สวทช. - อ.ส.ค. จับมือวิจัย “โคนม” แบบครบวงจร

Oct 09, 2019 -None-

ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี :สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ลงนามความร่วมมือกับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพัฒนากิจการโคนมแบบครบวงจร หวังยกระดับกิจการโคนมด้วย วทน. เดินหน้าวิจัย นมผงพันธุ์ไทย-นมอัดเม็ดพรีเมี่ยม-ผลิตภัณฑ์จากนมเพื่อผู้สูงวัยเฟสแรก 63-65 พร้อมลุยตลาดต่างประเทศ นำร่องบุกอาเซียนปี 64

นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลให้น้ำนมดิบมีปริมาณเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพดีขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ว่า ปี 2562 นี้ ความต้องการบริโภคนมจะเพิ่มขึ้น จากการที่หลายภาคส่วนร่วมกันรณรงค์การบริโภคนมของประชาชนในประเทศ โดยในปี 2562 คาดว่า มีปริมาณการบริโภค 1,332,180 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 8% จาก 1,233,483 ตัน ของปี 2561 ในขณะเดียวกัน การส่งออก - การนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการในตลาดนมพาณิชย์มีการผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีการร่วมมือกันสนับสนุนการขยายตลาดส่งออกนมสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มมากขึ้น

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากิจการโคนมไทยระหว่าง สวทช. โดยนาโนเทค และ อสค. นับเป็นการตอบยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 ทั้งยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ที่ครอบคลุมเกษตรชีวภาพ เกษตรอัจฉริยะ เกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมชีวภาพ และยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวกับการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานชีวภาพ พัฒนาความมั่นคงด้านการเกษตรและอาหารของประเทศและชุมชนสอดคล้องกับ BCG Model ที่มุ่งจะนำประเทศไปสู่การเป็นผู้นำการผลิตอาหารคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับทุกภูมิภาคของประเทศ

“ศักยภาพของ สวทช. ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์งานด้านอุตสาหกรรมการเกษตรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์และการบริหารจัดการพืชและสัตว์ โรงเรือนและระบบควบคุมที่สามารถปรับสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม การตรวจวินิจฉัยโรคในพืชและสัตว์ โมเดลการจัดการเพาะปลูกพืชและทำนายผลผลิต รวมไปถึงนวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร เช่น การพัฒนาสารกลุ่ม functional ingredient อาหารปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ กระบวนการผลิตอาหารแบบขั้นสูงโดยใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data analytics) จนถึงบรรจุภัณฑ์อาหารอัจฉริยะ (smart packaging)” ผู้อำนวยการ สวทช. ชี้

 

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงษ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า ในฐานะที่ อ.ส.ค. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้เป็นอาชีพแก่เกษตรกรไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน พัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมนมให้ครบวงจรและมีมูลค่าเพิ่ม การสร้างความรู้ด้านกิจการโคนมและอุตสาหกรรมนม และมุ่งบริหารจัดการองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะ (HPO) ด้วยหลักธรรมาภิบาล จากภารกิจดังกล่าว อ.ส.ค. จึงได้มีการดำเนินแนวทางแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยการพัฒนาประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนมเพื่อให้ได้น้ำนมที่ดีมีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน พร้อมแข่งขันกับตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียน ตลอดจนการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมโคนมโดยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ เพื่อพัฒนาในการเลี้ยงโคนม ระบบฟาร์ม การคัดเลือกสายพันธุ์ การพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบ ตลอดทั้งอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

ปัจจุบัน อ.ส.ค. มีการนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง (Thai-Denmark Smart Dairy Farm) ของ อ.ส.ค. ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 55.9 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งฟาร์มโคนมสาธิตเชิงธุรกิจประสิทธิภาพสูง หรือ “Smart Farm” มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้ง Hardware และ Software เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการฟาร์มโคนมของเกษตรกร ประกอบกับปัจจุบันนโยบายการตลาดในการทำการค้าเสรีตามข้อตกลง Free Trade Area in Milk production (FTA) ที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโคนมของประเทศ ทำให้มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนมผงพร่องมันเนยจากประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งมีปริมาณการนำเข้าสูงที่สุด อ.ส.ค. ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลบริหารจัดการ พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆให้แก่ผู้บริโภคอยู่เสมอ ความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ อ.ส.ค. ได้มีการดำเนินงานและร่วมกันหารือเพื่อขยายผลงานวิจัยและพัฒนา นำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมโคนม รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดย สวทช.จะเข้ามาดำเนินการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและนวัตกรรมในกิจการโคนม พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงโคนมและผลิตภัณฑ์นมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้แก่ อ.ส.ค.

 

“อ.ส.ค. จะดำเนินการขยายผลการวิจัยที่ได้นำมาพัฒนาแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในเชิงพื้นที่เพื่อการพัฒนากิจการโคนมแบบครบวงจรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดทั้งการพัฒนาฐานข้อมูลและการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสอดรับกลยุทธ์การตลาดของ อ.ส.ค. ตามแผนรัฐวิสาหกิจระยะ 5 ปี (2560-2564) ในการขับเคลื่อนและผลักดันผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ก้าวสู่แบรนด์นมแห่งชาติและเป็นผู้นำอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน” ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าว

ด้าน ดร.วรรณีฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค)สวทช. กล่าวว่า นาโนเทคสวทช. มีขีดความสามารถในการนำงานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรหลากหลายรูปแบบ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ จะตอบความต้องการอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีการกักเก็บในระดับนาโน หรือ นาโนเอ็นแคปซูลเลชั่น(Nano Encapsulation Technology) ที่จะเป็นเทคโนโลยีหลักในการความร่วมมือครั้งนี้ซึ่งหลังจากการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ นาโนเทคสวทช. เตรียมงานวิจัยที่จะตอบโจทย์สร้างนวัตกรรมกลุ่มควิก-วิน (Quick-Win) สำหรับความร่วมมือในระยะที่ 1 ปีพ.ศ. 2563-2565 ทั้งกลุ่มนมอัดเม็ดพรีเมี่ยม, นมผง และผลิตภัณฑ์จากนมเพื่อผู้สูงอายุ โดยจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนาโนการกักเก็บในระดับนาโน ที่นาโนเทคมีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญตอบความต้องการกลุ่มควิก-วินได้

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างเทคโนโลยีที่นำเสนอในงาน ตอบโจทย์ความต้องการครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อาทิ “การพัฒนาอาหารไฮโดรเจลกักเก็บโปรตีนแบบย่อยง่ายและอาหารเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมในลำไส้สำหรับสัตว์เศรษฐกิจ” ที่สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นอาหารโคนมในอนาคต “ชุดตรวจวิเคราะห์เชื้อปนเปื้อนในกระบวนการผลิตด้วยอนุภาคนาโนเพื่อใช้เป็นสารตรวจวัดและควบคุมคุณภาพการผลิตในโรงงาน” เพื่อการต่อยอดสู่ชุดตรวจวิเคราะห์สำหรับโคนม และ “เทคโนโลยีการกักเก็บระดับนาโนสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบอัดเม็ดที่สามารถเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการอื่นๆ ได้ตามความต้องการ” ที่จะเป็นเทคโนโลยีสำหรับการพัฒนานมอัดเม็ดพรีเมี่ยมต่อไป

ภายในพิธีลงนามความร่วมมือฯ ครั้งนี้ ยังจัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “นมโคไทยก้าวไกลด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” โดยมี นายสุรักษ์ นามตะ ประธานชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค, ดร.กิตติวุฒิ เกษมวงศ์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการทีมวิจัยกระบวนการระดับนาโนเพื่ออุตสาหกรรมเกษตร (ศน.) และนายนิคม กันยานะ นักวิชาการ สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สวทช.) เข้าร่วมเสวนา รวมถึงตัวอย่างงานวิจัยของ สวทช. ที่ตอบโจทย์การยกระดับกิจการโคนมแบบครบวงจรร่วมจัดแสดง

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu