Amazon กำลังจะเป็นคู่แข่งรายใหญ่ของ FedEx และ UPS ในสมรภูมิลอจิสติกส์โลก

Dec 16, 2019 P.Patikom

ยักษ์ใหญ่ในสมรภูมิลอจิสติกส์ (Logistics) ของโลกที่เป็นสายเลือดอเมริกันนั้น แต่ดั้งเดิมมีอยู่ 2 ค่ายคือ FedEx และ UPS ซึ่งเดิมที Amazon ที่เป็นยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของโลก เมื่อต้องการส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อถึงมือลูกค้าในสหรัฐ และทั่วโลก ก็ใช้บริการลอจิสติกส์โดยเฉพาะการขนส่งทางเครื่องบินของ FedEx และ UPS

FedEx นั้นมีกองบินขนส่งสินค้าใหญ่ที่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยเครื่องบินเจ็ทขนส่งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง รวมทั้งเครื่องบินใบพัด ที่ทันสมัยรวมมีจำนวนมากกว่า 650 ลำ (รวม FedEx Express Fleet และ FedEx Feeder Contracted Fleet) ส่วน UPS มีกองบินขนาดใหญ่ใช้ขนส่งสินค้าเช่นกัน แม้ไม่เท่า FedEx ก็ตาม UPS มีกองบินเป็นเครื่องบินเจ็ทขนส่งขนาดใหญ่และขนาดกลางที่ทันสมัยมากกว่า 280 ลำ (รวมที่กำลังสั่งซื้อเพิ่มด้วย)

แต่สำหรับ Amazon นั้น เมื่อมีสินค้าที่ต้องส่งตามคำสั่งซื้อในสหรัฐและทั่วโลกเพิ่มขึ้นในปริมาณมหาศาล Amazon ก็เริ่มสร้างกองบินขนส่งสินค้าของตัวเอง ในชื่อ Prime Air

เนื่องจากปัจจุบัน Amazon มีปริมาณสินค้าที่ต้องส่งให้ลูกค้าสูงถึง 2.5 พันล้านชิ้นต่อปีแล้ว Morgan Stanley ได้ให้ข้อมูลว่า  จำนวนสินค้าของ Amazon เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว ขณะที่ FedEx มีการส่งสินค้า 3 พันล้านชิ้นต่อปี และ UPS มีการขนส่งสินค้า 4.7 พันล้านชิ้นต่อปี นั่นคือปริมาณสินค้าที่ต้องขนส่งตามคำสั่งซื้อของลูกค้า Amazon ถึงมือลูกค้า สูงมากกว่าครึ่งหนึ่งของ UPS และใกล้เคียง FedEx แล้ว

ปริมาณการขนส่งสินค้าของ Amazon เอง ที่เพิ่มขึ้นตามคำสั่งซื้อทั่วโลกในจำนวนมหาศาลทุกปีนั้น ทำให้ Amazon ต้องสร้างกองเรือขนส่งสินค้าของตนเอง รวมทั้งกองบินขนส่งสินค้าของตัวเอง ซึ่งได้เริ่มสร้างกองบินขนส่งสินค้าในชื่อ Prime Air ตั้งแต่ปี 2016 ประกอบด้วยเครื่องบินเจ็ทขนส่งขนาดใหญ่และขนาดกลาง และเพิ่มจำนวนเครื่องบินขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีจำนวนประมาณ 40 ลำในปี 2018 และยังคงเพิ่มขึ้นในปีนี้ และจะมีจำนวนถึง 70 ลำในปี 2021

การเพิ่มขึ้นอย่างมากของการสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าของ Amazon ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนทำให้ Amazon ต้องสร้างกองเรือขนส่งสินค้าและกองบินขนส่งสินค้าเป็นของตนเองขึ้นมานั้น ยังได้เป็นตัวเร่งผลักดันให้ Amazon เป็นเจ้าของห่วงโซ่ลอจิสติกส์ (Logistics Chain) ทั้งหมดและยุติความสัมพันธ์กับบริษัทที่ให้บริการลอจิสติกส์หลายบริษัท เช่น FedEx และ UPS

ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือ ความคิดริเริ่มการใช้กลยุทธ์การบริการใหม่ที่เรียกว่า One-day Prime Shipping จัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าภายใน 1 วันด้วยบริการ Prime ของ Amazon ซึ่งเริ่มเปิดตัวเมื่อต้นปีนี้ และ Amazon ได้สัญญาว่าจะขยายบริการนี้ไปสู่ตลาดต่างๆ ให้มากขึ้น และขยายประเภทผลิตภัณฑ์ที่จัดส่งด้วยบริการนี้ให้มากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป

Jeff Bezos CEO ของ Amazon ได้กล่าวว่า "ลูกค้าชื่นชอบบริการ Prime ที่เปลี่ยนการส่งสินค้าถึงมือลูกค้าตามคำสั่งซื้อจาก 2 วันเป็น 1 วัน พวกเขาสั่งซื้อสินค้าหลายพันล้านชิ้นในปีนี้ ด้วยบริการจัดส่งฟรีใน 1 วัน (Free One-day Delivery) นี่เป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่และเป็นการตัดสินใจระยะยาวที่เหมาะสมสำหรับลูกค้า”

การนำสินค้าไปส่งถึงบ้านของลูกค้า เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Amazon ต้องจ่ายเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่ FedEx และ UPS นี่ทำให้บริษัทต้องสร้างห่วงโซ่ลอจิสติกส์มีกองเรือขนส่งและกองบินขนส่งเป็นของตนเอง

Amazon ได้กล่าวเมื่อเดือนตุลาคมว่า ในช่วง 3 เดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายนปีนี้ บริษัทใช้เงินเพิ่มขึ้น 50% เป็นมูลค่า 9.6 พันล้านดอลลาร์ เพื่อบรรลุเป้าหมายการให้บริการ One-day Prime Shipping และการขยายการดำเนินงานธุรกิจค้าปลีกทั่วไปในสหรัฐ ซึ่งสำหรับ Amazon มันเป็นค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า หากว่ามันสามารถควบคุมห่วงโซ่การขนส่งและส่งมอบสินค้าถึงมือลูกค้า ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินของ Amazon และสร้างประสิทธิภาพมากขึ้นในการนำส่งสินค้าถึงมือลูกค้า

Cr : THE VERGE / TechCrunch

Source

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort