงในเร็วๆ นี้ ธุรกิจสื่อโฆษณาในโรงหนังของเมเจอร์จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 10 – 15%  โดยมีทิศทางเป็นบวกเห็นได้จากตัวเลขรายได้ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณา โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป มีรายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณา 369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการต่อสัญญาใหม่ของลูกค้าที่หมดสัญญา และมีลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งจากการขยายสาขาโรงภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะการขยายสาขาในต่างจังหวัด

ขณะที่ การบริหารโฆษณาแบบ มีเดีย โซลูชั่นด้วยแนวคิด “สื่อโฆษณาเป็นมากกว่าสื่อทางการตลาด”ไม่เพียงแค่สร้าง Brand Awareness แต่ต้องมุ่งสร้างประโยชน์ให้ครอบคลุมการตลาดในทุกมิติเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ หรือที่เรียกกันว่ากลุ่มมิลเลนเนียล และพร้อมที่จะเป็นมีเดีย โซลูชั่นอย่างเต็มรูปแบบ ศึกษาความต้องการที่แท้จริงของพันธมิตรและเชื่อมโยงการตลาดจาก Online ไปสู่ On Ground ทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น เพื่อความร่วมมือทางธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคต โดยจะเน้นการทำ On ground Marketing เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับพาร์ทเนอร์และลูกค้า ซึ่งถือเป็นจุดขายที่สำคัญ

 

หากมองเข้ามาที่ลูกค้าในรายกลุ่มอุตสาหกรรมแล้ว จะพบว่า อันดับ 1 ที่มีการเข้ามาใช้โซลูชั่นของเมเจอร์คือกลุ่มการเงิน มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 238 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นกลุ่มธุรกิจอาหาร – เครื่องดื่ม 216 ล้านบาท อันดับ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 178 ล้านบาท อันดับ 4 มือถือและโอเปอเรเตอร์ 138 ล้านบาท และอันดับ 5 กลุ่มสินค้า FMCG 81 ล้านบาท  โดยการเลือกใช้โซลูชั่นจะมีตั้งแต่ การโฆษณาในโรงหนัง การทำอีเว้นต์ในรูปแบบต่างๆ และการเป็น Naming หรือสปอนเซอร์ชื่อโรงหนังที่ในส่วนนี้มีหลายแบรนด์เข้ามาทำ อาทิ ธนาคารออมสิน และโคโดโมะ ที่เป็นชื่อโรงหนังคิดส์ ซีเนม่า เป็นต้น

นอกจากให้บริการสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ให้กับลูกค้าแล้ว ยังบริการจัดอีเว้นท์ให้กับลูกค้า ซึ่งที่ประสบผลสำเร็จและเป็นที่กล่าวถึง คือ Movie on The Beach ที่จัดมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั้งปีนี้เป็นปีที่ 7 และ Movie on The Hill ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 นับเป็นซิกเนเจอร์อีเว้นท์ที่ร่วมจัดกับพันธมิตรซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีขึ้นทุกปี นอกจากนี้ยังมีอีเว้นท์ที่สร้างขึ้นให้สอดคล้องกับหนังดังในช่วงเวลานั้นๆ อาทิ GOODMOOD-MAJOR CINEPLEX-CONSIAM PRESENT TOYTOWN รวมทั้งกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้า อาทิ Wiko Exclusive Movie Day 2019, กิจกรรมเซอร์ไพรส์บนเที่ยวบินภายใต้แคมเปญ “ENJOY MOVIE, ENJOY FLYING”, Krungsri First Choice Exclusive Movie Night Avengers : Endgame และ Krungthai the worth NEXTclusive Night โดยในแต่ละอีเว้นท์เราจะพยายามครีเอทคอนเทนต์ให้น่าสนใจ ผสมผสานเรื่องของ Lifestyle และ Digital ให้เข้าไปมีบทบาทในอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อให้มีรูปแบบแปลกใหม่ น่าสนใจ สำหรับคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นภายในอีเว้นท์สามารถนำไปต่อยอด และสื่อสารต่อในช่องทางอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมากไม่ต่างจาก Mass Media ได้

 

สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ เทรนด์ของการเลือกใช้เครื่องมือตัวนี้ของบรรดาแบรนด์ต่างๆ นั้น ไม่ได้มองแค่เรื่องของการสร้าง Awareness หรือการสร้าง Engagment เท่านั้น แต่มองการรีเทิร์นจาก Engagement ไปสู่ Conversion หรือการซื้อ ทำให้เราได้เห็นการทำอีเว้นต์ของหลายแบรนด์ที่มุ่งเป้าไปสู่การสร้างประสบการณ์ในการใช้สินค้าจริง อย่างการทำตลาดของแบรนด์การเงินที่เป็นระบบเพย์เม้นต์ต่างๆ หรือการจัดอีเว้นต์ของแบรนด์สินค้าที่เน้นการขายที่หน้าโรงหนัง.....

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.