3,167
VIEWS

ปูนซีเมนต์นครหลวง ผู้ริเริ่มนวัตกรรมการก่อสร้างรักษ์โลก

Nov 20, 2019 -None-

กระแสรักษ์โลกเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงมากในปัจจุบันแทบจะในทุกแวดวงอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการก่อสร้าง ในหลายปีที่ผ่านมาเทรนด์การก่อสร้างรักษ์โลกเริ่มเพิ่มขึ้น ความต้องการของผู้บริโภคหรือเจ้าของบ้านที่อยากมีส่วนร่วมในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและใส่ใจธรรมชาติตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เลือกใช้ ทำให้ผู้ประกอบการและผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างต่างหันมาให้ความสำคัญในเรื่องผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

แต่สำหรับ “ปูนซีเมนต์นครหลวง” หรือ ปูนอินทรี ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมาเป็นเวลานานแล้ว โดยได้มีการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้พนักงานดำเนินงานอยู่บนหลักพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) เพื่อประโยชน์กับสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทำให้องค์กรได้รับการยอมรับ หรือเรียกว่าเป็น License of Operate ที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ

คุณศิวะ มหาสันทนะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 50 ปี ในการดำเนินงานของบริษัทนั้น  อยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาลที่ดีในการดำเนินธุรกิจและยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการรักษาสมดุลในการสร้างคุณค่า 3  ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ซึ่งก็คือผลประกอบการ ด้านการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และด้านความรับผิดชอบต่อชุมชนรอบหน่วยผลิตของเรา รวมถึงสังคมประเทศชาติโดยรวม  เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และสร้างความพอใจให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญทุกฝ่าย ซึ่งหากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายพอใจก็จะให้การสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ และทำให้องค์กรพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อเนื่องต่อไป

ในเวลาเดียวกัน ปูนซีเมนต์นครหลวงให้ความสำคัญต่อการทำธุรกิจที่ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งด้านการพัฒนาสินค้า การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการขนส่ง

“เราตระหนักว่าสินค้าปูนซีเมนต์มีความเกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ เพราะใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลัก เราจึงมีแนวความคิดที่จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการช่วยพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)ให้มีการพัฒนาไปในทำนองเดียวกัน”

โดยในด้านการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ล่าสุดปูนซีเมนต์นครหลวงได้กระตุ้นตลาดปูนซีเมนต์ โดยได้ร่วมกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดันการก่อสร้างแบบรักษ์โลกและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกมีกระบวนการผลิตที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาวัตถุดิบเพื่อเปลี่ยนเป็นปูนเม็ด ได้ถึงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ทั่วไป หรือ สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ย 80-90 kg-CO2 ต่อการผลิตปูนซีเมนต์ 1 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับต้นไม้ประมาณ 10 ต้น ปัจจุบันปูนซีเมนต์นครหลวงมีปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกทั้งในรูปแบบปูนซีเมนต์ชนิดถุงและผง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งตลาดผู้รับเหมารายย่อย หรือ Home Use และตลาดผู้รับเหมารายใหญ่รวมถึงโครงการภาครัฐและภาคเอกชน โดยจำหน่ายผ่านทางตัวแทนจำหน่ายปูนอินทรีและร้านค้าวัสดุก่อสร้างทั่วประเทศ และจำหน่ายตรงให้กับผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จและ/หรือผู้ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต

“ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกของปูนซีเมนต์นครหลวงทุกผลิตภัณฑ์ มีจุดเด่นในเรื่องของคุณภาพ เช่น อินทรีเพชรพลัส เป็นปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ชนิดถุงสำหรับงานโครงสร้างที่มีคุณภาพสูง มีเนื้อปูนที่ผสมง่าย ไหลลื่น เทเข้าแบบง่าย ทำให้ผู้ใช้งานทำงานได้ง่ายขึ้น และเร็วขึ้น สามารถผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตได้ผิวงานที่สวย มีขอบคม และแข็งแรง จนเรากล้ารับประกันว่าเป็นปูนโครงสร้างที่ดีที่สุดจากอินทรี เพราะนอกจากคุณภาพที่เหมาะสำหรับงานโครงสร้างคุณภาพสูงสามารถรับแรงต่างๆ ทั้งงานคอนกรีตเล็กและใหญ่ งานหล่อบล็อก หล่อท่อเสาคาน และฐานรากได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการเป็นปูนซีเมนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” นอกจากนี้ ยังมีอินทรีเพชร  Easy Flow และ อินทรีเพชร Quick Cast ที่เป็นปูนซีเมนต์ไฮดรอ   ลิกชนิดผง สำหรับตลาดผู้รับเหมารายใหญ่ รวมถึงโครงการภาครัฐและภาคเอกชนอีกด้วย

 อย่างไรก็ดี ปูนซีเมนต์นครหลวงก็ได้ทำงานร่วมกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจการก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในโมเดล  Green Heart Label โดยสำหรับลูกค้านั้น จะเป็นการสร้างฉลากตราสินค้า Green Heart Label ตามมาตรฐาน ISO 14021 และติดที่ถุงปูน หรือผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง เพื่อระบุให้ทราบว่าเป็นผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน ISO14021 ที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ลูกค้าที่มีความสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือแนวทางการก่อสร้างอย่างยั่งยืนได้ตระหนัก และเลือกใช้สินค้ารักษ์โลกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์หลายชนิดของปูนซีเมนต์นครหลวงยังได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ และฉลากลดคาร์บอนจากหน่วยงานระดับชาติ  ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของบริษัทเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

“สินค้า Green Heart Label มีสัดส่วน 37% จากยอดขายรวมในปี 2561 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% ตามที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2563 ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่าการพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสามารถส่งผลที่ดีต่อธุรกิจได้ด้วย เพราะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้เราได้ส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นในบางกลุ่มลูกค้า ทั้งการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยการใช้พลังงานทดแทน ยังช่วยให้เราประหยัดต้นทุนพลังงานได้ หรือการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ช่วยให้เราลดค่าใช้จ่ายต้นทุนการผลิตได้ และมีน้ำสำรองไว้ใช้มากขึ้น”

ในส่วนของโรงงานปูนซีเมนต์และเหมืองหินทราย ปูนซีเมนต์นครหลวงมีโครงการ Mine a Ton, Sell a Ton. เพื่อลด Waste ของวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติ โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผสมหิน หรือย่อยหิน หรือนำหินที่ย่อยละเอียดมาใช้แทนทรายละเอียด ซึ่งล้วนแต่เป็นวิธีของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบรู้คุณค่ามากที่สุด สำหรับเชื้อเพลิงจะที่ใช้ในเตาเผาซีเมนต์ ก็จะเป็นเชื้อเพลิงทดแทน จากกระบวนการแปรรูป ขยะอุตสาหกรรม และพลาสติกจากบ่อขยะเพื่อลดการใช้ถ่านหิน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวได้คำนึงถึงผลกระทบต่อความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และคุณภาพของปูนอินทรี  โดยปัจจุบันมีการใช้เชื้อเพลิงทดแทนคิดเป็นสัดส่วน 15% และจะเพิ่มเป็น 20% ในอีก 3 ปีข้างหน้า และโรงโม่หินก็ได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้บดหินให้มีขนาดสม่ำเสมอและมีรูปร่างกลม กลายเป็นโปรดักต์ใหม่ที่เรียกว่า High Performance Aggregate ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนผสมคอนกรีตที่เข้ามาลดการใช้ปูนซีเมนต์ และให้ Performance ที่ดีกว่าเดิม

ด้านการขนส่งก็นำเทคโนโลยีมาใช้เช่นกัน เช่น  GPS เพื่อหาระยะทางหรือเส้นทางเพื่อให้เกิดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยไม่มีการตีรถเปล่า เพราะจะมีการจับมือกับลูกค้าหรือคู่ค้าในการฝากสินค้าร่วมบรรทุกกลับมาด้วย  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด   

คุณศิวะ กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดปูนซีเมนต์กำลังมาถึงจุดเปลี่ยน เพราะผู้บริโภคเริ่มมีความต้องการสินค้าเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงลูกค้าที่เป็นผู้รับเหมาก็ต้องการก่อสร้างตึกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นกัน ทำให้บริษัทเพิ่มบริการให้คำปรึกษาด้านดีไซน์ และแนะนำเลือกสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปใช้ในการตกแต่งอาคารสิ่งปลูกสร้าง

“ปัจจุบันถือได้ว่าภาคเอกชนให้การตอบรับปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกเป็นอย่างมาก และเปลี่ยนมาใช้ในการก่อสร้างเกือบหมดแล้ว ขั้นต่อไปเราอยากเห็นภาครัฐหันมาใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกมากขึ้น โดยจะกระตุ้นผ่านกลไกการทำงานของสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย และสภาอุตสาหกรรม ซึ่งมีนโยบายผลักดันปูนซีเมนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันได้มีการเข้าไปให้ความรู้และนำเสนอผลการวิจัยถึงประสิทธิภาพของปูนซีเมนต์ประเภทนี้กับผู้เกี่ยวข้องทุกราย อาทิ สถาบันการศึกษา วิศวกรรมสถาน หรือกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ  ที่อยู่ใน Value Chain เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม และกระทรวงการคลัง ซึ่งผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ต้องช่วยภาครัฐในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย รวมถึงเราปูนซีเมนต์นครหลวงจึงต้องการเป็นผู้ริเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่น่าอยู่ และเพื่ออนาคตของทุกคน”

ในฐานะ Good Corporate Citizen คุณศิวะ แนะนำแนวทางการทำธุรกิจภายใต้ Sustainable Development ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายเรื่องสิ่งแวดล้อม ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องลุกขึ้นมามีบทบาทในการสร้างจิตสำนึกให้พนักงาน และผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ  ซึ่งรวมถึงลูกค้า Suppliers และชุมชนรอบข้างให้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม จะต้องทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหรือคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงมอนิเตอร์ความต้องการของ Stakeholder และแสวงหาความรู้เรื่องด้านการลดคาร์บอน และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) แล้วเอาข้อมูลเหล่านั้นกลับมาถามตัวเราเองว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อที่จะตอบแทนสังคม และชุมชน

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและผลิตภัณฑ์ปูนอินทรี ได้ที่ 1732 หรือ www.facebook.com/INSEEGroup

www.siamcitycement.com

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn