6,907
VIEWS

10 เคล็ดลับสำหรับ Street Food ทำอย่างไรให้หอมกรุ่น น่ารับประทาน

Sep 08, 2017 S.Vutikorn

Street Food ในความหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คือร้านขายอาหารท้องถิ่นริมทางที่มีทั้งแบบร้านค้าห้องแถวหรือรถเข็นที่ขายอาหารในพื้นที่เฉพาะที่ได้รับอนุญาต ไม่ใช้ร้านหาบเร่ แผงลอยที่ผิดกฎหมายอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ

Street Food จึงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่พบเห็นได้ทั่วโลก สำหรับประเทศไทย เราสามารถพบเห็นร้านอาหารริมทางได้ทั่วทุกที่ของประเทศ

แม้ว่าร้านอาหารประเภทนี้จะเกิดขึ้นมาเพื่อรองรับกับความต้องการของคนท้องถิ่น แต่ปัจจุบัน Street Food กลับกลายเป็นเสน่ห์ของวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากจะเข้ามาสัมผัส หลายเมนูอาหารจาก Street Food กลายเป็นทูตทางวัฒนธรรมของไทย อาทิ ผัดไทย หรือต้มยำกุ้ง

วันนี้ BrandAge Online ได้สรุป 10 เคล็ดลับในการสร้างแบรนด์ Street Food ให้โดนใจผู้บริโถคจากงาน Thinkbowl ครั้งที่ 2 : Street Food ธุรกิจจะไม่บูดริมทาง มานำเสนอให้ผู้อ่านได้นำไปปรับใช้กับร้านของตนเองกัน

1. ความสะอาดต้องมาก่อน

ที่ผ่านมา Street Food มักถูกเหมารวมเรื่องความสะอาดที่ไม่ได้มาตรฐานมาตลอด เนื่องจากจำนวนร้านอาหารประเภทนี้มีมากในบ้านเรา ดังนั้นเรื่องความสะอาดจึงเป็นสิ่งแรกที่ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องให้ความสำคัญ

2. จัดระเบียบรอบร้านค้า

นอกเหนือจากความสะอาดในจานอาหารแล้ว อีกหนึ่งความสำคัญที่มีไม่แพ้กันก็คือ การจัดระเบียบร้านค้าและบริเวณรอบข้างให้ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมของร้าน ระบบการจัดการขยะทั้งก่อนและหลังการเปิดร้าน

ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ เจ้าของร้าน JM Cuisine กล่าวย้ำในเรื่องนี้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน ดังนั้นการจัดระเบียบร้านค้าต้องทำอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนที่ลูกค้ามองเห็นและหลังร้าน เช่น ไม่เทอาหารลงท่อระบายน้ำ เนื่องจากไขมันจากอาหารจะไปอุดตัน สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ประกอบการเพื่อความยั่งยืน เพื่อการอยู่ร่วมกัน

3. สร้างแบรนด์

แม้จะเป็นร้านอาหารเล็กๆ แต่เรื่องแบรนด์ก็ยังมีความสำคัญ ดังนั้นแต่ละร้านจึงจำเป็นต้องสร้างแบรนด์ เริ่มจากวิธีการง่ายๆ คือ ตั้งชื่อร้านให้เป็นที่จดจำ โดยเฉพาะกับร้านที่เปิดใหม่ การออกแบบ Logo ให้สวยงามและจำได้ง่ายเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ยิ่งถ้าเราขายอยู่ในบริเวณที่เรียกว่าย่านการค้า หรือ Marketplace ที่มีอาหารประเภทเดียวกันจำหน่ายอยู่หลายร้าน แบรนด์ คือสิ่งที่สำคัญอันดับต้นๆ ในการทำธุรกิจก็ว่าได้

นอกจากชื่อ และ Logo ของร้านแล้ว เจ้าของร้านหรือพ่อครัวก็สามารถนำมาเป็นเครื่องมือในการสร้างการรับรู้ได้ เพราะคนกินส่วนใหญ่จะติดใจรสชาติของคนทำคนเดิมจนกลายมาเป็นลูกค้าประจำ

4. สร้างจุดเด่น

ในมุมมองของ ภาณุ อิงคะวัต Executive Creative Director บริษัท เกรฮาวด์ จำกัด เจ้าของร้านอาหารชื่อดังอย่าง เกรฮาวด์ นั้นมองว่า ไม่ว่าร้านอาหารจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ มีสาขาหรือไม่ สิ่งที่ทุกร้านจำเป็นต้องมีก็คือ จุดขายของร้าน จุดขายนี้อาจจะมาจากเมนูที่ขายดีจนใครต่อใครหลายคนเอ่ยปากชม แม้กระทั่งเป็นส่วนเติมเต็ม เช่น น้ำจิ้ม หรือน้ำซุปก็ยังได้ หรือแม้กระทั่งเมนูอาหารที่เบสิกอย่างผัดกะเพราราดข้าวก็สามารถนำมาสร้างเป็นจุดขายได้

ดังนั้น ผู้ประกอบการร้านอาหารประเภท Street Food จึงต้องสร้างจุดขายขึ้นมาให้คนพูดถึง ทั้งเรื่องของรสชาติอาหารและความพิเศษในร้านที่ร้านอื่นไม่มี

ตัวอย่างที่ชัดเจนในการสร้างจุดขายก็คือ ร้านบะหมี่พ่อมึงตาย ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการสร้างจุดขาย คือ ขนาดของชามที่ใหญ่กว่าปกติหลายเท่า เป็นต้น

5. ขายความเป็นไทย

สมัยก่อนร้านอาหาร Street Food เปิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนท้องถิ่น แต่จากการโปรโมทการท่องเที่ยวประกอบกับกระแสการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) เป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้ Street Food กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

ที่ผ่านมา เสน่ห์ของ Street Food ในสายตาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็คือ ความเป็นไทย ความสนุกสนาน และความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นสินค้าพื้นบ้านที่สะท้อนวิถีชีวิตของไทย ดังนั้นหากมีการหยิบยกเอาจุดเด่นนี้มาสร้างให้โดดเด่นก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ผู้ประกอบการสามารถทำได้ไม่ยาก

ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ หรือคุณเกตุวดี Marumura กูรูด้านการตลาดญี่ปุ่น ได้ให้คำแนะนำว่า ร้านอาหารยุคใหม่อย่าแค่ขายอาหารให้อร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ให้ขายคุณค่า หรือขายวัฒนธรรมด้วย เพราะในหลายประเทศอาหารถือเป็นสินค้าที่ขายวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพมาก บางประเทศถึงกับใช้อาหารเป็นทูตวัฒนธรรม

6. สร้าง Marketplace

การนำเอาร้านอาหาร Street Food มารวมไว้ในย่านเดียวกันจนเป็น Marketplace ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่แหล่งท่องเที่ยวในต่างประเทศนิยมทำกัน สำหรับในประเทศไทยก็มีย่านที่ขายอาหารชื่อดังกระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น ถนนเยาวราช, ถนนบรรทัดทอง

คุณภาณุ ได้ให้คำแนะนำในเรื่องนี้ว่าการสร้าง Marketplace ให้ Street Food จำเป็นต้องดึงเสน่ห์ที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของคนไทย อาทิ ความไม่เป็นระเบียบของไทยจนสามารถหาซื้อของกินได้ทุกเวลา, อยากทำอะไรทำมาสร้างเป็นตัวตนที่แท้จริง ไม่ใช่ภาพลวงตา เหมือนกับร้านอาหารชื่อดังในย่านสุขุมวิท 38 ที่เคยได้รับความนิยมอย่างมาก แต่พอย้ายสถานที่ไป ตัวตนที่เคยสร้างมาก็หายไป ทำให้ความผูกพันที่เคยมีมาจางหายไปด้วย เป็นต้น

“สิ่งสำคัญคือ แนวคิด เราจะแก้ปัญหาอย่างไรให้เป็นตัวตนของเราอยู่ จะทำอย่างไรที่จะสามารถเก็บเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ ถ้าเราทำ Marketplace แบบสิงคโปร์ก็บอกไม่สนุก ไม่เอา เราต้องคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้เก็บความเป็นไทยไว้ให้ได้นี่คือสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันคิด” 

7. Hi Tech - Hi Touch

นอกเหนือจากการขายอาหารผ่านหน้าร้านแบบดั้งเดิมแล้ว ในปัจจุบันก็เริ่มมีแอพพลิเคชั่นสมัยใหม่ที่เข้ามาเพิ่มโอกาสทางการขายให้กับร้านค้า Street Food เป็นจำนวนมาก อาทิ Food Panda, Uber Eat, LINE Man

ดังนั้น การใช้ตัวช่วยในการเพิ่มยอดขายในช่วงเวลาที่ไม่เร่งด่วนมาก หรือวันที่สภาพอากาศไม่เป็นใจให้คนเดินทางมากินที่ร้านจึงเป็นอีกทางออกหนึ่งที่สามารถทำได้ทันที โดยที่เจ้าของร้านแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลย

8. โปรโมทร้านบ้างก็ได้

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเข้ามามีอิทธิพลกับผู้คนมากมายนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ร้านค้าขนาดเล็กจะสามารถเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างไม่เปลืองงบประมาณโดยผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, LINE

ข้อดีของการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ก็คือ สามารถทำได้แบบ 24 ชั่วโมง โดยเคล็ดลับในการสื่อสารที่ง่ายที่สุดนั้นหม่อมถนัดแดก นักรีวิวอาหารชื่อดังให้คำแนะนำว่า การคิด# ที่จดจำง่ายเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่สามารถสร้างการจดจำให้กับร้าน และง่ายต่อการค้นหาของผู้บริโภค

อีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลก็คือ การเชิญบล็อกเกอร์ หรือ Influencer มารีวิวร้านอาหาร เพียงแต่วิธีนี้อาจจะมีค่าใช้จ่ายบ้าง ไม่เหมือนกับการที่ผู้บริโภครีวิว หรือแชร์ภาพอาหารด้วยตัวเอง

ถ้าร้านมีชื่อเสียงอยู่แล้ว ใช้ # ฟรีเข้ามาช่วย เรียกว่าถูกที่สุดมากกว่า ประหยัดค่ารีวิว พอตอนเย็นก็เอามารีโพสต์ใหม่ ช่วยได้เยอะมาก คนมากิน Street Food ส่วนใหญ่มากินก็นิยมถ่ายรูปอยู่แล้วหม่อมถนัดแดก ให้คำแนะนำ

9. Street Food Delivery

ต้องเข้าใจก่อนว่า การทำ Delivery จะไม่เหมือนกับการเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์กับแอพพลิเคชั่นส่งอาหาร เพราะตรงส่วนนี้ทางร้านจะต้องลงทุนระบบด้วยตัวเอง ซึ่งหมายความว่าทางผู้ประกอบการจะต้องมีความพร้อมในระดับหนึ่ง ทั้งในเรื่องของเงินทุน, พนักงาน, และคุณภาพในการผลิตอาหารจำนวนมาก เพราะถ้าหากเปิดให้บริการ Delivery โดยที่ขาดความพร้อม หากเกิดปัญหาขึ้นมาก็อาจจะส่งผลกระทบด้านชื่อเสียงกับร้านได้

แต่ถ้ามีความพร้อมทุกด้านก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการที่จะเพิ่มรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านร้านอาหารก็คือ ถ้าจะทำ Delivery จะต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน บริหารงานแยกส่วนให้ชัดเจน แต่ถ้าวางโครงสร้างติดกันแล้วไม่ส่งผลกระทบก็ทำได้

10. มองหาอะไรใหม่ๆ

ดร.กฤตินี อธิบายเรื่องนี้ว่า เฟรมเวิร์คในการขยายธุรกิจนั้นมี 2 ทางเลือก คือ 1.ลูกค้าเดิม สินค้าใหม่ 2.สินค้าเก่า ลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการร้านอาหาร Street Food นั้นสามารถเลือกทำได้ทั้ง 2 อย่าง หรือจะทำทีละอย่างก็ได้ตามความพร้อมของตนเอง

ตัวอย่างสินค้าใหม่ เช่น ลองหาอะไรใหม่ๆ ที่ลดขนาดการเสิร์ฟให้เล็กลงจนสามารถถือเดินกินได้เป็นสินค้า Take Aways  ก็เป็นอะไรที่เก๋ไก๋ขึ้นจากเดิม ราคาอาจจะถูกลงแต่ขายเร็วขึ้น เพราะพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป เน้นความสะดวกสบาย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort