8,479
VIEWS

เอไอเอส กับแนวคิด Only the paranoid will survive Transform องค์กรสู่ 
Innovation Organization

Dec 18, 2019 -None-

การให้คุณค่ากับการทำงานแบบ “มืออาชีพ” ที่เน้นสร้างบริการและสิ่งที่เป็นประโยชน์ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและ Stakeholder ทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน คือปรัชญาหลักที่ “เอไอเอส” ยึดมั่นและรักษาไว้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสภาพการแข่งขันจะรุนแรง มีความท้าทายจากเทคโนโลยีและพฤติกรรมของลูกค้า รวมถึงต้นทุนในอุตสาหกรรมที่สูงขึ้นอย่างมากก็ตาม แต่นี่เองที่เป็นหัวใจหลักให้ “เอไอเอส” ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มโทรคมนาคม จากผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Company 2019

คุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 29 ปีที่ผ่านมา เอไอเอสทำงานอยู่เคียงข้างสังคมไทย มุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้าพาคนไทยก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีแบบไร้ขีดจำกัดในทุกยุคทุกสมัย จากสินค้าและบริการใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยขีดความสามารถในการก้าวผ่านความท้าทายในแต่ละยุค  ตั้งแต่ยุค Product Centric, Marketing Centric, Customer Centric จนถึงปัจจุบันกับ Digital Disruption ที่สร้าง Impact รุนแรง เอไอเอสก็พยายามที่จะรับมืออย่างดีที่สุด ด้วยการประกาศ Transform ตัวเองสู่ Digital Service Provider อย่างเต็มรูปแบบ

ที่ผ่านมา เอไอเอส ได้ Transform ตัวเองสู่ Digital Service Provider ใน 3 ส่วนด้วยกัน โดยมุ่งมั่นพัฒนา Core Service อย่าง Mobile, Fixed Broadband, Digital Service เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อให้มี New Ability ในการรับมือกับ Digital Disruption เดินหน้าสร้าง Digital Platform รองรับ New Business อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เอไอเอสยังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับ Partner ตามหลัก Ecosystem เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน และนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทยังคงได้รับการยอมรับจนถึงวันนี้

“ในช่วงที่โลกเผชิญกับผลกระทบครั้งยิ่งใหญ่จาก Digital Disruption นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง Transform องค์กรสู่ Innovation Organization เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เราจึงเดินหน้าทำ Business Transformation ใน 3 ด้าน คือยกระดับการบริหารจัดการองค์กรด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่ของการทำงานภายในองค์กร การบริการลูกค้า ตลอดจนการขยายองค์กรสู่รูปแบบบริการหรือธุรกิจใหม่ๆ”

ต่อมาเป็นการยกระดับและให้ความสำคัญกับกระบวนการเพื่อลูกค้า ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แตกต่าง ผ่านกลยุทธ์ “เข้าใจและรู้จักลูกค้าอย่างลึกซึ้ง” ผ่าน Big Data ที่มีเพื่อให้สินค้าและบริการตอบโจทย์และครอบคลุมความต้องการของกลุ่มลูกค้าทุกๆ ไลฟ์สไตล์มากที่สุด และพร้อมที่จะร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ส่งเสริมสนับสนุนองค์กรทุกกลุ่มและทุกอุตสาหกรรมให้ยกระดับไปอีกขั้นจาก Ecosystem ในโลกดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบที่สุด

“สุดท้ายคือการยกระดับความสามารถของบุคลากร ด้วยการสร้าง AIS Academy เพราะ AIS ให้ความสำคัญกับการพัฒนา Infrastructure ของประเทศ อย่าง “คน” ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของทุกๆ การพัฒนา เราจึงต้องพัฒนาคนของเราให้มีความพร้อมเพื่อเตรียมรับมือกับ Digital Disruption ในทุกๆ รูปแบบ นอกจากนี้ AIS Academy ก็ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการแบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ โดยร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจผ่านภารกิจ “คิดเผื่อ” ไปถึงคนไทยทุกคน สร้างแพลตฟอร์ม Academy for THAIs เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ โดยผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการระดับนานาชาติ ที่เชิญผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายองค์กรชั้นนำมาแบ่งปันความรู้ให้กับคนไทย เพื่อสร้างคนให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง”

ทั้งนี้ คุณสมชัย ได้ให้ข้อคิดของ Transformation ให้ประสพผลสำเร็จว่า จะต้องทำสิ่งที่เป็นพื้นฐานของตัวเองให้ดีที่สุดก่อน ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เอไอเอส สามารถรักษาผลกำไร ซึ่งทั้งหมดมาจากการให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานของสินค้าและบริการในทุกๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของคุณภาพระบบสัญญาณ การให้บริการของพนักงาน  การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า หากรักษามาตรฐานเรื่องพื้นฐานของธุรกิจได้ ก็จะมี Digital Infrastructure ที่มีคุณภาพเพื่อไปต่อยอดธุรกิจอื่นๆ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ได้นั่นเอง

ทางด้านการจัดการ คุณสมชัย ใช้วิธีแบ่งคนในองค์กรเป็นเรือใหญ่ 80% และเรือเล็กอีก 20% สำหรับเรือใหญ่เพื่อมั่นใจว่ากลุ่มนี้จะสามารถเป็นหัวเรือหลักที่พร้อมตั้งรับทุกๆ สถานการณ์โดยอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน และสามารถบริหารธุรกิจที่สำคัญ สร้างฐานที่มั่นให้มั่นคงแก่องค์กร และในขณะเดียวกัน ก็ต้องเฟ้นหาคนรุ่นใหม่ ที่เป็น The Next Generation มาร่วมคิดค้น Innovation ใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ในการต่อยอดและพัฒนาสินค้าและบริการ

“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการ Transform องค์กร ผมคิดว่าการสื่อสาร และความจริงใจเป็นหัวใจสำคัญ เมื่อเราต้องการเปลี่ยนแปลง เราต้องสื่อสารกับคนในองค์กรให้ถูกต้องและครบถ้วนว่า เรากำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร และผลที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน มีเหตุผล และเป็นธรรม พนักงานทุกคนก็พร้อมที่จะปรับตัวตามอย่างแน่นอนพอทุกคนปรับตัวได้ มันจะนำมาซึ่งอินโนเวชั่นที่จะมาสร้างความแตกต่างให้กับเรากับคู่แข่ง เพราะในกลุ่มอุตสาหกรรม Telecommunication เราต้องมีความรวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เทคโนโลยีจะเปลี่ยนผ่านไวแค่ไหน เราต้องตามให้ทัน และถ้าให้ดี เราต้อง Beyond Expectation ด้วยการก้าวไปให้ไวกว่า และไม่หยุดนิ่งที่จะคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและรองรับทุกๆ ไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล อีกอย่างหนึ่งแม้ว่าจะประสบความสำเร็จอยู่แล้ว อยู่บนยอดเขาอยู่แล้ว แต่ต้องมีความระแวดระวังเท่านั้นถึงจะอยู่รอด ผมมีคติในเรื่อง Only the paranoid will survive เสมอ นี่เป็นที่มาที่ทำให้ AIS ปรับตัวอยู่เสมอ เพราะ “คน” และ “เทคโนโลยี” เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ดังนั้น การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 30เราจึงเตรียมความพร้อมให้คนของเราผ่านแนวคิด “Fit Fun Fair” ที่เชื่อว่าจะตอบโจทย์ให้พนักงานมีความพร้อมในการทำงานเพื่อรับมือกับ Digital Disruption” ได้

นอกจากนี้แล้ว จากผลวิจัยพบว่า เอไอเอสยังได้คะแนนสูงสุดในปัจจัย ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation), ภาพลักษณ์องค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate CSR), การประกอบธุรกิจ และความสำเร็จ (Business Performance), การบริการ (Service) และภาพลักษณ์แบรนด์ของกิจการ (Corporate Image) อีกด้วย ซึ่งล้วนมาจากการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กลยุทธ์ 5 ด้านเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

คุณสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เอไอเอสมีวิธีการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าในหลายมิติ นั่นคือ พัฒนาความเสถียรของคุณภาพเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งสินค้าและบริการ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ในเวลาเดียวกันก็ต้องสร้างความแตกต่างที่เหนือกว่าและทําให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตได้ดีกว่าเดิมด้วย Digital Service พร้อมมอบสิทธิพิเศษ ทั้งจากส่วนลด และ AIS Points”

 “เอไอเอสพร้อมเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่เปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์ รวมถึงกลุ่มธุรกิจต่างๆ มาใช้ Platform นี้ในการสร้างการเติบโต หรือเปลี่ยน Business Model เพื่อให้สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด หรือโตแบบยั่งยืนไปด้วยกัน  ส่งเสริมบุคลากรของเราให้เติบโต และสร้าง New Ability ท่ามกลาง Digital Transformation พัฒนา Skill ทั้ง Soft Skill และ Hard Skill ผ่านทาง AIS Academy ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเริ่มสร้างอย่างเป็นรูปธรรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นับจากนี้เราจะเห็น AIS เริ่มรับทีมงานใหม่ๆ ที่มี Skill set ต่างจากคนเดิมที่เรามี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ New Business ที่เราจะมุ่งไปมากขึ้นยกระดับ Culture องค์กรไปอีกขั้นด้วยแนวคิด Fit Fun Fair สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างความแตกต่างและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน อาทิ ตั้งหน่วยงาน AIS NEXT ให้เป็นเหมือน Internal Incubator เพื่อบ่มเพาะพนักงานให้เป็นเสมือน Startup สร้างสรรค์ Business ใหม่ๆ”

ด้วยวิธีคิดและการทำงานดังกล่าว  ในรอบปีที่ผ่านมา เอไอเอสจึงคิดค้นนวัตกรรมจนสร้างความโดดเด่นจากคู่แข่งในตลาดหลายด้าน เช่น AIS Fibre ที่นอกจากมีจุดแข็งจากเทคโนโลยีไฟเบอร์ (Fiber Optic) แท้ 100% แล้วยังมีนวัตกรรมที่แตกต่างอาทิ Speed Toggle, Mesh WiFi, Fibre GURU, การแยกท่อ รวมถึง Package เฉพาะอย่าง E-Sport Package  ทางด้าน Digital Platform ก็ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ ในการเริ่มพัฒนา Digital Platform เพื่อรองรับการให้บริการของกลุ่มธุรกิจในแขนงต่างๆ

“ในอนาคตเอไอเอสยังคง Focus ส่งมอบคุณภาพบริการจาก Core Business 3 ส่วน คือ Mobile, Fibre Broadband, Digital Service เพื่อดูแลลูกค้ากว่า 42 ล้านเลขหมาย รวมถึง New Business ในลักษณะของ Digital Platform for Thais และเรายังมีอีก 2 ภารกิจสำคัญที่จะต้องทำในปีหน้า คือ การเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่วิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ E-Waste โดยรณรงค์ให้คนไทยนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาทิ้งกับ AIS เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี โดย AIS ได้ผลิตนวัตกรรมถังขยะอัจฉริยะ IoT เพื่อกระจายตั้งรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามAIS SHOP, ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลทั่วประเทศ รวมถึงมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งตอนนี้มีทั้งหมด 81 จุดในกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ โดยเราตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2020 จะสามารถช่วยลดค่า CO2 (คาร์บอนไดออกไซด์) ได้จำนวน 1 ล้าน kgCO2e และจัดการกับขยะ E-Waste ได้ทั้งสิ้น 1 แสนชิ้น ภารกิจที่สอง คือ การปลูกฝังให้คนไทยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ ผ่านโครงการ Cyber Wellness ในฐานะที่ AIS เป็นผู้ให้บริการ Digital เราจะขออาสาทำหน้าที่ Network Educator และ Network Protector เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่คนไทย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนให้รู้จักใช้อินเตอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์ ด้วยเครื่องมือต่างๆ อาทิ DQ, Application Google Family Link, AIS Securenet  อย่างไรก็ตามเรายังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบ ประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าในทุกๆ ด้าน ไปพร้อมๆ กับการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อนำเทคโนโลยี Digital มายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ชุมชนและสังคมไทยต่อไป

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

böcek ilaçlama erkek kol saati sportsfl
antalya escort
bodrum escort
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
mobil odeme bahis porno hd porno Ümraniye Evden Eve Nakliyat
izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle