ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ ประเทศไทย เผยโฉมออฟฟิศใหม่ ณ สามย่านมิตรทาวน์

Nov 28, 2019 -None-

บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัดหรือ DMHTผู้นำด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พรีเมียมระดับโลกเผยโฉมออฟฟิศแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 1,331 ตร.ม. ณ อาคารสำนักงานแห่งใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯมิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ซึ่งDMHT เพิ่งจะย้ายเข้าไปเมื่อ 8 สัปดาห์ที่แล้ว โดยทาง DMHTให้ความสำคัญในการออกแบบภายในออฟฟิศให้ตรงตามแนวคิดแบบ‘Dynamic Living Space’ทุกขั้นตอนเน้นการสร้างประสบการณ์และให้ความสำคัญกับการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างพนักงานในบริษัทรวมถึงผู้มาเยือน มี co-working space ขนาดใหญ่ที่ทุกคนสามารถมาคุยงานร่วมกันเป็นพื้นที่ที่เอื้อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ พร้อมตอบรับพฤติกรรมการทำงานของคนยุคใหม่ นอกจากนี้ยังมีสวัสดีบาร์ บาร์เครื่องดื่มใหญ่ที่สุดในบรรดาออฟฟิศดิอาจิโอในเอเชียแปซิฟิกที่เป็นสถานที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้นั่งคุยงาน หรือนั่งชิลสานสัมพันธ์กันในบรรยากาศที่สนุกสนาน และเป็นที่ต้อนรับแขกของบริษัท พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มโดยบาร์เทนเดอร์ชั้นนำระดับประเทศ สะท้อนปรัชญา “เฉลิมฉลองชีวิต ในทุกที่ และทุกวัน (Celebrating Life, Every Day, Everywhere)” ของบริษัทได้เป็นอย่างดี

 

มร. อัลแบร์โต อิเบอัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“DMHT มุ่งเป็นบริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน และได้รับความไว้วางใจและน่านับถือมากที่สุดในโลกซึ่งการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องเริ่มที่พนักงาน ซึ่งถือเป็นตัวแทนหรือแอมบาสเดอร์ของบริษัทฯ ที่จะทำงานเพื่อถ่ายทอดและส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและประสบการณ์ที่ดี รวมถึงสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคม ออฟฟิศแห่งใหม่นี้ได้สะท้อนปรัชญาของบริษัทฯ“เฉลิมฉลองชีวิต ในทุกที่ และทุกวัน (Celebrating Life, Every Day, Everywhere) ผ่านการออกแบบในทุกๆ องค์ประกอบสอดแทรกคาแร็คเตอร์ของแบรนด์เข้าไปเน้นการผสานพื้นที่เข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้มีความยืดหยุ่น จัดสรรพื้นที่เพื่อให้พนักงานทุกคนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีอิสระในการทำงานและส่งเสริมการทำงานแห่งอนาคต”

ในด้านของการออกแบบ ออฟฟิศแห่งนี้เป็นไปตามปรัชญาการออกแบบของดิอาจิโอในระดับโลกที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วม และทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นภายในออฟฟิศจะแบ่งออกเป็น 2 โซนหลักๆ คือโซนออฟฟิศ และโซนco-working space ขนาดใหญ่โดยโซนออฟฟิศนั้นอิงหลักการออกแบบในสไตล์ Open Plan ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนรวมมากกว่าพื้นที่ส่วนตัว โดยที่ทำงานของแต่ละคนจะเป็น Hot Desk เปลี่ยนไปในแต่ละวันแล้วแต่สะดวก สามารถนำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คมาต่อกับจอมอนิเตอร์ได้ตอบโจทย์การทำงานสมัยใหม่และถ้าใครต้องการพื้นที่ส่วนตัวสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ในห้องโทรศัพท์ที่จัดสรรไว้ได้ นอกจากนี้ยังผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างอินเทอร์เน็ตแบบโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกทั่วทั้งออฟฟิศ รวมถึงระบบการจองห้องประชุมผ่านแอปในสมาร์ทโฟนที่ทั้งสะดวกสบายและรวดเร็ว

 

สำหรับโซน co-working space จะเป็นพื้นที่แบบเปิดโล่ง มีโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ให้ทำงานและประชุมงานได้ตามสะดวก อิงแนวคิด‘Dynamic Living Space’ ที่เน้นสร้างประสบการณ์ออกแบบพื้นที่ให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ มีความยืดหยุ่น มีการผสมผสานระหว่างพื้นที่ทำงานกับพื้นที่นั่งเล่นเข้าด้วยกันเพื่อให้พนักงานได้ทุ่มเทกับงานได้อย่างเต็มที่และอิสระภายใต้บรรยากาศของการทำงานที่ผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านหรือคาเฟ่โดยอีกหนึ่งไฮไลท์ของออฟฟิศนี้คือสวัสดีบาร์บาร์ขนาดใหญ่กลางออฟฟิศที่ทำให้ผู้มาเยือนตื่นตาตื่นใจเปรียบเสมือนอีกหนึ่งพื้นที่ที่จัดแสดงแบรนด์ทั้งหมดในพอร์ทโฟลิโอของดิอาจิโอ ไม่ว่าจะเป็น Johnnie Walker,Smirnoff, Tanqueray, Baileysและอื่นๆ ซึ่งในวันธรรมดา ทุกคนสามารถใช้พื้นที่นี้เพื่อทำงาน หรือคุยงานได้ ส่วนทุกวันศุกร์เย็น บาร์แห่งนี้จะคึกคัก กลายเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ของพนักงานที่สามารถพาเพื่อนๆ ครอบครัว ลูกค้า หรือซัพพลายเออร์มาร่วมสังสรรค์กันได้ โดยมีบาร์เทนเดอร์มืออาชีพจากเวที
ดิอาจิโอ รีเสิร์ฟ เวิลด์ คลาส(DIAGEO Reserve World Class) มารังสรรค์เครื่องดื่มหลากสไตล์ให้ถึงที่ที่สำคัญคือไม่มีค่าใช้จ่ายเพราะอยากให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายจากผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ

 

มร. อัลแบร์โตเล่าว่า “อีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนปรัชญาขององค์กรส่งเสริมการดื่มแอลกอฮอล์อย่างรับผิดชอบ “เฉลิมฉลองชีวิต ในทุกที่ และทุกวัน (Celebrating Life, Every Day, Everywhere)ทั้งนี้DMHT เชื่อว่าแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สมดุลได้ ถ้าดื่มอย่างมีสติและตัดสินใจอย่างมีข้อมูล บริษัทฯ จึงส่งเสริมให้พนักงานทุกคนเป็นตัวแทนการดื่มอย่างรับผิดชอบ หรือ DRINKiQแอมบาสเดอร์ ที่ต้องมีความรู้เรื่องแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะดื่มหรือไม่ดื่มก็ตาม และต้องเผยแพร่ความรู้นี้ให้คนรอบข้างต่อไปได้

นอกเหนือจากคุณสมบัติทางกายภาพอย่างพื้นที่สำนักงานเพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทที่น่าทำงานที่สุด(Great Place to Work) ในเชิงนโยบายDMHT นั้นก็ได้ผลักดันนโยบายที่ส่งเสริมความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงานในองค์กร ด้วยการนำร่องเป็นบริษัทแรกๆ ที่ริเริ่มนโยบายให้สิทธิ์กับพนักงานทุกเพศ ได้สิทธิ์ลาความเป็นแม่และความเป็นพ่อ (Family Leave) ถึง 26 สัปดาห์และยังสามารถได้รับเงินเดือนเต็ม เพื่อดูแลบุตรได้อย่างใกล้ชิดและเท่าเทียมกัน ถือเป็นนโยบายที่สะท้อนวิสัยทัศน์ที่เห็นความสำคัญของพนักงาน รวมถึงส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียมกันในองค์กรได้เป็นอย่างดีตลอดจนช่วยส่งเสริมภาครัฐในการเพิ่มปริมาณประชากรใหม่อันช่วยบรรเทาประเทศจากการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอีกด้วย

“DMHT ตั้งเป้าที่จะเป็นบริษัทฯ ที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจที่ต้องการเข้ามาร่วมงานและทำงานด้วย และในขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับพนักงานเก่าที่เป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าของบริษัท ซึ่งการที่พนักงานทุกคนจะประสบความสำเร็จไปพร้อมกับองค์กรได้นั้น นอกเหนือจากความสามารถ วัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนให้ทุกคนพัฒนาตนเองอยู่เสมอ กล้าก้าวข้ามขีดจำกัด ภูมิใจในสิ่งที่ทำ และมีอิสระที่จะประสบความสำเร็จแล้ว บริษัทฯ เชื่อว่าบรรยากาศในสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะพื้นที่สำนักงานที่ตอบรับกับการทำงานได้อย่างเหมาะสม เอื้อให้ทุกคนได้พบปะ ได้คิด ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในรูปแบบของตนเอง นั้นก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน” สุดา หวลกสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort