The World Sustainability Icon GC กับสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืน

Nov 18, 2019 -None-

“Our Mission in Action & Beyond หรือสานต่อ ต่อยอด คือ ภารกิจสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้า นั่นคือ สิ่งที่ดีอยู่แล้วที่ CEO และผู้บริหารเดิมเคยสร้างไว้ก็จะเร่งสานต่อ พร้อมทั้งต่อยอดแสวงหาสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนเพื่อนำพา GC ให้เติบโตแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน” ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการบริหารองค์กรเพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืน พร้อมเป็นต้นแบบองค์กรต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม

นับเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO หัวเรือใหญ่ของ GC และถือเป็นความท้าทายของ ดร.คงกระพัน ในการขับเคลื่อน GC ให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในเวทีการค้าในประเทศและระดับสากล

ดร.คงกระพัน ขยายความถึงกลยุทธ์ว่า GC มีแผนกลยุทธ์สำคัญในก้าวต่อไป 3 Steps คือ Step Change, Step Out และ Step Up

Step Change คือ สานต่อการทำบ้านให้แข็งแรง รักษามาตรฐานการผลิต เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกันก็ต่อยอดขยายธุรกิจเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งเน้นสร้าง High Value Business เพื่อเพิ่มมูลค่า

Step Out คือ การตั้งเป้าเติบโตในระดับสากล สานต่อการสร้างบ้านหลังที่ 2 ในต่างประเทศให้สำเร็จ และต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจใหม่ผ่านทาง M&A เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด

Step Up คือ สานต่อความมุ่งมั่นในการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน ขยายผลสิ่งดีๆ ที่เราทำมาอย่างต่อเนื่อง และด้วยผลสำเร็จของความยั่งยืนในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) หรือดัชนีประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่กองทุนและสถาบันการเงินต่างๆ จากทั่วโลก ให้ความเชื่อมั่นและใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการลงทุน ได้จัดอันดับให้ GC เป็นต้นแบบด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับ Gold Class ของโลก ซึ่ง GC มีผลสำเร็จอยู่ในระดับ Top 10 ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 และในวันนี้ GC ได้ก้าวขึ้นเป็นที่ 1 ของโลกด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมาก

“เรามุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน และต่อยอดโดยการทำให้ความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ กระบวนการผลิตและการทำงาน พร้อมทั้งขยายความเชื่อมโยงและความร่วมมือกับภาครัฐ และภาคธุรกิจอื่นๆ เพื่อร่วมกันสร้างความยั่งยืนในภาพรวมของประเทศ ที่สำคัญ สิ่งที่พวกเราทำต้องสามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

แนวคิดของ GC คือ สร้างมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่มีรากฐานสร้างสมดุลด้านความยั่งยืนเพราะเราทุกคนที่ GC เชื่อว่าการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพ เกิดจากการวางรากฐานความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ จากสมดุลทั้งสามมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

อีกสิ่งหนึ่งที่จะลืมไม่ได้เลย คือ บุคลากร ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ เราสานต่อการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง เพื่อหล่อหลอมให้พนักงานเป็นคนดี นอกจากนี้ สิ่งที่ยกระดับเพิ่มขึ้น คือ คน GC ต้องเก่งขึ้น มีความสามารถ รอบรู้มากขึ้น พร้อมรับกับสถานการณ์ที่มีความท้าทายมากขึ้นในอนาคต เราเชื่อว่าการร่วมมือร่วมใจกันของพนักงานทุก Generation จะทำให้ GC ของเราสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน” ดร.คงกระพัน กล่าว

The Responsible Leadership

ในฐานะผู้บริหารสูงสุด การรักษาความเป็นที่ 1 ทั้งด้านธุรกิจและความยั่งยืนอย่างสมดุลเป็นเรื่องท้าทาย แต่ ดร.คงกระพัน มองว่าการเป็นแบบอย่างเพื่อขยายผลความยั่งยืนให้เกิดในวงกว้างเป็นความมุ่งมั่นที่ท้าทายกว่า เพราะองค์กรสายเลือดไทยอย่าง GC มีพันธกิจที่สำคัญ คือ การตอบแทนประโยชน์ต่อประเทศชาติ และสังคมโดยรวม

“การยืนอยู่ในตำแหน่งขององค์กรที่มีศักยภาพสูง นอกจาก GC จะเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วย GDP Contribution กว่าร้อยละ 6 แล้ว ยังทำให้คนไทยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์สำคัญในการดำรงชีวิต เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งยังเกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ต่ออุตสาหกรรมต่อยอดอีกมากมาย ความมุ่งมั่นของเรา คือ GC จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศไทยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกด้วยมาตรฐานอุตสาหกรรมและมาตรฐานความยั่งยืน”

The Next Growth - The Next Opportunity

Disruption สำคัญต่ออุตสาหกรรมอย่างปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์อย่างมาก เพราะการสร้างการเติบโตท่ามกลางทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด จากปัญหาทรัพยากรที่หายากยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการขยายตัวของประชากรโลก โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่มีสัดส่วนสูงขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคหันมาสนใจการกินดีอยู่ดี รวมทั้งคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เกิดกระแสผู้บริโภคใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น กติกา นโยบาย และการผลักดันจากภาครัฐ และภาคสังคมโดยเฉพาะแรงกดดันอย่างภูมิภาคยุโรป อีกทั้งผลการจัดอันดับเอเชียด้านการจัดการขยะทะเลและไทยเองก็เป็นประเทศที่มีขยะพลาสติกรั่วไหลลงทะเลติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

นอกจากนี้ สถิติของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ขยะพลาสติกมี 2 ล้านตัน แต่สามารถจัดการได้เพียง 1 ใน 4 หรือประมาณ 5 แสนตัน และมีขยะที่ถูกกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก จึงส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต่างตื่นตัว และหาแนวทางแก้ปัญหาสร้างความร่วมมือในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับสากล ระดับภูมิภาค หรือระดับประเทศ สำหรับภูมิภาคอาเซียน จากการประชุมผู้นำอาเซียน ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ก็มีการลงนามรับรอง ปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะในทะเลภูมิภาคอาเซียน 3R แสดงให้เห็นว่ามีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในทะเล

ทั้ง 2 ปัจจัยดังที่กล่าวมาทำให้เกิดกระแสโจมตีพลาสติกในปัจจุบัน ซึ่ง ดร. คงกระพัน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

“กระแสโจมตีเพื่อให้ลดการใช้พลาสติกขณะนี้มีมากมาย แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า พลาสติกมีประโยชน์มหาศาล ในการดำรงชีวิตประจำวัน และด้านการแพทย์ พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย แต่การที่พลาสติกถูกใช้และจัดการอย่างไม่ถูกต้องต่างหากที่เป็นการสร้างปัญหา”

ในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืน GC มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันแนวคิดเรื่องความยั่งยืนให้ขยายวงกว้างไปในทุกภาคส่วนของสังคม โดยสร้างทางเลือกที่สามารถจะตอบโจทย์ให้กับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ประกอบด้วย 1. พลาสติกชีวภาพที่สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ สำหรับผู้บริโภคที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตจากการใช้พลาสติกแบบเดิม 2. พลาสติกรีไซเคิลหรือผลิตภัณฑ์จากขยะพลาสติก สำหรับผู้บริโภคที่มีความพร้อมในเรื่องการแยกขยะ 3. การให้ความรู้กับชุมชนและสังคม สร้างความตระหนักรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างแนวร่วมเพื่อช่วยกันขยายผล 4. การดูแลลูกค้าและเข้าไปมีส่วนช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ GC เอง ก็มีเป้าหมายในเรื่องการพัฒนาความยั่งยืนที่ชัดเจน ซึ่งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ คือส่วนหนึ่งของเป้าหมายอันท้าทายของ GC

“เรามุ่งมั่นและให้ความสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Sustainable Development Goals ในข้อ SDG12 Responsible Consumption and Production และ SDG13 Climate Actions โดยกำหนดกลยุทธ์เป็นกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ GC เป็นเป้าหมายท้าทายที่เราต้องทำให้ได้ ซึ่งข้อ SDG12 คือ Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) ที่เราทำมาโดยตลอด สำหรับ SDG13 คือ การลด Greenhouse Gas” ดร. คงกระพัน ขยายความต่อว่า

“โมเดลสำคัญที่ขับเคลื่อนเป้าหมายข้างต้น แบ่งกลไกเป็น 3 เรื่องหลัก คือ Smart Operating: แนวทางธุรกิจใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด GC มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตของบริษัทฯ ลง 20% ภายในปี 2030 ตามเป้าหมายที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ รวมถึงการลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ลง 52% ภายในปี 2050 โดยการบริหารจัดการการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นต้น Responsible Caring: พัฒนา ออกแบบ และดูแลผลิตภัณฑ์เพื่อลดการใช้ทรัพยากร การนำขยะพลาสติกมารีไซเคิล รวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เกิดประสิทธิภาพยาวนานมากที่สุดตลอดช่วงอายุการใช้งาน และ Loop Connecting: ขยายความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ และผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้เกิดผลสำเร็จในวงกว้าง ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความยั่งยืน เพื่อให้ GC เป็นต้นแบบในการต่อยอดด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน”

ภายใต้แนวความคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด “GC มุ่งมั่นผลักดันแนวคิด GC Circular Living.....ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก ออกไปสู่สังคมในวงกว้าง สร้างการตระหนักรู้ไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้คนปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ เริ่มต้นด้วยของใกล้ตัว นั่นคือ พลาสติกในชีวิตประจำวัน ครอบคลุมการให้ความรู้ ปลูกฝังการคิด แยก ทิ้งให้ถูกวิธี ให้คนเห็นถึงประโยชน์และคุณค่าของขยะพลาสติก หากผ่านกระบวนการที่ถูกวิธี ขยะพลาสติกจะสามารถกลับมามีประโยชน์ เป็นสินค้าให้เราใช้ได้ใหม่ เช่น นวัตกรรม Upcycling แปรรูปขยะพลาสติกให้เป็นสินค้าต่างๆ รวมถึงสนับสนุนการใช้พลาสติกชีวภาพที่ผลิตจากพืชและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ดร.คงกระพัน กล่าวเสริมถึงการดำเนินงานของ GC ภายใต้แนวคิด Circular Living

ปัจจุบัน GC มีโครงการต่างๆ มากมาย ภายใต้แนวคิด Circular Living ซึ่งสอดคล้องกับทางเลือกที่เรามีเพื่อตอบสนองความต้องการแก่ทุกภาคส่วน และวันนี้กำลังได้รับการ “สานต่อและต่อยอด” ให้เกิดความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น

1. สร้างเทรนด์ในการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกชีวภาพ ที่ผลิตจากพืชและสลายตัวได้ทางชีวภาพไม่ทิ้งสิ่งตกค้างให้สิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการ Chula Zero Waste โดยร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนำพลาสติกชีวภาพ BioPBS ที่สลายตัวได้ทางชีวภาพ มาผลิตเป็นแก้ว Zero-Waste Cup หรือโครงการ Be Smart Be Green ซึ่งร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร สนับสนุนบรรจุภัณฑ์ BioPBS ผลิตเป็นแก้วและหลอดไบโอพลาสติก รวมทั้งการริเริ่มใช้ GC Compostable ฉลากยืนยันวัตถุดิบ หรือ Material Label เพื่อสร้างความมั่นใจต่อสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ว่าผลิตจากเม็ดพลาสติกชีวภาพ สลายตัวได้ในธรรมชาติด้วยการฝังกลบ

2. โครงการ Upcycling the Oceans, Thailand บริหารจัดการขยะพลาสติกที่เกาะเสม็ดและบริเวณชายฝั่งและในทะเล จังหวัดระยอง ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมูลนิธิอีโคอัลฟ์จากประเทศสเปน อาสาสมัคร นักดำน้ำ ชาวบ้าน ช่วยกันรวบรวมขยะกว่า 20 ตัน จากขยะพลาสติกผ่านนวัตกรรม แปลงร่างเป็นสินค้าแฟชั่น และนำออกวางจำหน่าย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมาก รวมถึงลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ซึ่งสามารถนำมาใช้ทำบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารได้ โดยเป็นโรงงานแห่งแรกของประเทศไทยร่วมกับ ALPLA Group บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก จากประเทศออสเตรีย

3. โครงการ ThinkCycle Bank หรือ “ธนาคาร ทิ้ง-ไซเคิล” ซึ่ง GC ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับน้องๆ เยาวชนใน 12 โรงเรียนนำร่อง ในจังหวัดระยอง รณรงค์ให้น้องๆ ตระหนักและเรียนรู้การบริหารจัดการขยะ สอนการคัดแยกขยะ เพื่อให้เด็กๆ มีส่วนร่วมในการจัดการขยะในชุมชนของตน และสร้างรายได้จากการนำขยะรีไซเคิลมาเปลี่ยนเป็นเงิน

4. การวางเป้าหมายในการลดการผลิตเม็ดพลาสติกที่นำไปใช้ในการผลิตพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ภายใน 5 ปี โดยเบนเข็มไปผลิตพลาสติกวิศวกรรมที่มีความคงทน (Durable) เพื่อตอบสนองเทรนด์โลกโดยพร้อมให้ความช่วยเหลือและให้การสนับสนุนลูกค้าของเราในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้

“ทั้งหมดนี้ GC หวังเพียงสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมไทย สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงแนวคิดและพฤติกรรม โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง เพื่อให้ไทยเป็นประเทศต้นแบบในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต ด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผมเชื่อมั่นว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน รักษ์โลก....แล้วโลกที่สวยงามจะอยู่กับเราตลอดไป” ดร.คงกระพัน กล่าวทิ้งท้าย

Sustainable Brands

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn