“ข้าวหงษ์ทอง”ส่งข้าว “ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู” ถึงมือผู้บริโภค ดันยอดขายปี 62 โต 5% หรือ 2,200 ล้านบาท

Nov 14, 2019 -None-

“ข้าวหงษ์ทอง” ส่งข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู Limited Edition 1 ปีมีครั้งเดียวดึงกำลังซื้อกลับช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 62 ข้าวคุณภาพใน “โครงการหงษ์ทองนาหยอด” ข้าวที่ปลูกด้วยความใส่ใจ จากเมล็ดพันธุ์ที่บริสุทธิ์หงษ์ทองเป็นรายแรกที่ทำตลาดและได้การตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีตลอดมา  โดยเฉพาะกลยุทธ์ Product Differentiation  รุ่น  Limited Edition1ปีมีครั้งเดียว ที่สร้างความแตกต่างจากยี่ห้ออื่นเพราะมาจากโครงการนาหยอด ทำให้ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดูของหงษ์ทองมีความหอมอร่อย จนมียอดขายติดอันดับ 1 ด้วยMarket Share ถึง 50% พร้อมเตรียมผลักดันความเป็นอยู่ของชาวนาให้ดีขึ้นแบบยั่งยืน ด้วยการเพิ่มพื้นที่ปลูกเป็น 100,000 ไร่ โดยราคารับซื้อดีกว่าตลาด พร้อมตั้งเป้าปี 62 โตกว่า 5% หรือมีมูลค่ากว่า 2,200 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดข้าวถุงประมาณ 20,000 ล้านบาท

กัมปนาท มานะธัญญา รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายข้าวแบรนด์“ข้าวหงษ์ทอง” เผยว่าเมื่อกล่าวถึง “ข้าวหงษ์ทอง”  ที่ผู้บริโภคคิดถึง คือแบรนด์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี  โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู  ที่หงษ์ทองเป็นรายแรกที่วางจำหน่ายและได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคตลอดมา  โดยเฉพาะกลยุทธ์ Product Differentiation  รุ่น  Limited Edition  สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพราะมาจากโครงการหงษ์ทองนาหยอดปลูกด้วย“เมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์”จนได้ข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพ ด้วยความหวังพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาไทยให้ดียิ่งขึ้นจากผลผลิตที่มีคุณภาพทำให้ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดูของหงษ์ทอง มียอดขายติดอันดับ 1 โดยมี Market Share ถึง 50% 

จากความสำเร็จของ “โครงการหงษ์ทองนาหยอด” เริ่มต้นในปี 58/59 มีผู้ร่วมโครงการเพียง 500 ไร่  และปีนี้ฤดูกาลปลูก 61/62 มีผู้ร่วมโครงการ 60,000 ไร่ เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดทุกปี เพราะโมเดลของโครงการประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้คือ ลดต้นทุนการปลูก เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ทำให้รายได้ของชาวนาเพิ่มขึ้นเมื่อชาวนาเห็นผลชัดเจนโดยมีผู้นำชุมชนเป็นผู้ร่วมโครงการและสนับสนุนให้ชาวนาท่านอื่น ๆ เข้าร่วมเพิ่มขึ้นทุกปี  พร้อมตั้งเป้าผู้ร่วมโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ไร่  ในปี 2563 และขยายพื้นที่ออกไปในอำเภอต่างๆ นอกเหนือจากเดิมที่โพนข่า จ.ศรีสะเกษ   และอำเภอวารินชำราบจังหวัดอุบลราชธานี

 

กัมปนาท กล่าวอีกว่า ในปีนี้เราตั้งเป้าหมายการขาย ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู รุ่น  Limited Edition เติบโตขึ้นเท่าตัว  ซึ่งมีวางจำหน่ายทุกช่องทางทั้งห้างสรรพสินค้า  และทางออนไลน์ โดยเปิดตัวแคมเปญเมื่อวันที่ 11:11  ด้วยยอดขายเพียงวันเดียว 12,000 ถุง  และเป้าหมายของแคมเปญเฉพาะช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. ด้วยยอดขาย 600,000  ถุง  โดยจะมี  Golden Period ในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้พร้อมกันทั่วทุกห้างในราคาพิเศษ เพื่อผู้บริโภคได้ชิมข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดูอย่างแท้จริง

และในปีนี้เราได้ออกหนังโฆษณาทางออนไลน์ “เพียงคำเดียว”เป็นการนำเรื่องโครงการนาหยอดผูกเข้ากับเรื่องการสร้างครอบครัวที่ต้องดูแลเอาใจใส่กันและกันเหมือนตั้งแต่เริ่มต้นจีบกันใหม่ๆแต่งงานสร้างครอบครัว จนมีลูกเช่นเดียวกับการทำนาหยอดด้วยการคัดสรรกันตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ บำรุงดิน ดูแลแปลงนาเอาใจใส่ทุกวันทุกกระบวนการ ซึ่งหงษ์ทองเป็นผู้ผลิตแบรนด์เดียวที่ดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดทาง (supply chain) โดยเฉพาะชาวนาที่ยังต้องการการสนับสนุน การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำนาเพื่อให้ต้นทุนการปลูกลดลงผลผลิตมากขึ้นทำให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น และที่ดีที่สุดคือ คุณภาพข้าวหอมมะลิกลับมาดีเหมือนเดิม ทั้งหอมกว่าทั้งนุ่มกว่า

เพียงคำเดียว คือ คำว่ารัก

เพียงคำเดียว คือ ความสุขจากการทานข้าวร่วมกัน

ด้วยสโลแกนข้าวหงษ์ทอง“ใส่ใจเพื่อคุณค่าชีวิต”Appreciate Life 

 

กัมปนาท กล่าวต่ออีกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกขยับสูงขึ้นเกือบ 30-40%  ที่ราคาข้าวหอมมะลิตันละ 18,000 -20,000 บาท  ทำให้ต้นทุนข้าวเพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาด  ส่งผลต่อราคาขายปลีกข้าวหอมมะลิบรรจุถุง ราคาเฉลี่ย 230-250 บาทต่อขนาด 5 กก.  ราคาข้าวหอมเกรดรองอยู่ที่ 170-200 บาท ผู้บริโภคจึงหันมาซื้อข้าวหอมเกรดรองมากขึ้น  ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขสัดส่วนการขายของข้าวสารบรรจุถุงเดือน ม.ค.-มิ.ย. ปี 2562

 

   

ชนิดข้าว

Market  Share

by Value

%Growth to Last Year

กลุ่มข้าวหอมมะลิ

55%

8%

กลุ่มข้าวหอมเกรดรอง

26%

 

33%

กลุ่มข้าวขาว

13%

30%

กลุ่มข้าวสุขภาพ

6%

29%

 

 

มูลค่าตลาดข้าวบรรจุถุงปี 2562 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 20,000  ล้านบาท ซึ่งข้าวหงษ์ทองมี  Market Share อยู่ 11%หรือประมาณ 2,200 ล้านบาท

“ในปี 2563 ข้าวหงษ์ทองวางเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยเราทำแผนการเติบโตจากช่องทางการจัดจำหน่ายเดิม  หรือ Offline 10% แต่เราวางแผนการเติบโตจาก Online 300% ซึ่งเราจัดจำหน่ายทุก Market Place ซึ่งปัจจุบันเราเป็นที่ 1ในการขายข้าวถุงทางออนไลน์ได้รับการสั่งซื้อทั้งจาก Shoppeeและ Lazadaมียอดขายเป็นที่น่าพอใจเพิ่มขึ้นทุกปี”

 

จากยอดขายเดือน มกราคม - กันยายน ปี 62  เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ยังมียอดขาย Volume +4% และยอดขาย Value +5%  สัดส่วนการขายข้าวหอมมะลิมากที่สุด แต่ยอดขายลดลง แต่ที่ทำได้ดีมากคือข้าวหอมเกรดรองเติบโต 73%  และข้าวสุขภาพเติบโต 160% ทั้งจากข้าวไรซ์เบอร์รี่  และสินค้าใหม่ข้าวกล้องหอม100% ขนาด 5 กก. และยังได้วางแผนแคมเปญข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู Limited Editionเป้าหมายการเติบโตเท่าตัวซึ่งจะเป็นแคมเปญส่งท้ายปีช่วยทำให้ปิดเป้าหมายประจำปีได้

“จากสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่มีปัญหาเรื่องค่าครองชีพสูงในขณะที่รายได้ลดลง หรือไม่เพิ่มขึ้น  ทำให้กระทบกับกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อข้าวที่ผู้บริโภคเลือกซื้อข้าวเกรดรองราคาไม่เกิน 200 บาทต่อถุงเพิ่มขึ้น  จึงทำให้ข้าวหอมมะลิมีการเติบโตเล็กน้อยเราเล็งเห็นสถานการณ์ดังกล่าว  จึงมีสินค้าใหม่วางจำหน่ายในปีนี้คือ ข้าวหอมคัดพิเศษ  เป็นข้าวหอมผสมกินอร่อย  หุงขึ้นหม้อมากกว่า 2 เท่า  ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคดีเช่นกัน กัมปนาท กล่าวสรุปในตอนท้าย

Consumer Product

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort