โซนี่ตอบรับตลาดถ่ายภาพมืออาชีพ ส่งกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสระดับเรือธง Alpha 9 II

Nov 14, 2019 -None-

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าขยายฐานกลุ่มคนรักการถ่ายภาพและช่างภาพมืออาชีพ พร้อมตอบรับความต้องการใช้งานได้อย่างตรงโจทย์ด้วยเทคโนยีอันทรงประสิทธิภาพ ด้วยการเปิดตัวกล้องอัลฟ่าฟูลเฟรมมิเรอร์เลสระดับเรือธง รุ่น Alpha 9 II (α9 II) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ที่ต่อยอดสมรรถนะจากกล้อง Alpha 9 ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อใช้งาน ล้ำสมัยที่ช่วยสนับสนุนการทำ งานของช่างภาพข่าว และสายกีฬาโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มขีดประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างสะดวก แม่นยำ และฉับไวยิ่งขึ้น ควบคู่กับการเสริมทัพเลนส์ของโซนี่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของช่างภาพได้อย่างครอบคลุม ด้วยการเปิดตัวเลนส์ระดับซูเปอร์เทเลโฟโต้พร้อมกันอีก 2 รุ่น ได้แก่ เลนส์ไพรม์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ 600mm F4 G Master™ (รุ่น SEL600F4GM) ซึ่งเป็นเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสไกลที่สุดของโซนี่ และยังมีน้ำหนักเบาที่สุดในโลกในกลุ่มเลนส์ระดับเดียวกัน ที่โดดเด่นด้วยระบบออโต้โฟกัสอันทรงประสิทธิภาพ รายละเอียดสุดคมชัด และโบเก้ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยเลนส์ซูมซูเปอร์เทเลโฟโต้ในกลุ่ม G ซีรีส์ FE 200-600mm F5.6-6.3 G OSS (รุ่น SEL200600G) มาพร้อมระบบออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว แม่นยำ และระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้การถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนไหวเร็วมีความคมชัดในทุกรายละเอียด  ตอบโจทย์ช่างภาพมืออาชีพสายถ่ายภาพกีฬา ตลอดจนการถ่ายภาพนก และสัตว์ป่า เป็นต้น ซึ่งโซนี่มั่นใจว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส และเลนส์ระดับซูเปอร์เทเลโฟโต้ออกสู่ตลาดในครั้งนี้ จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ยิ่งขึ้น

ลีลนา เพียรพิริยะ ผู้จัดการอาวุโสแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ดิจิตัล อิมเมจจิ้ง บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “ความนิยมในการใช้กล้องดิจิตอล และเลนส์ในประเทศไทยยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพที่หลากหลายจึงจำเป็นต้องมีกล้อง เลนส์ และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพประเภทต่าง ๆ ปัจจุบันโซนี่ได้มีเลนส์ประเภทต่าง ๆ ครอบคลุมการใช้งานของช่างภาพตั้งแต่มือสมัครเล่น ไปจนถึงมืออาชีพ รองรับทั้งการถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอด้วยเลนส์ E-Mount จำนวนกว่า 54 รุ่น รวมถึงเลนส์ G Master อีก 10 รุ่น ครอบคลุมตั้งแต่เลนส์ไวด์ขนาด 12 ม.ม. ไปจนถึงเลนส์ซูเปอร์เทเล 1200 ม.ม. จะเห็นได้ว่าในปีนี้โซนี่ได้แนะนำกล้องใหม่ที่มาพร้อมเทคโน โลยีล่าสุดหลายรุ่นด้วยกัน อาทิ Alpha 7R IV ความละเอียด 61 ล้าน พร้อมฟังก์ชั่นครอปเซ็นเซอร์ที่ 24 ล้าน, กล้อง Alpha 6600 และ Alpha 6100 ที่จับโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว จนถึงกล้องรุ่นล่าสุด Alpha 9 II ที่สุดของในระบบโฟกัสทั้งความรวดเร็ว และแม่นยำ พร้อมเทคโนโลยี Real Time Tracking ทั้งคน และสัตว์ และทำงานได้ทั้งระบบถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ อีกทั้ง ยังได้เปิดตัวเลนส์อีกหลายรุ่นด้วยกัน ซึ่งรวมถึงเลนส์ในตระกูล G Master และ G Series รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมกันอีก 2 รุ่น ได้แก่เลนส์ซูเปอร์เทเล 600F4 G Master™ และ 200600G ที่เข้ามาเสริมทัพเลนส์ของโซนี่เพื่อตอบโจทย์ช่างภาพสายกีฬา ถ่ายภาพนก และสัตว์ป่าโดยเฉพาะ ทั้งนี้ โซนี่ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีของเลนส์ทุกรุ่นร่วมกันกับกล้องโซนี่ เพื่อรีดประสิทธิภาพในการทำงาน และคุณภาพให้ออกมาดีที่สุดโดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกัน โซนี่มั่นใจว่าการเปิดตัวกล้องอัลฟ่า และเลนส์ใหม่ในครั้งนี้ จะสามารถขยายไลน์อัพให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบถ่ายภาพ ตลอดจนช่างภาพมือสมัครเล่น และมืออาชีพ และยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจดิจิตัล อิมเมจจิ้ง ของโซนี่อีกด้วย”  

ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล อิมเมจจิ้ง รุ่นใหม่จากโซนี่ประกอบด้วย

กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส รุ่น α9 II (อัลฟ่า 9 มาร์ค ทู)

สุดยอดกล้องมิเรอร์เลสฟลูเฟรมระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลอัลฟ่า ที่ได้รับการต่อยอดจากความสำเร็จของกล้องรุ่น α9 ให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมทั้งการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ

ทำให้เป็นกล้องประสิทธิภาพสูงที่รองรับการทำงานระดับมืออาชีพด้วย อีกทั้งยังตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพกีฬาและภาพสัตว์ในระยะไกลได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์เด่นมากมายเช่น Image Quality 24.2Mps / Speed 20 Fps / 0 Blackout (Blackout-Free) / FTP Connectivity

ด้วยเซ็นเซอร์ Full Frame Stacked Exmor RS CMOS ที่มีความละเอียดสูง 24.2 เมกกะพิกเซล พร้อมกับระบบวัดแสงอัตโนมัติที่ความละเอียดและแม่นยำสูงสุดที่ 60fps. ทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 20 ภาพต่อวินาทีแม้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงน้อย อีกทั้งโฟกัสไม่หลุดออกจากวัตถุ โดยได้ภาพที่โฟกัสเข้าเป้าทุกภาพอย่างคมชัด และแม่นยำ โดยไม่มีอาการแบล็คเอาท์หรือเฟรมดำในช่องมองภาพ (Blackout-free) นอกจากนี้ ยังรองรับการถ่ายภาพต่อเนื่องแบบ Mechanic shutter ได้เร็วขึ้นที่ 10 ภาพต่อวินาที และเมื่อบันทึกเป็นไฟล์ RAW สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้มากถึง 239 ภาพ และ 361 ภาพเมื่อบันทึกเป็น JPEG รวมถึงสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยชัตเตอร์แบบกลไกได้เร็วขึ้นเป็น 10 ภาพต่อวินาที

ยิ่งไปกว่านั้น กล้อง α9 II ยังโดดเด่นด้วยระบบประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง BIONZ X ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งกว่ารุ่นเดิม เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจับภาพได้อย่างรวดเร็วชัดเจนมากขึ้น พร้อมระบบโฟกัสแบบ Phase Detection 693 จุด ที่ครอบคลุมพื้นที่ในภาพถ่ายกว่า 93% และ Contrast Detection 425 จุด รวมถึงมีระบบ Fast Hybrid Auto Focus และ Real-time Eye AF ที่ช่วยให้การโฟกัสติดตามทั้งในส่วนดวงตามนุษย์และดวงตาสัตว์ได้อย่างง่ายดายและแม่นยำเพิ่มขึ้น แม้วัตถุจะเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ทั้งยังมีการปรับปรุงการทำงานของระบบชัตเตอร์ใหม่ให้ไม่เห็นการเคลื่อนที่เล็กๆ ที่ทำให้เบลอได้ รวมถึงมีระบบป้องกันสั่นภายในตัวกล้อง 5 แกน และโหมด anti-flicker shooting ทำให้ทนต่อการสั่นไหว และสามารถจับภาพอย่างมีคุณภาพเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่หลอดฟลูออเรสเซนต์มีแสงน้อย พร้อมรองรับการบันทึกวิดีโอที่มีความละเอียดของภาพสูงสุดระดับ 4K อีกด้วย

ขณะเดียวกัน ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ Voice Memo ที่ใช้งานร่วมกับ Imaging Edge สำหรับบันทึกเสียงพูดลงไปในไฟล์ภาพถ่ายได้ เพื่อช่วยให้การนำภาพมาใช้งานได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นโดยเฉพาะช่างภาพที่ต้องออกภาคสนามตลอดเวลาโดยสามารถแปลงเสียงเป็นข้อความได้ ขณะที่ตัวกล้องได้รับการปรับปรุงดีไซน์ใหม่ให้จับถนัดมือยิ่งขึ้น พร้อมคุณสมบัติกันฝุ่นและละอองน้ำได้ดีกว่าเดิม ทำให้มีความทนทานพร้อมลุยไปเก็บภาพได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ ส่วนกล้องด้านหลังมีจอแสดงผลเป็น LCD ขนาด 3 นิ้วที่รองรับระบบสัมผัสแบบใหม่ พร้อมช่องมองภาพแบบ Quad OLED Tru-Finder ความละเอียด 3.69 ล้านพิกเซล ช่วยให้มองเห็นภาพได้คมชัดสมจริง ที่สำคัญ ยังรองรับพอร์ตเชื่อมต่อ 1000BASE-T Ethernet สำหรับการส่งไฟล์ภาพที่รวดเร็วขึ้นผ่านระบบ FTPS และมีช่องใส่การ์ด 2 ช่อง โดยมี 1 ช่องรองรับทั้ง UHS-I และ UHS-II พร้อมช่องเสียบ USB 3.2 Type-C รวมทั้งกริปใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการถ่ายภาพแนวตั้ง และปุ่ม Joystick เพื่อการควบคุมกล้องที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยกล้อง α9 II พร้อมวางจำหน่ายในวันที่ 15 พฤศจิกายน ศกนี้ ในราคา 149,990 บาท

เลนส์ G Master รุ่น FE 600mm F4 GM OSS (SEL600F40GM)

เป็นเลนส์ Super Telephoto ตัวใหม่ล่าสุดของตระกูล G Master โดยเป็นเลนส์ระยะไกลที่มีรูรับแสงขนาดใหญ่เพื่อตอบโจทย์การถ่ายภาพกีฬา ภาพสัตว์ และถ่ายระยะไกลระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ ด้วยระยะยิงที่ไกลถึง 600 มม. พร้อมกับรูรับแสงกว้างสุดที่ F4 มีน้ำหนักเลนส์อยู่ที่ 3,040 กรัมเท่านั้น ซึ่งถือว่าเบาที่สุดในเลนส์ระยะเดียวกันในตลาด จึงทำให้สะดวกสบายในการพกพาและเพิ่มความคล่องตัวแบบที่ไม่เคยไม่มาก่อน โดยภายในประกอบด้วยชิ้นเลนส์พิเศษ XA 1 ชิ้น, ED 2 ชิ้น และ Fluorite 3 ชิ้น ช่วยให้ได้ภาพที่มีความละเอียดคมชัดและลดการเกิดความคลาดเคลื่อนของสีต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมี Blade Circular Aperture 11 ใบ พร้อมเคลือบด้วยเทคโนโลยี Nano AR Coating ช่วยให้ได้ภาพที่มีความละเอียดคมชัดสูงและลดความคลาดเคลื่อนของสี นอกจากนี้ ตัวเลนส์ยังใช้มอเตอร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่แบบ Extreme Dynamic Linear Motor ถึง 2 ตัว ทำให้สามารถโฟกัสภาพได้รวดเร็วแม่นยำและเงียบกริบยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยระยะโฟกัสใกล้สุดอยู่ที่ 4.5 เมตร ทั้งยังมีระบบกันภาพสั่นไหว OSS ในตัว รวมถึงปุ่มปรับโฟกัสที่ปรับแต่งได้ใน 4 จุดแตกต่างกัน และ Full Time DMF ซึ่งจะช่วยปรับโฟกัสแบบแมนนวลได้อย่างฉับไวตลอดเวลา ขณะที่ตัวเลนส์ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยแมกนีเซียมอัลลอยที่มาพร้อมกับ ช่องใส่ฟิลเตอร์ (Drop-In Filter Slot) ซึ่งช่วยให้การใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น เลนส์ด้านหน้ายังเคลือบด้วยฟลูออรีน ทำให้มีความทนทาน รวมถึงกันฝุ่น รอยนิ้วมือ และละอองน้ำได้เป็นอย่างดีเพื่อให้ช่างภาพได้ลุยป่าเก็บภาพความประทับใจของฝูงสัตว์ได้อย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 459,990 บาท

เลนส์ รุ่น FE 200-600mm F5.6-6.3 G OSS (รุ่น SEL200600G)

เป็นสุดยอดนวัตกรรมเลนส์สำหรับกล้องมิเรอร์เลส E-Mount รุ่นเรือธงที่ออกมาเสริมทัพเลนส์ตระกูล G ของโซนี่ โดยจุดเด่นอยู่ตรงที่นอกจากจะเป็นเลนส์ซูเปอร์เทเลซูมคุณภาพที่ให้ทางยาวโฟกัส 200-600 มม.แล้ว ยังได้รับการออกแบบมาให้สามารถต่อกับ Teleconverter 1.4x และ 2x ได้ ทำให้สามารถขยายความยาวโฟกัสได้ถึง 1200 มม. F13 โดยภาพยังมีคงคุณภาพสวยงาม จึงเป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับช่างภาพที่ชื่นชอบการถ่ายภาพกีฬา สัตว์ป่า และภาพระยะไกลอย่างสมบูรณ์แบบ โดยให้ค่ารูรับแสงกว้าง F5.6-6.3 ตลอดช่วงซูม พร้อมชิ้นเลนส์ 24 ชิ้น 17 กลุ่ม โดยมีชิ้นเลนส์แก้ว ED (Extra-low Dispersion) จำนวน 5 ชิ้น และเลนส์ Aspherical อีก 1 ชิ้น รวมถึงมี Blade Circular Aperture 11 ใบ เพื่อให้ได้โบเก้ที่สวยงาม พร้อมเคลือบด้วยเทคโนโลยี Nano AR Coating ช่วยให้ได้ภาพที่มีความละเอียดคมชัดสูงและลดความคลาดเคลื่อนของสี ยิ่งไปกว่านั้น ยังใช้ระบบมอเตอร์ความเร็วสูง Direct Drive Super Sonic Wave (DDSSM) ซึ่งนอกจากจะให้ความละเอียดสูงในการถ่ายภาพกีฬาและสัตว์จากระยะไกลได้อย่างรวดเร็ว เที่ยงตรง และแม่นยำแล้ว ยังทำงานได้เงียบปราศจากเสียงรบกวนด้วย โดยจับภาพได้ใกล้สุดที่ 2.4 เมตร ทั้งยังมีระบบกันสั่นในตัว รวมถึงมีวงแหวนโฟกัส มี Linear Response MF สำหรับการปรับโฟกัสแบบแมนนวล ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยมือได้อย่างฉับไวเหมาะกับสถานการณ์ในการถ่ายภาพต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ทั้งยังกันละอองน้ำและฝุ่นได้เป็นอย่างดี โดยเลนส์ G รุ่น FE 200-600mm F5.6-6.3 G OSS เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ในราคา 69,990 บาท

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม  www.sony.co.th และทดลองสัมผัสประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำจากผลิตภัณฑ์ดิจิตัล อิมเมจจิ้ง ได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านผู้แทนจำหน่ายกล้องชั้นนำ  

โซนี่ ไทย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn