กรณีศึกษา “ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค” ทำอย่างไร เมื่อผู้บริโภคกลัวน้ำตาล แต่ยังอยากเครื่องดื่มอร่อย

Nov 04, 2019 R.Somboon

การจับมือร่วมทุนกันของ 2 บริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่จาก 2 ซีกโลก อย่างซันโทรี่ จากประเทศญี่ปุ่น และเป๊ปซี่โค ของอเมริกา โดยทางซันโทรี่ถือหุ้น 51% ส่วนเป๊ปซี่โคถือหุ้น 49% เปิดเป็น “บริษัท ซันโทรี่–เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด” หรือ SPBT มีทุนจดทะเบียน 19,680 ล้านบาท เมื่อกว่าขวบปีที่ผ่านมา ถือว่าสร้างความฮือฮาในตลาดเครื่อง ดื่มของบ้านเราได้อย่างมาก

ทั้งนี้ ก็เพราะเป็นการร่วมทุนของ 2 ยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาเติมเต็มการรุกตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เมืองไทยที่มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดยถูกมองว่า น่าจะมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาด

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอย่างหนึ่งของบริษัทร่วมทุนนี้ น่าจะอยู่ที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่หันมาใส่ใจสุขภาพ ซึ่งการใส่ใจสุขภาพ ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ที่รอวันเกิดอีกต่อไป แต่มันได้เปลี่ยนเป็นไลฟ์สไตล์ของคนทุกรุ่นไปแล้ว แน่นอนว่า ย่อมส่งผลกับการปรับกลยุทธ์ รวมถึงการนำเสนอพอร์ตสินค้าให้กับผู้บริโภคที่ต้องคำนึงถึงเรื่องดังกล่าว และหยิบมาเป็นส่วนหนึ่งของการตลาด

โดยเฉพาะกับตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีมูลค่า 154,000 ล้านบาท  ยิ่งเมื่อโฟกัสไปที่ 3 Category ใหญ่ๆ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนตลาดไล่ตั้งแต่ตลาดน้ำอัดลม มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท และตลาดชาเขียวมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น ที่เป็นกลุ่มใหญ่สุด และพัวพันกับการดื่มของผู้บริโภคชาวไทยมากที่สุด ก็ยิ่งพบว่า เรื่องของสุขภาพ ได้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนมากขึ้น

 

ภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีก็คือ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดน้ำดื่มบรรจุขวด ที่นอกจากจะช่วยดับกระหายแล้ว ยังดีต่อสุขภาพ ขณะที่ในตลาดน้ำอัดลม แม้ยังมีการเติบโตอยู่ แต่ก็เป็นตัวเลขที่ไม่สูงนัก แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจากฐานของตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ แต่อีกส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้บริโภคบางส่วนมีการสวิตช์หรือเปลี่ยน ไปดื่มเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

ทำให้ผู้เล่นในตลาดน้ำอัดลม ต้องมีการปรับกลยุทธ์การทำตลาด โดยหันไปให้น้ำหนักกับน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล หรือมีน้ำตาลน้อยมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เล่นในตลาดน้ำอัดลมอย่างเป๊ปซี่ และโค้ก ยังใช้วิธีการตรึงกระเพาะลูกค้าด้วยการใช้ไซส์ซิ่งของสินค้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะสินค้าในไซส์เล็กที่มีปริมาณไม่มากนัก 240 มล. ที่ตอบโจทย์การดื่มครั้งละไม่มาก เพื่อดึงให้คนที่อยากดื่มน้ำอัดลม แต่ไม่อยากดื่มมาก หันมาดื่มในบางโอกาส

 

“กู๊ดมู้ด”

กับการมองเห็นโอกาสทางการตลาด

อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องการใส่ใจสุขภาพ จะเป็นเรื่องใหญ่ในการเลือกดื่มเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น ที่ส่วนใหญ่จะมีความหวานและซ่า เพื่อช่วยในแง่ของการเพิ่มความสดชื่น และดับกระหายให้กับคนดื่ม แต่เรื่องของรสชาติ ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญส่วนหนึ่งในการเลือกดื่ม ยิ่งคนไทยคุ้นชินกับความหวาน และรับรู้ถึงความอร่อยของมันมานาน ก็ยิ่งทำให้ยังต้องการเครื่องดื่มที่มีรสชาติดี

ทำให้บางส่วนยังคงเลือกดื่มน้ำอัดลม แต่หันไปดื่มน้ำอัดลมที่ไม่มีน้ำตาล หากอยากได้รสชาติที่ใกล้เคียงกับน้ำอัดลมออริจินัล ทำให้ตลาดน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลมีการเติบโตที่ดีในช่วงหลังมานี้  โดยตลาดน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลในบ้านเรามีสัดส่วนประมาณท 5% ของตลาดน้ำอัดลมประเภทน้ำดำที่มีมูลค่า 35,000 ล้านบาท สัดส่วน 5% นี้ เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 3 ปีหลังมานี้ หลังจากที่ก่อนหน้านั้น สัดส่วนของตลาดน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลมีเพียง 1 – 2% เท่านั้น

ความน่าสนใจของตลาดน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล น่าจะอยู่ที่ตัวเลขการเติบโตของตลาดมีสูงถึง 50% ในปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งมาจากกระแสการใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคเป็นตัวผลักดัน ขณะที่อีกส่วนน่าจะมาจากการเข้ามาแข่งกันของ 2 แบรนด์ใหญ่อย่างโค้ก และเป๊ปซี่ โดยโค้ก มีการปรับโฉมโค้ก ซีโร่ ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกับปรับรสชาติให้ออกมาเหมือนกับโค้กแบบมีน้ำตาล พร้อมกับทุ่มงบในการทำตลาด

 

ขณะที่เป๊ปซี่เอง ก็มีการเปิดแคมเปญกระตุ้นตลาดไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยพยายามมุ่งเน้นในการเจาะเข้าไปหาคนทำงานรุ่นใหม่ที่ส่วนหนึ่งอาจจะกังวลในเรื่องของน้ำตาลในน้ำอัดลม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสีสันที่เข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดในช่วงปลายปีได้เป็นอย่างดี โดยเป๊ปซี่ และโค้ก มีส่วนแบ่งที่ใกล้เคียงกันในตลาดน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล

ในตลาดใหญ่ๆ อย่างอเมริกา และออสเตรเลีย น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล มีฐานที่ค่อนข้างใหญ่ ส่วนหนึ่งเป็นความพยายามของทั้งโค้ก และเป๊ปซี่ ที่ต้องการตรึงให้ผู้บริโภคยังคงมีการดื่มน้ำอัดลมอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งว่าไปแล้ว น้ำอัดลม ถือเป็นซอฟต์ดริงค์ที่มีมานาน และคนส่วนใหญ่คุ้นเคย จึงต้องพยายามรักษาพื้นที่ในกระเพาะของผู้บริโภคให้ยังคงมีการดื่มอย่างต่อเนื่อง

จึงส่งน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาลในรสชาติต่างๆ เข้ามาทำตลาดอย่างหลากหลาย นอกเหนือจากแค่รสโคล่าที่เราคุ้นเคย โดยเป๊ปซี่ แมกซ์ กลิ่นราสเบอรี่ที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาก็เป็นตัวที่ขายดีในออสเตรเลีย ก่อนที่จะนำเข้ามาเป็นตัวช่วยขยายฐานในตลาดน้ำอัดลมของบ้านเรา

ด้วยการที่ผู้บริโภคยังคงต้องการเครื่องดื่มที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของรสชาติที่ต้องการได้ แต่ไม่อยากที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก จึงกลายเป็นโอกาสทางการตลาดของเครื่องดื่มที่เป็น “วอเตอร์ พลัส” หรือเครื่องดื่มใส ที่มีรสชาติ และความซ่า ซึ่งในบ้านเรามีการเข้ามาทำตลาดของทั้งเนสท์เล่ และซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) ที่รายหลังนี้มีการเปิดตัว “กู๊ดมู้ด” เครื่องดื่มวอเตอร์พลัส ที่นำเอาโนว์ฮาวจากซันโทรี่เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ

 

ซันโทรี่ เป๊ปซี่ โคฯ มองเห็นเทรนด์ของตลาดที่ผู้บริโภคต้องการดื่มเครื่องดื่มเพื่อเติมความสดชื่นระหว่างวันที่อยู่ตรงกลางๆ คือ มีน้ำตาลไม่มาก แต่มีรสชาติ และความซ่าที่ไม่แพ้น้ำอัดลม จึงส่งสินค้าตัวนี้เข้ามาในตลาดบ้านเรา ซึ่งการมีแบ็กอัพจากซันโตรี่ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีประสบการณ์ในการทำตลาดสินค้าประเภทนี้มาแล้ว ถูกมองว่าจะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการสร้างความสำเร็จในบ้านเราได้ไม่อยากนัก

ในตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ของญี่ปุ่นนั้น ผู้บริโภคต้องการดื่มเครื่องดื่มที่ใส ดีต่อสุขภาพ แต่ยังมีรสชาติที่ถูกปาก จึงทำให้สินค้าในกลุ่มนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีการออกรสชาติที่เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนญี่ปุ่นหลากหลายรสชาติ ทั้งส้ม หรือแม้แต่กาแฟ เพื่อตอบโจทย์คอกาแฟที่อยากได้รสชาติ แต่ไม่อยากได้กาเฟอีนโดยตรง

ส่วนในบ้านเรา กู๊ดมู้ด เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา โดยวางตัวเองเป็นเครื่องดื่มอารมณ์ดีที่มอบความรู้สึกดีๆ ให้กับทุกวันด้วยรสชาติที่ผสานกันอย่างลงตัวของน้ำสะอาดใสและรสสดชื่นจากธรรมชาติ นำเสนอรสชาติที่อร่อยในรูปแบบน้ำตาลน้อย มีน้ำตาลน้อยกว่า 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร จึงเหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้บริโภคที่เน้นใส่ใจในสุขภาพ ในขณะเดียวกันก็ยังต้องการเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นและให้รสชาติอร่อย

กู๊ดมู้ด จึงถูกวางไว้ตรงกลาง นั่นคือ เป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อย แต่มีรสชาติที่ถูกปากผู้บริโภค เพื่อเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการในการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อย แต่มีรสชาติเป็นที่ต้องการ

กู๊ดมู้ดวางสินค้า 2 รสชาติแรกคือ กลิ่นโยเกิร์ต และกลิ่นแบล็คเคอร์แรนท์ ก่อนที่จะตามมาด้วยกลิ่นมะนาวน้ำผึ้ง ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ โดยในช่วงแรกที่เปิดตัว มีการใช้งบการตลาด 270 ล้านบาท

ถือเป็นการมองเห็นโอกาสทางการตลาดจากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพแต่ยังต้องการดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติที่สามารถตอบโจทย์ตัวเองได้......

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn