11,679
VIEWS

จับตาเทรนด์ผู้สูงอายุ พลังขับเคลื่อนใหม่สู่ Longevity economy

Oct 21, 2019 -None-

คาดการณ์ว่า  ระหว่างปี  1980 – 2050 (พ.ศ. 2523 – 2593)   จำนวนผู้สูงวัยจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว โดยในปี 2050 (พ.ศ. 2593)  โลกจะมีจำนวนผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 2.1 พันล้านคน ส่งผลให้ในอีกราว 30 ปีต่อจากนี้จะเป็นครั้งแรกที่โลกมีจำนวนคนแก่มากกว่าคนหนุ่มสาว โดย 1 ใน 5 ของประชากรโลกในปี 2050 (พ.ศ. 2593)    จะเป็นผู้สูงวัย ซึ่งสถิติดังกล่าวได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้สูงอายุจะครองเมืองในทุกพื้นที่ของโลก

จากการขยายตัวของกลุ่มคนสูงอายุอย่างกว้างขวางทั่วโลก   จนเป็นที่แน่ชัดว่าเจนเนอเรชั่นทรงอิทธิพลจะมีการเปลี่ยนขั้ว จากกลุ่มมิลเลนเนียลส์  Millennial ที่เป็นความเชื่อเดิมๆ มาเป็น   กลุ่มผู้สูงอายุ   ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่คุมอำนาจทางการเงินและการเมือง  เป็นกลุ่มที่มีเงินเหลือเพื่อการใช้จ่าย  (Disposable Incomes) มากกว่าคนทุกกลุ่ม   กลายเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก สู่  เศรษฐกิจสูงวัย หรือ Silver Economy และ เศรษฐกิจอายุวัฒน์  (Longevity Economy)   ผลักดันให้กลายเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก   ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตาและศึกษาแนวโน้มกันอย่างกว้างขวาง

สำหรับในประเทศไทย  -- ข้อมูลจากการศึกษาของคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส   ได้ระบุว่า หลังจากที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing society) ตั้งแต่ปี 2543ที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในอัตราร้อยละ 10และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) ในปี 2564 ซึ่งจำนวนประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20%จากนั้นในปี 2578 ก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด (Super  Aged  Society) โดยมีประชากรสูงอายุถึง 30%ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงโดยรวมของประเทศในหลายด้าน ทำให้หลายฝ่ายต้องเริ่มตระหนักและหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมการรองรับไว้ล่วง หน้าเช่นเดียวกับความกังวลของนานาประเทศในขณะนี้

มารู้จัก ผู้สูงวัยชาวโลกและ ผู้สูงอายุคนไทย  ในรายงานวิจัยชุดพิเศษ .”Getting Older – Our Aging World”  จากอิปซอสส์ ชี้ให้เห็นว่าการที่เราไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงความรู้สึกนึกคิด และ ความต้องการกลุ่มผู้สูงอายุ  จะทำให้เราประเมินสถานการณ์และวางแผนการต่างๆ ไม่ถูกทิศทาง

มารู้จัก ผู้สูงวัยชาวโลกและ ผู้สูงอายุคนไทย  กับการจับโอกาสมหาศาล ลดความเสี่ยง  เริ่มจากการสร้างมุมมองใหม่  ออกจากปัญหาและการติดกับความเชื่อและภาพจำเดิมๆ   เช่น  การกำหนดผู้สูงวัยจาก ‘ตัวเลขอายุ’และภาพจำเดิมๆ ที่ว่าผู้สูงวัยไม่สนใจเทคโนโลยี ไม่ชอบเรียนรู้  และ ไม่ชอบสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ในหมู่นักการตลาด กว่า 79% ยังใช้ ‘อายุ’ เป็นตัวชี้วัดในการกำหนดตัวตนของผู้สูงวัยแทนที่จะศึกษาจากความชอบ ไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการที่แท้จริง ความเข้าใจผิดเหล่านี้  ทำให้เราไม่รู้จักผู้สูงอายุได้อย่างแท้จริง  ไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงความรู้สึกนึกคิด  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุ   ทำให้เราประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและวางแผนต่างๆ ไม่ถูกทิศทาง

สำหรับประเทศไทย กว่า 75%  ของผู้สูงวัยคนไทยมีความสนใจและต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ   และกว่า 1.2 ล้านของผู้สูงวัยชาวไทยที่มีอายุเกิน 60 ปี เข้าถึงโลกอินเตอร์เน็ต ดังนั้นความเชื่อที่ว่าผู้สูงวัยไม่ยอมปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่จึงเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องอีกต่อไป

ความชอบ ความต้องการ  พฤติกรรม และ ไลฟ์สไตล์  ของผู้สูงอายุทั้งที่เป็นภาพรวมของโลกและกลุ่มผู้สูงวัยชาวไทย ต่างก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเช่นเดียวกับ เจนเนอเรชั่นกลุ่มอื่นๆ

จากความเชื่อเดิมๆ  ที่ฝังใจกันทั่วไปว่า  ผู้สูงอายุไม่สนใจเรื่องเทคโนโลยีและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นวิวัฒนาการของโลกนั้น   อาจต้องมีการทบทวนใหม่  เพียงแต่ผู้สูงอายุอาจจะมีข้อจำกัดบ้างในบางจุดเพื่อการปรับตัวให้เข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมดังกล่าว   ซึ่งอาจต้องใช้เวลากับสิ่งเหล่านั้นมากเป็นพิเศษ  อีกทั้ง อาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าในการเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านั้น

โดยข้อมูลวิจัยชุดพิเศษ  “Getting Older-Our Aging World”  จะบอกให้ทราบถึง  ความวิตกกังวลและความต้องการลึกๆ ที่อยู่ในใจของกลุ่มผู้สูงอายุทั้งที่เป็นภาพรวมตัวแทนผู้สูงวัยของโลก  และเจาะลึกถึงคุณลักษณะผู้สูงอายุชาวไทย ในแง่มุมต่างๆ  ทั้งด้านความชอบ  ไลฟ์สไตล์  พฤติกรรม   ความต้องการ  ตลอดจน  ข้อมูลในการใช้จ่ายเงิน  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกวงการ

สิ่งที่ผู้สูงอายุทั่วโลกวิตกกังวลมากที่สุด คือ เรื่องเงิน และ สุขภาพ(Top Worries – Money & Health)  และสิ่งที่ผู้สูงอายุชาวไทยมีความกังวลใจซึ่งก็มีความใกล้เคียงกัน   โดยสามารถเรียงลำดับตามความวิตกกังวลของกลุ่มผู้สูงวัยของโลก  คือ   กลัวมีเงินไม่พอต่อการดำรงชีวิต  30%, กลัวมีปัญหาการเคลื่อนไหวทางร่างกาย25%,เสียความทรงจำ24%,  ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ที่เคยทำได้22%,  การจากไปของคนในครอบครัว  ญาติ และเพื่อนฝูง   20%,  ความเจ็บป่วย 20%,  ถูกทิ้งให้เปล่าเปลี่ยว  เหงา  เศร้า19%,  ไม่มีอิสระ18%,ตาย 16%,  หูตึง / ตามองไม่เห็น13%

ส่วนความกังวลใจของผู้สูงอายุคนไทยเมื่อถึงวัยชราเรียงตามลำดับได้ดังนี้ 
51% - ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ที่เคยทำได้    41%-เจ็บป่วย     34%- ความเคลื่อนไหวทางร่างกาย     32% -มีเงินไม่พอต่อการดำรงชีวิต  27% -เสียความทรงจำ   20% -ญาติและเพื่อนฝูงค่อยๆ จากไป   15% -สูญเสียสายตาและ การได้ยิน   10%-ถูกทิ้งให้ล้าหลังทางเทคโนโลยี    10% -ผมหงอกและศีรษะล้าน   10% -เบื่อหน่าย   10% -ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว   7% -ไมได้รับการดูแลเอาใจเป็นต้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า  ปัจจุบัน ผู้สูงอายุคนไทย มีประกันภัยด้านสุขภาพถึง 50%และ อีก  18%  เป็นการทำประกันในลักษณะ  Endownment Life insurance

ในการนี้ เพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุคนไทยให้มากยิ่งๆขึ้น  อิปซอสส์ได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมถึง ไลฟ์สไตล์ กิจกรรมที่ทำ ตลอดจน พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของกลุ่มผู้สูงวัย  ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

กิจกรรมยอดฮิตติดอันดับที่ผู้สูงอายุชาวไทยชื่นชอบตามลำดับ คือ  การออกกำลังกาย เดินทางท่องเที่ยว  การเพาะปลูก   ชอบสังคมเยี่ยมญาติ / เพื่อนสนิทมิตรสหาย  การเดินออกกำลังกาย และ  ร่วมกิจกรรมชุมชน  ในอัตรา 56%, 49%, 34%, 27%,  27% 22% ตามลำดับ

ส่วนพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้สูงอายุชาวไทยนั้น  ผลสำรวจพบว่า  ผู้สูงอายุชาวไทยได้ให้ความ สำคัญในเรื่องของการใช้จ่ายเงินในเรื่องต่างๆ   ดังนี้  การใช้จ่ายเพื่ออาหารเป็นอันดับสูงสุด ถึง 95%  ตามมาด้วย  การออกไปทานอาหารนอกบ้านในโอกาสพิเศษถึง78%  ใช้เงินกับซื้อเครื่องไฟฟ้าในบ้าน 78%   ใช้จ่ายสำหรับเสื้อผ้า73%   ใช้เงินเพื่อการผ่อนคลาย 73%การท่องเที่ยว  71% ตามลำดับ

มนุษย์ทุกคน ทุกเจน ไม่แบ่งแยกเฉพาะผู้สูงวัย  ย่อมอยากให้ตนเองมีสุขภาพดีไปนานๆ  โดยสถิติผู้สูงวัย   6 ใน 10 คนทั่วโลก  คาดหวังให้ตัวเองมีสุขภาพดี และ มีร่างกายแข็งแรงยามแก่ ส่วนคนสูงอายุชาวไทยมีการเตรียมตัวเพื่อการเป็นคนสูงวัยที่มีคุณภาพเรียงตามลำดับ ดังนี้

ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ   ทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพเก็บออมเพื่อให้มีเงินพอใช้หลังเกษียณ  หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอร์หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่   สร้างทักษะกับงานอดิเรกที่สนใจ  มีบทบาทในชุมชนพบปะเพื่อนฝูงแล อยู่ในแวดวงเพื่อนที่ดี   รักษาความสัมพันธ์อันดีกับหุ้นส่วน   ทำกิจกรรมด้านกีฬาเป็นประจำ  ดูแลปรับปรุงที่อยู่อาศัย  ใช้ วีลแชร์ ด้วยความชำนาญ หาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับคนสูงอายุ  และอีก3%  เป็นเรื่องอื่นๆ   ในอัตรา 79%,  72%,  59%,  37%,  33%,  30%,  29%,  28%,  22%,  22%,  22%,  22%,  8%, และ  3%  ตามลำดับ

เกี่ยวกับผู้ทำวิจัย

บริษัท อิปซอสส์  เป็นบริษัทระดับโลกด้านการสำรวจและวิจัยตลาดสัญชาติฝรั่งเศส  เริ่มก่อตั้งในปี  2518 (1975)  นับเป็นการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงและต่อเนื่องมานานถึง 44 ปี  ปัจจุบันได้ขยายบริการครอบคลุม  89 ประเทศทั่วโลก  โดยมีลูกค้ารายใหญ่กว่า  5,000 ราย  ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญถึง 18,000  คน   และให้บริการในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิเช่น กลุ่มสินค้าประเภทอุปโภค-บริโภค   กลุ่มสื่อ  กลุ่มการเงิน   กลุ่มสินค้าสุขภาพ  กลุ่มเทคโนโลยี  กลุ่มยานยนต์  กลุ่มท่องเที่ยว   กลุ่มสันทนาการ   องค์กรภาครัฐ  กลุ่มเอ็นจีโอ   และสถาบันต่างๆ   โดยให้บริการในลักษณะโซลูชั่นครบวงจร  ครบเครื่องเรื่องบริการงานวิจัย

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.