4,763
VIEWS

เปิดเบื้องลึก “สิงห์ซื้อซานตาเฟ่” ไม่ได้มองแค่ยอดขาย แต่ต่อยอดสู่การเข้าถึงข้อมูลผู้บริโภค

Oct 28, 2019 R.Somboon

“การลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ในการเข้าร่วมลงทุนกับบริษัท เคที เรสทัวรองท์ฯ (KT) หรือร้านซานตา เฟ่ สเต็กเพื่อซื้อหุ้น 88% นั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้ภาพของการทำธุรกิจอาหารของเราสมบูรณ์แบบเพราะครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำคือการผลิต กลางน้ำคือจัดจำหน่าย และปลายน้ำคือร้านอาหาร ซึ่งในส่วนหลังนี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะทำหน้าที่เป็นเสมือนห้องวิจัยที่จะทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้า หลังจากที่ก่อนหน้านั้น การทำสินค้าใหม่ เป็นเสมือนการลองผิด ลองถูก แต่หลังจากนี้ เมื่อมีบิ๊กดาต้าที่มาพร้อมกับการลงทุนในเรื่องของเครื่องมือในการวิเคราะห์อย่าง AI จะทำให้เรามองเห็นเทรนด วิเคราะห์ลูกค้าในอนาคตได้”

นั่นคือคำกล่าวของ ปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด (Food Factors) บริษัทในเครือบุญรอดบริวเวอรี่ ที่พูดถึงเหตุผลของการเข้าซื้อหุ้นของซานตาเฟ่ที่เป็นข่าวฮือฮาในช่วงที่ผ่านมา

การขยับตัวดังกล่าว เป็นการสอดรับกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการเติบโตในธุรกิจอาหารของสิงห์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ภายใต้ มี 6 เสาหลัก ที่เป็นหัวหอกสร้างการเติบโตขององค์กร ประกอบด้วย 1.ธุรกิจเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม 2.ธุรกิจบรรจุภัณฑ์บางกอกกล๊าส 3.ธุรกิจระดับภูมิภาค(รีจินัล)ภายใต้ สิงห์ เอเชีย โฮลดิ้ง 4.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยสิงห์เอสเตท 5.ธุรกิจซัพพลายเชน ภายใต้บุญรอดซัพพลายเชน และ 6.ธุรกิจอาหาร โดยฟู้ด แฟคเตอร์ ซึ่งใน 2 ส่วนหลังนี้ อยู่ภายใต้การดูแลของปิติ ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างการเติบโตไปสู่รายได้ 15,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีถัดจากนี้ไป ซึ่งเป็นการเติบโตจากรายได้ 4,500 ล้านบาทในปัจจุบัน

ก่อนหน้าการปรับโครงการ จนเป็นที่มาของการเกิดบริษัทในเครืออย่างฟู้ด แฟคเตอร์ นั้น ภาพในธุรกิจอาหารของค่ายสิงห์ดูจะไม่ชัดเจนนัก แต่หลังการปรับโครงสร้างองค์กร ทำให้มีทิศทางที่ชัดเจนในการมุ่งสู่การเป็นบริษัทอาหารที่ทำธุรกิจครบวงจรตั้งแต่การผลิต จัดจำหน่าย ไปจนถึงการทำร้านอาหาร ที่ปัจจุบันพอร์ตร้านอาหารของฟู้ด แฟคเตอร์จะประกอบไปด้วย ร้านฟาร์มดีไซน์,ร้านอาหารญี่ปุ่น Kitaohjiและเอส 33 โดยบริษัท เอสคอมพานี จำกัด ดูแลกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร และล่าสุดร้านสเต็กซานตา เฟ่ (Santa fe)ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 117 สาขา และอีก 2 แบรนด์ในเครือของ เคที เรสทัวรองท์ คือเหม็งนัวนัว

ฟู้ด แฟคเตอร์ มีการเตรียมงบไว้ 5,000 ล้านบาท ในการขยายธุรกิจโดยมีทั้งการสร้างเอง และเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจอาหารที่มีแนวโน้มในการเติบโตที่ดี โดยปิติ บอกว่า การจะเป็นบริษัทอาหารที่แข็งแกร่งได้นั้น ต้องมีสิ่งที่เรียกว่าโปรดักท์แชมเปี้ยนที่จะเข้ามาช่วยสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนให้กับบริษัท

ปิติ ย้ำว่า การสร้างโปรดักท์แชมเปี้ยนนั้น จะมีทั้งที่ทำเอง และเข้าไปซื้อแบรนด์ที่สามารถนำมาต่อยอดได้ โดยภายใน 5 ปีที่รายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ล้านบาท จะต้องมีโปรดักท์แชมเปี้ยนไม่ต่ำกว่า 25 แบรนด์

เช่นเดียวกับการต่อยอดของร้านอาหารนั้น มีการมองว่า ในช่วง 2 – 3 ปีนี้ จะมีแบรนด์ร้านอาหารใหม่ๆ อีก 2 – 3 แบรนด์ มีร้านอาหารเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 50 สาขา จะมีทั้งที่ปั้นเอง และเข้าไปถือหุ้นในแบรนด์ที่น่าสนใจ โดยปิติบอกว่า แนวทางของฟู้ด แฟคเตอร์นั้น จะเป็นดีเวลอปเม้นต์ คือซื้อมาเพื่อพัฒนาต่อยอดมากกว่าการเป็นอินเวสท์เตอร์ที่เน้นในเรื่องของการลงทุนเพื่อทำกำไรมากกว่า

เรื่องของการเข้าครอบครองธุรกิจปลายน้ำของบรรดายักษ์ใหญ่กำลังเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ ทั้งนี้ หากย้อนดูแล้ว จะพบว่า ในอดีตเรื่องของการผลิตจะเป็นเรื่องที่ทุกค่ายมุ่งไป เพื่อผลิตให้ได้มากที่สุด ในต้นทุนที่ต่ำสุด ก่อนที่จะเข้าสู่ธุรกิจกลางน้ำที่เป็นเรื่องของการจัดจำหน่าย

แต่ปัจจุบัน จะเป็นเรื่องของ “ปลายน้ำ” หรือร้านค้าปลีก เพราะจะเป็นจุดที่สัมผัสโดยตรงกับพฤติกรรมของลูกค้าที่สามารถนำมาต่อยอดสู่การผลิตสินค้า เพราะข้อมูลของลูกค้าที่ได้จากการใช้บริการ จะทำให้รู้ว่าควรผลิตสินค้าอะไร เพื่อขายให้ใคร ซึ่งปิติ บอกว่า สินค้าที่ขายในร้านซานตาเฟ่หลายเมนู สามารถนำมาต่อยอดไปสู่การทำเป็นโปรดักท์เพื่อวางขายในร้านค้าปลีก นอกเหนือจากการนำสินค้าในเครือของสิงห์เข้ามาวางขายในร้านซานตาเฟ่

หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจอาหารในปัจจุบัน ก็คือเรื่องของนวัตกรรม ที่จะเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยจะเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเข้าใจผู้บริโภค ซึ่งการปรับโครงสร้างจนเป็นที่มาของฟู้ด แฟคเตอร์นั้น จะชูเรื่องนี้เป็นแกนหลัก โดยมีการร่วมคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกันกับกลุ่มบริษัท เฮสโก โซลูชั่น จำกัด และบริษัทเฮสโก ฟู้ด จำกัดและยังมี Food innovation Center ศูนย์นวัตกรรมในการวิจัยและพัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่มด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงพร้อมพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับร้านซานตาเฟ่ สเต็กและเหม็งนัวนัว

ส่วนแผนในอนาคตเพื่อสร้างซัพพลายเชนธุรกิจอาหารให้ครบวงจร ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการทำครัวกลาง (Central Kitchen)เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิต การจัดตั้งศูนย์การกระจายสินค้า (Central Distribution) หลังจากธุรกิจมีมูลค่ามากเพียงพอ โดยร่วมกับกลุ่มเฮสโก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญการผลิตอาหาร,กลุ่มFood innovation Centerศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม, และกลุ่ม Bevchainlogisticsการบริหารจัดการและการกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคอาเซียนรวมถึงการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่จับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากขึ้น

ถือเป็นการขยับเข้าสู่ธุรกิจอาหารที่ครอบคลุมทั้งซัพพลายเชน โดยมีเรื่องของนวัตกรรมที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเข้าใจผู้บริโภคมาเป็นตัวขับเคลื่อน และมีร้านอาหารเป็น 1 ในจิ๊กซอว์สำคัญที่จะเข้าถึงข้อมูลตรงนั้นได้อย่างดีเยี่ยม....

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort