สยามพิวรรธน์ สร้างคุณค่าร่วมกัน สู่ความยั่งยืน

Nov 20, 2019 -None-

การทำให้ธุรกิจสร้างคุณค่าและเอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน ถือเป็นแนวคิดในการดำเนินธุรกิจด้วยการยึดหลักธรรมาภิบาล ซึ่งกลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ยึดถือมาตลอด โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความยั่งยืนสามมิติ อย่างสมดุลคือ การดูแลด้านผู้คน ด้านชุมชนและสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลา 60 ปี กลุ่มสยามพิวรรธน์ ได้ตั้งปณิธานที่จะสืบสานและแบ่งปันความรัก มอบโอกาสในการสร้างความภาคภูมิใจและความเท่าเทียมให้กับคนทั้งมวลอย่างทั่วถึง รวมทั้งยังมุ่งเน้นเสริมสร้างและต่อยอดศักยภาพให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถได้มีโอกาสทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ตลอดจน ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน ชุมชนและสังคมไทย และอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”

กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนของสยามพิวรรธน์ เริ่มต้นด้วยการสร้างแบบอย่างการดำเนินธุรกิจ คือ การร่วมกันรังสรรค์ (Co-creation) และการสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Value) ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์หลักในการพัฒนา ทุกโครงการที่ผ่านมาของสยามพิวรรธน์ผ่านกระบวนการผนึกกำลังความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่กับทุกภาคส่วนในสังคม

“เรามองว่านอกเหนือจากความสำเร็จทางธุรกิจแล้ว ผลประโยชน์ซึ่งร่วมกันสร้างจะไม่ได้ตกอยู่เพียงแค่ที่เราเท่านั้น แต่ยังได้กระจายไปสู่ศิลปิน นักแสดง ช่างฝีมือ วิสาหกิจขนาดย่อม ผู้ประกอบการไทยชุมชนในพื้นที่ที่โครงการของเราตั้งอยู่ รวมถึงประเทศชาติ ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของรายได้เสริมสำหรับธุรกิจขนาดย่อม ชุมชน และช่างฝีมือต่างๆ หรืออยู่ในรูปแบบของการสร้างเครือข่ายใหม่ ช่องทางใหม่ในการทำธุรกิจ รวมถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดขยายกิจการให้เจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นได้”

คุณอุสรา ยงปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด เสริมว่าผลประโยชน์ร่วมกันที่เกิดขึ้น อาจอยู่ในรูปแบบของการสร้างชื่อเสียงให้กับช่างฝีมือ ศิลปิน ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยการใช้โครงการต่างๆ ของสยามพิวรรธน์ทำหน้าที่เป็นเวทีนำเสนอผลงานของศิลปินเหล่านั้นให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาโลก

นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์ยังทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อร่วมฝึกสอนคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในทุกสาขาอาชีพ ให้กลายเป็นกำลังขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศไทย อาทิ สนับสนุนโครงการดีมาร์ค โชว์ โครงการทาเลนต์ไทย แอนด์ ดีไซเนอร์รูม และการเปิดร้าน Objects of Desire Store (ODS) ที่ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันผลงานของนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ให้ก้าวไกลสู่ตลาดโลก โครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชนสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับโอท็อปแบบครบวงจร ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรรม และการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ร่วมกับ SACICT ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การ มหาชน) นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์ ยังประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการท้องถิ่นรายย่อยจากทั่วประเทศไทย ในโครงการสุขสยาม ส่งผลให้ผลิตผลจากหมู่บ้านและท้องถิ่นต่างๆ มียอดขายที่ดีและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

สยามพิวรรธน์ จะยังคงสนับสนุนโครงการเหล่านี้ต่อไป รวมทั้งมองหาโอกาสที่จะทำโครงการดีๆ ร่วมกับองค์กรต่างๆ เพื่อสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ เชิดชูความสามารถและผลักดันฝีมือคนไทย  ปั้น “Local Heroes” ให้กลายเป็น “Global Heroes” ที่จะทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และสามารถแข่งขันได้อย่างสง่างามบนเวทีโลก

ในขณะเดียวกัน สยามพิวรรธน์ยังถือเป็นผู้นำเรื่องการทำอารยสถาปัตย์ (Universal Design) ในอาคารอย่างครบวงจรเป็นรายแรก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการและผู้ทุพพลภาพรวมถึงผู้สูงอายุและคนทั้งมวลให้เข้าถึงอย่างเท่าเทียม ซึ่งที่ผ่านมาสยามพิวรรธน์ มีการลงทุนออกแบบก่อสร้างอาคาร และเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ใช้งานที่ได้มาตรฐานอารยสถาปัตย์สากลในทุกโครงการ ไม่ว่าจะเป็น การทำทางเข้า-ออกอาคารที่เชื่อมโยงกับทางเดินและทางลาดรอบอาคารและเชื่อมต่อกับอาคารจอดรถ การติดตั้งนวัตกรรมอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกอาคารในพื้นที่วันสยาม (OneSiam) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุหรือผู้ใช้รถเข็นทุกประเภท สามารถสัญจรไปมาเชื่อมต่อระหว่าง  3  ศูนย์การค้า  อันได้แก่  สยามดิสคัฟเวอรี่   สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอนได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรพลังสยามทำการปรับปรุงทางเชื่อมแยกปทุมวัน ให้เป็น Skywalk ด้วยแนวคิดการออกแบบอารยสถาปัตย์ เพื่อให้ผู้คนสามารถสัญจรบนทางเชื่อมได้อย่างสะดวกและทั่วถึงตลอดสี่แยก

นอกเหนือจากแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่ต้องการคุณค่าร่วมกันสู่ความยั่งยืนแล้วอีกสิ่งที่สยามพิวรรธน์มุ่งมั่นดำเนินการมาตลอดก็คือ เรื่องของการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญกับเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพยายามกระตุ้น รณรงค์ให้ผู้บริหาร พนักงาน และประชาชนหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการแก้ไขหรือลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน โดยมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆ พื้นที่ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ

“เรานำหลัก 3Rs ได้แก่ Reduce Reuse Recycle มาใช้จัดการสิ่งแวดล้อมของอาคารต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว รวมทั้งเรายังเดินหน้าพัฒนาสยามดิสคัฟเวอรี่ให้เป็นสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่สนับสนุนให้คนใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนแบบที่เรียกว่า Lifestyles in Harmony with Nature คือการผสมผสานวิถีชีวิตคนยุคใหม่ให้เข้ากันได้กับสินค้าที่ดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ประกอบการร้านค้าภายใต้กลยุทธ์ The Future of Sustainability in Retail ซึ่งเป็นการดำเนินงานเกือบครบวงจร ตั้งแต่ระดับนโยบาย จนถึงปลายทาง ลูกค้า โดยหัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้ คือการจัดตั้ง Green Fund โดยสยามพิวรรธน์ร่วมมือกับ Green Community ต่างๆ ในการจัดสรรเงินงบประมาณ การจัดโครงการ หรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อนำไปเป็นเงินกองทุนสนับสนุนในการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดการดูแลรักษา และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

การดำเนินโครงการภายใต้กลยุทธ์ “The Future of Sustainability in Retail” ของสยามพิวรรธน์ มีแนวทางในการบริหารจัดการ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่

กลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า โดยกำหนดนโยบายบัญญัติ 10 ประการ เพื่อนำมาใช้ปฏิบัติกับทุกภาคส่วน ทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มค้าปลีกของสยามพิวรรธน์ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ การใช้วัสดุออร์แกนิกส์และไม่มีส่วนใดๆ ของสัตว์ การใช้วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุรียูส  สินค้ามีกระบวนการผลิตที่ปลอดจากสารเคมี สินค้าผ่านกระบวนผลิตโดยส่งผลกระทบต่อโลกและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ผลิตเสื้อผ้าที่เกิดจากการเพิ่มมูลค่าจากเศษวัสดุ เศษผ้าที่เหลือจากการผลิต การใช้ช่างฝีมือท้องถิ่น และผลิตจากงานหัตถกรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น การผลิตด้วยจริยธรรมมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม การทำการตลาดที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายคือการใช้หมึกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการพิมพ์ลวดลาย  โดยพร้อมประกาศสัตยาบัน Manifesto ร่วมกับ Stakeholders สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กลุ่มลูกค้าและผู้บริโภค กระตุ้นให้สังคมไทยเกิดการตื่นตัวและตระหนัก รับรู้ ตลอดจนเล็งเห็นถึงความสำคัญในการร่วมมือกันช่วยลดภาวะโลกร้อนแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านหนังสือ “เขียวสยาม” ที่สยามพิวรรธน์มีความตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ไปยังกลุ่มเป้าหมาย, Eco Charger Station สถานีบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ณ อาคารจอดรถสยาม และอาคารจอดรถสยามพารากอน และไอคอนสยามมีแหล่งรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหลากหลายหมวดหมู่ ณ  Ecotopia  และสยามดิสคัฟเวอรี่จะมีจุดให้บริการน้ำดื่มสะอาดบริสุทธิ์แก่ผู้เข้ามาใช้บริการ โดยนำแก้วหรือภาชนะส่วนตัวมาใช้ 

นอกจากนั้น สยามดิสคัฟเวอรี่ ยังให้ความสำคัญกับการลด ละ เลิกใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง หรือ One Single Use Plastic โดยเริ่มใช้ถุงกระดาษใส่สินค้าให้กับลูกค้า และในปีนี้เรายังร่วมมือกับ บริษัทธุรกิจเพื่อสังคม ในการนำ Application มาเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกให้ลูกค้าลด ละ เลิก การขอรับผลิตภัณฑ์พลาสติก เช่น หลอด ช้อนส้อม

อย่างไรก็ตาม สยามพิวรรธน์ ยังคงมีแผนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องระยะยาวที่จะสร้างประโยชน์คืนกลับสู่ลูกค้าและสังคม

กลุ่มพนักงาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ สยามพิวรรธน์มีการรณรงค์ภายในองค์กร สร้างจิตสำนึกของผู้บริหารและพนักงาน ให้มีความรับผิดชอบ หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการแก้ไข หรือลดปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยการนำหลัก 3Rs ได้แก่ Reduce Reuse Recycle มาใช้จัดการสิ่งแวดล้อมของอาคารต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปี อาทิ การคัดแยกขยะ และการใช้พลาสติกอย่างถูกวิธี โครงการประหยัดพลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ที่ได้เข้าร่วมโครงการชดเชยคาร์บอน ซึ่งจัดขึ้นโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ในฐานะธุรกิจรีเทลแห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้ดำเนินกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม และการจับมือกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมเพื่อเข้าร่วมโครงการ “ต้นแบบเครือข่ายกรุงเทพฯ สีเขียว” เป็นต้น

สยามพิวรรธน์ในฐานะ “ผู้นำแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์” หรือ Creative Economy ยังคงยึดมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการร่วมกันรังสรรค์และการสร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อสร้างความเท่าเทียมและสร้างประโยชน์ร่วมกันให้เกิดขึ้นในสังคมทุกระดับ ยกระดับคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถของคนไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย รวมถึงนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติยิ่งขึ้นไปในอนาคต

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn