3,706
VIEWS

The Alley ไม่หยุดแค่ชานมไข่มุก มีแผนเตรียมแตกไลน์เป็น Food & Beverage

Oct 30, 2019 N.Rotchana

จะเห็นได้ว่าช่วงปีที่ผ่านมา กระแสความนิยมของชานมไข่มุกในประเทศไทย พุ่งสูงขึ้น จนมีผู้นำเข้าทั้งแบรนด์นอก แบรนด์ไทย ผุดขึ้นมาให้เห็นอยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นก็มี The Alley แบรนด์ชานมไข่มุกจากไต้หวันที่ใช้เวลาเพียง 1 ปีในการขยายสาขา 12 สาขาอยู่ทั่วประเทศไทย

นายอนล ธเนศวรกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มิลลาร์รี่ จำกัด มาสเตอร์แฟรนไชส์ The Alley เล่าว่า “ตลาดเครื่องดื่มชานมไข่มุกยังเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง เพราะจาก ข้อมูลจาก Grab Food เผยตลาดเครื่องดื่มชานมไข่มุกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปีที่ผ่านมา มียอดสั่งซื้อเติบโตเพิ่มขึ้น  3,000 % จากแบรนด์ชานมไข่มุกกว่า 1,500 แบรนด์ ที่มีหน้าร้านจำหน่ายรวมกว่า 4,000 สาขา”

“โดยชาวไทยบริโภคชานมไข่มุกมากที่สุด เฉลี่ยคนละ 6 แก้วต่อเดือน ตามด้วยชาวฟิลิปปินส์บริโภคชานมไข่มุกเฉลี่ยคนละ 5 แก้วต่อเดือน ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย บริโภคเฉลี่ยคนละ 3 แก้วต่อเดือน”

ปัจจุบัน The Alley เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยครบรอบ 1 ปี นับว่าได้รับการตอบรับและประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยยอดขายกว่า 100,000 แก้วต่อเดือน โดยจะมาเผย 3 กลยุทธ์ ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

1. ชาที่เป็นมากกว่าชา

The Alley ให้ความสำคัญในการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี เช่น เลือกใช้ใบชาคัดพิเศษจากประเทศไต้หวัน น้ำตาลทรายแดง เรียกได้ว่าเป็นออร์แกนิค ไม่มีการผสม น้ำตาลอ้อย เอามาเคี่ยวเป็นไซรัป

The Alley มีชื่อเรียกไข่มุกของตัวเองว่า Deerioca มาจากคำว่า Deer กับ Tapioca เป็นคำเรียกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไข่มุก Deerioca ใช้เวลาในการทำนานถึง 2 ชั่วโมง ด้วยการเคี่ยวและอบในแบบฉบับของ The Alley ตั้งแต่ควบคุมอุณหภูมิ Deerioca ในระดับพอดี พนักงานจะไม่หยุดคน Deerioca ในตลอดเวลาการต้ม

ชาและ Deerioca ที่ทางร้านทำออกมาในแต่ละครั้ง จะอยู่ได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง เพื่อรักษารสชาติของชาและความนุ่มหนึบของไข่มุก จึงมั่นใจได้ว่า ทุกๆ แก้วของน้องกวางจะสดใหม่อยู่เสมอ

2. ใส่ความรักในทุกแก้วที่ชง

The Alley มีคำเรียกคนชงชาว่า เดียร์ริสต้า (Deerista) ทุกคนจะต้องใส่ความรักในทุกๆแก้วที่ชง โดยใช้เทคนิคการเชค ถ้าเป็นพนักงานหญิงจะเชค 12 ครั้ง ส่วนพนักงานผู้ชายจะเชค 10 ครั้ง แม้กระทั่งน้ำแข็งที่ใส่มาให้ คือปริมาณที่คำนวณมาแล้วอย่างดี เพื่อให้ทานน้ำแข็งหมดพอดีกันกับเครื่องดื่มในแก้วนั่นเอง

3.  รูปแบบร้านตามไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

นอกเหนือจาก The Alley ที่มีแนวคิดการตกแต่งร้านที่เป็นธรรมชาติ ตามที่เห็นในหลาย ๆ สาขา ยังได้มีการพัฒนาร้านให้มีรูปแบบแตกต่างไปจากเดิม 3 รูปแบบ คือ

The Alley Express เป็นรูปแบบร้านที่เหมาะสำหรับลูกค้ามาซื้อเครื่องดื่มกลับไปทานที่บ้านหรือที่ทำงาน

The Alley space เน้นให้เป็นรูปแบบการบริการที่รวดเร็วขึ้น เหมาะสำหรับ Delivery ไม่มีที่นั่ง เน้นให้เป็นรูปแบบการบริการที่รวดเร็วขึ้น

The Alley Café ตกแต่งร้านให้เป็นรูปแบบคาเฟ่ มีพื้นที่ให้ลูกค้าสามารถนั่งชิลหรือนั่งทำงานภายในร้านได้ มาพร้อมกับความหลากหลายของเมนูเช่น เครื่องดื่มร้อน ไอศกรีม และเบเกอรี่ ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้มากขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่าในอนาคต จะขยายร้าน ให้มีสาขาเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่การพัฒนารูปแบบร้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต

ตลาดชานมไข่มุกในบ้านเราแบ่งออกเป็น 3 Segment คือ

1. พรีเมี่ยม ราคาตั้งแต่ 75 บาทขึ้นไป มีสัดส่วนอยู่ 10 % มีแบรนด์อยู่ร่วม 10 แบรนด์ และมีแนวโน้มว่ามีคู่แข่งเข้าช่วงชิงมาร์เก็ตแชร์มาก

2. Medium ราคา 40-75 บาท มีสัดส่วนอยู่ 60% เรียกว่าเป็นตลาดเปิดสงครามราคาอย่างรุนแรง

3. Mass ราคาต่ำกว่า 40 บาท มีสัดส่วน 30%

นางสาวอุณาวรรณ ตั้งคารวคุณ ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลลาร์รี่ จำกัด กล่าวว่า “เมื่อก่อนแต่ละแบรนด์จะโฟกัส Functional แต่ตอนนี้กลับต้องมี Emotional เพิ่มเข้ามาด้วย ทำให้ทุกแบรนด์ต้องกลับมาตอกย้ำ Branding ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

แผนธรุกิจในอนาคต

เพราะตลาดเครื่องดื่มชานมไข่มุกยังเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ The Alley ไม่หยุดอยู่แค่ชานมไข่มุก แต่จะเพิ่มไลน์สินค้า Food & Beverage เพื่อเพิ่มความหลากหลายและสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้มากขึ้น ได้แก่ ไอศกรีม Soft Serve, เบเกอรี่, เครื่องดื่มร้อน และเครื่องดื่มชานมไข่มุก Seasonal โดยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำเพื่อตอบโจทย์ตลาดไลฟ์สไตล์และสุขภาพ

ถ้าพูดเรื่องความแข็งแกร่งของแบรนด์ The Alley นับได้ว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ได้เข้ามาเปิดสาขาที่ไทย ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ดูได้จากยอดขายชานมไข่มุกกว่า 100,000 แก้วต่อเดือน ซึ่ง The Alley ก็ติด Top 3 ของตลาดชานมไข่มุกพรีเมี่ยม อีกทั้งจำนวนสาขาที่เพิ่มมากขึ้น ภายในสิ้นปีนี้จะมีทั้งหมด 14 สาขา และในปี 2563 จะมีไม่น้อยกว่า 20 สาขาทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด

ในปีหน้า The Alley จะขยายธุรกิจการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ หรือที่เรียกว่า Catering เป็นการจัดงานสัมมนา อีเว้นท์ งานแต่งงาน จับกลุ่มธุรกิจโรงแรม ออฟฟิศสำนักงาน โดยนำรูปแบบของ The Alley ไปให้บริการ

พร้อมเข้าสู่ Go Green มีการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่การดำเนินการภายใน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ส่วนประกอบออร์แกนิค การบริหารจัดการเศษอาหารอย่างมีศักยภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น แก้ว ถุง หลอดดูด เป็นต้น

และการดำเนินการภายนอก ด้วยการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ได้แก่ การรณรงค์ลดขยะพลาสติก ด้วยการนำแก้วและหลอดดูดของตัวเองมาซื้อเครื่องดื่ม รณรงค์ให้ใช้ถุงกระดาษ ถุงผ้าใส่เครื่องดื่มแทนพลาสติก โดยจะจัดโปรโมชั่นส่วนลดเพื่อส่งเสริมการลดขยะจากพลาสติก ทั้งนี้ The Alley หวังที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

 

แม้ว่าธุรกิจชานมไข่มุกจะมีการแข่งขันที่สูง มีผู้เล่นหลายเจ้า ก็ต้องดูว่าแต่ละแบรนด์จะมีความเข้าใจตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคได้มากน้อยแค่ไหน จะสร้างแบรนด์อย่างไรให้แตกต่างและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากที่สุด

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

bodrum escort
antalya escort