รพ.บำรุงราษฎร์ผู้นำ Innovation Holistic Healthcare ระดับโลกชูจุดแข็ง Advanced Medical Technology

Oct 15, 2019 -None-

พัฒนาการด้านการบริการดูแลและรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี ทำให้ที่ผ่านมาโรงพยาบาลบำรุง ราษฎร์ สามารถก้าวขึ้นเป็นโรงพยาบาลแนวหน้าชั้นนำของโลก แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง ประกอบกับกระแส Disrupt ส่งผลกระทบไปในทุกอุตสาหกรรมไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจการดูแลสุขภาพ วันนี้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงปรับเปลี่ยนสู่ยุคของการเป็น Smart Hospital เพื่อรองรับเทรนด์ธุรกิจโรงพยาบาลด้วยการวาง Infrastructure พัฒนาระบบซอฟท์แวร์ไอที รวมถึงนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

            ภญ.อาทิรัตน์  จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านการบริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยถึงเป้าหมายการทำงานในอีก 3 ปีข้างหน้าว่า โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีแผนที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำ Innovation Holistic Healthcare  ระดับโลกที่ให้บริบาลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยนวัตกรรม โดยตั้งแต่ต้นปี2019 โรงพยาบาลมุ่งเน้นการทำงานภายใต้แนวทาง Excellence Management  ในหลายๆ ด้าน

โดยทางด้าน Clinical Excellence จะเป็นการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ หรือ Excellence Center ต่างๆ โดยเฉพาะสหวิชาชีพในการรักษาขั้นตติยภูมิ ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของการบริบาล อาทิ แผนกผู้ป่วยวิกฤต(Intensive Care Unit), ศูนย์หัวใจ(Cardiology Center), ศูนย์มะเร็งฮอไรซัน(Horizon Cancer Treatment Center), ศูนย์ทางเดินอาหาร-ตับ(Digestive Diseases GI Center), ศูนย์โรคระบบ ประสาท(Neurology Center), ศูนย์หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด(Robotic Surgery Center), ศูนย์จักษุ(Eye Center) เป็นต้น ล่าสุดได้ขยาย Hearing and Balance Center เพิ่มเติม และปีหน้าจะมี Excellence Center แยกย่อยในอีกหลายสาขา เช่น Voice Center สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง

“โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มุ่งเน้นที่จะเป็นผู้นำการให้บริบาลด้านการแพทย์ตติยภูมิ เพราะเรามีแพทย์ผู้เชี่ยว ชาญหลายสาขา ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีม ที่ให้ทั้งความปลอดภัยและคุณภาพในการดูแลรักษา ทำให้ที่ผ่านมาเรามีการพัฒนา Excel lence Center อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Robotics Surgery Center ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปีนี้ เนื่องจากทางโรงพยาบาลมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถใช้หุ่นยนต์มาใช้ในการผ่าตัดได้มากถึง 5 สาขา ได้แก่ ศัลยกรรมทั่วไป โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรคทางนารีเวช และการผ่าตัดเปลี่ยนเข่า และในปีหน้าเรามีแผนขยายพื้นที่ และเพิ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในศูนย์มะเร็งฮอไรซัน”

ต่อมาเป็น Excellence Management ในด้าน Operation & People Excellence โดยมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ให้เป็น Learning Organization ผ่านการฝึกอบรมจาก Bumrungrad Academy ซึ่งตอบโจทย์แต่ละสาขาวิชาชีพ รวมถึงการสร้างบรรยากาศการทำงานแบบ Happy Workplace 

“ปัจจัยที่ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้าน Medical Tourism ก็คือ การบริการ ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากร ที่ผ่านมาเราได้รางวัล Best Employer Award  ติดต่อกันเวลา 10 ปี ปัจจุบันมีพนักงาน 4,000 คน แบ่งเป็นเจนเนอเรชั่นมิลเลนเนียม 10% และเจนเนอเรชั่นวาย 63% เท่ากับว่าโรงพยา บาลเราขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่กว่า 70%  เราจึงเน้นการทำงานแบบ Happy Workplace เพื่อดึงดูดบุคลากรคุณภาพเข้ามาร่วมงาน เมื่อมาทำงานแล้วก็พัฒนาให้เก่งขึ้น ตลอดจนรักษาคนด้วย Career Path และกิจกรรมต่างๆ ให้ทุกคน ทุกกลุ่ม และทุกเจนเนนอเรชั่นอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข”

ในส่วนของ Service Excellence ปีนี้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้มีการเปิดตัวโมเดลการให้บริการแบบใหม่ในรูปแบบ OPD Instant Clinic ซึ่งมีคอนเซ็ปท์ที่มุ่งเน้นลดระยะเวลาในการรอคอย โดยคลินิกดังกล่าวจะให้บริการคนไข้ที่ไม่มีความซับซ้อนของโรค สามารถรับบริการตั้งแต่เช็คประวัติ ตรวจรักษาจากแพทย์ และรับยาเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงการการลงทุนรีโนเวทวอร์ดอะราบิกสำหรับลูกค้าในกลุ่มประเทศตะวันกลาง และเตรียมเพิ่มวอร์ดอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อรองรับความหลากหลายของเชื้อชาติและวัฒนธรรม

ทางด้านนวัตกรรมทางการแพทย์นั้น ผ่านมาโรงพยาบาลนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความปลอดภัยเพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องในหลายๆ ส่วนด้วยกัน ทั้ง AI/Big Data, Genomics, Robotics, Scientific Wellness และ Telemedicine รวมถึงวางระบบซอฟต์ แวร์ Hospital Information System(HIS) มาใช้เพื่อซัพพอร์ตการประมวลผลร่วมกับ AI/Big Data ได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วแบบเรียลไทม์

ดร.ธีรเดช เวียงธีรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นผู้บุกเบิกในการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาประยุกต์ใช้ ยกตัวอย่างเราเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของโลกที่นำ IBM Watson มาใช้ตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการประมวลผลเพื่อให้แพทย์ตัดสินใจวางแผนการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งยังเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกๆ ในไทยที่ได้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบดาวินชีเข้ามาช่วยศัลยแพทย์ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยหลายระบบอวัยวะ หรือแม้แต่นำหุ่นยนต์ช่วยในการจัดยาด้วยเทคโนโลยี Swisslog Pharmacy Robot”  

แต่อย่างไรก็ดี เทรนด์ของการรักษาในอนาคตจะเป็นในเชิงคาดการณ์(Predictive Medicine) การป้องกัน (Preventive Medicine ) และการรักษาที่แม่นยำและจำเพาะทางการแพทย์ (Precision  Medicine) ควบคู่ไปกับการดูแลรักษา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง (Advanced Medical Technology) มาปรับใช้ในองค์กรเพื่อให้เกิด Clinical Outcome ให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจยิ่งขึ้น

“เทรนด์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นิตยสารตีพิมพ์ทางการแพทย์มีการพูดถึง Big Data และ AI เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ Medical Center ชั้นนำหลายแห่งในฝั่งตะวันตก มีการนำ AI มาช่วยวินิจฉัยให้มีความแม่นยำมากขึ้นลักษณะเฉพาะรายบุคคล และยังร่วมมือกับบริษัทไอทีชั้นนำ อาทิ ไอบีเอ็ม และจีอี ในการทำ Deep Learning แต่หัวใจสำคัญที่จะทำให้ Big Data และ AI เกิดประสิทธิภาพได้ต้องอาศัยคุณภาพและความสมบูรณ์ของข้อมูลเป็นจุดเริ่มต้น”

ทั้งนี้ โรงพยาบาลมี HIS เข้ามาจัดการบริหารข้อมูลเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องแม่นยำ รวมถึงมีระบบที่จัดการกับ Imaging System ตามหน้าจอการรักษาต่างๆ เพื่อนำมาเก็บไว้ในฐานข้อมูล ในขณะเดียวกันมีการวิจัยและพัฒนา Bio Computing Platform ช่วยในการจัดการบริหารข้อมูลเชิงลึกในระดับพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของคนไข้ ช่วยในการเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งจะเปิดโอกาสในการพัฒนา AI เพื่อรักษาให้ผลแม่นยำเฉพาะทางและรายบุคคลในอนาคต ในฐานะเป็นตัวช่วยในการแสวงหาทางรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยรายนั้นๆ

ล่าสุดโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้มีการลงทุนกว่า 30 ล้านบาทใน Next Generation Sequencing เพื่อทำการตรวจมะเร็งลึกถึงระดับยีนและดีเอ็นเอ และวางแผนการรักษาที่เฉพาะเจาะจงเหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ทำให้ระยะเวลาในการรักษาสั้นลง รวมถึงยังนำมาพัฒนาการตรวจโครโมโซมของทารกในครรภ์ เพื่อตรวจความผิดปกติของทารกตั้งแต่ในครรภ์ และตรวจระดับยีนพันธุกรรม

“โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีจุดแข็งทางด้านฐานข้อมูล เพราะเรามี Big Data ครอบคลุมผู้ป่วยมากกว่า 5 แสนคนต่อปีจาก 200 ประเทศทั่วโลก และผู้ป่วยที่เป็นคนไทยอีกเกือบ 6 แสนคนต่อปี ทำให้มีข้อมูลจำนวนมหาศาล และหลากหลาย สามารถนำมาพัฒนาประมวลผลร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

เมื่อเทคโนโลยี AI มาประกอบกับความเชี่ยวชาญของแพทย์ บุคลากรเฉพาะทางของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ยิ่งทำให้ AI เป็นได้มากกว่า AI หรือ AI + Human > AI นั่นเอง

โรงพยาบาล

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu