Tetra Pak CICs ประเทศสิงคโปร์ One Stop Services ที่มากกว่าเรื่องบรรจุภัณฑ์

Oct 02, 2019 P.Narata

เต็ดตรา แพ้ค ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านกระบวนการผลิตและบรรจุอาหารระดับโลก นำทีมคณะสื่อมวลชนไทย เยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (Customer Innovation Centre) หรือ CICs แห่งแรกในเอเชีย ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อรับทราบข้อมูลถึงกระบวนการทำงานของศูนย์นวัตกรรม ที่มุ่งตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลง และเฉพาะเจาะจงมากขึ้นของกลุ่มลูกค้าในตลาดเอเชียแปซิฟิก 

ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า หรือ CICs ที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นหนึ่งในเครือข่าย ของ CICs ที่มีอยู่ทั่วโลกเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปี 2560 ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย รวมถึงในภูมิภาคเอเชียค้นพบโอกาสในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ด้วยการคิดค้น Product Innovation ที่สามารถเจาะตลาด และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีการผลิตในรูปแบบดิจิทัล โดยการใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น และ VR

ศูนย์นวัตกรรม CICs ประเทศสิงคโปร์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาคเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ ในบริเวณเดียวกับที่ตั้งของ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือปรับ ปรุงผลิตภัณฑ์เดิมให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป โดยใช้ความรู้เชิงลึกและความชำนาญที่สะสมมากว่า 60 ปี ควบคู่ไปกับเครื่องมือ และเทคโนโลยีอันทันสมัยแบบครบวงจร ที่จะช่วยให้การระดมความคิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการคิดค้น และลองสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ การออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ที่สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์  และช่วยสร้างความสมบูรณ์ทุกขั้นตอนก่อนการวางตลาด

โดย เต็ดตรา แพ้ค เป็นบริษัทในเครือของ Tetra Laval Group จากประเทศสวีเดน ได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้นำการผลิตแบบครบวงจรผ่านกระบวนการทำงานใน 4 ขั้นตอน คือ พัฒนา – ผลิตภัณฑ์ร่วมกับลูกค้าและให้คำแนะนำด้านการตลาด ผลิต – ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะกับลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ บรรจุ - ในบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น สอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบัน และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค และสนับสนุน - ให้คำปรึกษาด้านเทคนิคที่เหมาะกับลูกค้าในแต่ละราย โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ

เต็ดตรา แพ้ค แบ่งการดำเนินธุรกิจออกเป็น 4 โซนหลัก โดยตลาดประเทศไทยขึ้นอยู่กับโซนของเอเชียแปซิฟิกที่มีอยู่ 24 ประเทศ โดยประเทศไทยจะรับผิดชอบรวมถึงตลาดในประเทศเมียนมา ลาว และกัมพูชา

 

หลากหลาย Services Solution

สำหรับโครงการทางธุรกิจของเต็ดตรา แพ้ค จะดำเนินกิจการในรูปแบบ Business Solution ใน 3 ด้านหลัก คือ ด้านกระบวนการผลิต ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และด้านการบริการทางการตลาด ที่ถือเป็น One Stop Services ที่ครบจบในที่เดียว รวมถึงการให้ความสำคัญกับเรื่อง Sustainability มุ่งเน้นการทำกิจกรรมทางธุรกิจที่พยายามให้เกิดคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ปริมาณที่ต่ำ มีการดูแลเรื่องของการใช้ทรัพยากรที่ทดแทนได้ และการรีไซเคิล 

ขณะที่กระบวนการทำงานของศูนย์นวัตกรรม CICs จะเน้นไปที่เรื่องของ Digitalization และ Innovation ที่เกี่ยว ข้องโดยตรงกับเรื่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging) กระบวนการผลิตภายในโรงงาน (Smart Factory) ไปจนถึงการให้บริการด้านต่างๆ โดยเต็ดตรา แพ้ค มองว่า จะสามารถนำเรื่องดิจิทัล และอินโนเวชั่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างการเติบโตให้กับลูกค้า

รัตนศิริ ติลกสกุลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายมาร์เก็ตติ้งเซอร์วิสเซส บริษัทเต็ดตรา แพ้ค เอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า บทบาทของเต็ดตรา แพ้ค คือ การนำเสนอเรื่องของโซลูชั่นที่เป็นเรื่องอินโนเวชั่นใหม่ๆ ให้กับลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยในส่วนของ Marketing Services ของเต็ดตรา แพ้ค จะช่วยสร้างให้ลูกค้าเกิดพัฒนาการในเรื่องของอินโนเวชั่นได้เร็วขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้กับลูกค้า

“การทำงานของ Marketing Service จะมี 3 ขั้นตอน คือ 1) Process กระบวนการหาข้อมูลเพื่อสร้างตัวผลิต ภัณฑ์ที่ต้องมีเครื่องมือใหม่ๆ ในการทำงาน 2) Knowledge การถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ และ 3) Infrastructure เป็นเรื่องของการทำงานภายในศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้ เมื่อลูกค้าเกิดความท้าทายใหม่ๆ ขึ้นในตลาด อาจเป็นเรื่องของการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในภาวะที่ตลาดถดถอย” 

นอกจากประเทศสิงคโปร์ เต็ดตรา แพ้ค ยังมีศูนย์นวัตกรรม CICs อีก 5 แห่งทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล ดูไบ อิตาลี และสวีเดน โดยที่สิงคโปร์ เป็นสาขาที่มีผู้เข้าเยี่ยมชม และทำเวิร์คช็อปมากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศสวีเดนที่เป็นสำนักงานใหญ่ของเต็ดตรา แพ้ค 

สำหรับศูนย์ CICs ที่ประเทศสิงคโปร์ จะมีรูปแบบการให้บริการที่หลากหลาย ตั้งแต่การเริ่มสร้างไอเดียกระทั่งไปจบที่เรื่องของโซลูชั่นต่างๆ ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ กระบวนการผลิต และตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงการทำโปรแกรมที่เป็นกรณี ศึกษาในเรื่องของเทรนด์ต่างๆ ที่น่าสนใจ และเป็นโอกาสทางการตลาด เช่น กรณีศึกษาในเรื่องของเทรนด์ Silver Gene ration ใน 3 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และประเทศไทย โดยเป็นการไปเก็บข้อมูลตามบ้านของผู้สูงวัย เพื่อเป็นการ ศึกษา และทำความเข้าใจเชิงลึกในพฤติกรรมของผู้สูงวัยในเรื่องความเป็นอยู่ และความต้องการ เป็นรูปแบบการจัดโปรแกรม และการทำเวิร์คช็อปที่จะมีการเชิญลูกค้าเข้ามาร่วมโครงการ

“ปีนี้จะมีการทำโปรแกรมในธีมของ Plant Base กลุ่มเครื่องดื่ม เช่น นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ นมจากถั่ว และธัญพืชต่างๆ ซึ่งเป็นกระแสที่เริ่มมาแรง เพราะในช่วงปีที่ผ่านมา มากกว่า 50% ของลูกค้าที่เข้ามาที่ศูนย์จะมาคุย หรือทดลองทำสูตรเครื่องดื่มเป็นที่ Plant Base เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่อาจเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ มังสวิรัต หรือต้อง การความเทรนดี้”

นอกจากนี้ ภายใต้การทำงานของ Marketing Services ยังได้รับการสนับสนุนจาก Product Development Center (PDCs) ที่จะทำหน้าที่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไอเดียที่มี เริ่มจากการคิดค้นสูตร ไปถึงการทำกระบวนการผลิต โดย เต็ดตรา แพ้ค มีเครือข่ายศูนย์ PDCs กระจายอยู่ 10 แห่งทั่วโลก แต่ละแห่งจะมีความชำนาญที่แตกต่างกัน เช่น สวีเดนถนัดเรื่องชีส และนม ส่วนที่สิงคโปร์จะถนัดเรื่องของ Plant Base เช่น นมถั่วเหลือง และมะพร้าว เป็นต้น

Connected Packaging

ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม มักจะเทรนด์ด้านอินโนเวชั่นต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเทรนด์ในเรื่องของ Digitalization & Technology และ Sustainability จะมีบทบาทสำคัญ และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นที่มาของก่อตั้งศูนย์นวัตกรรม CICs ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลง และเฉพาะเจาะจงมากขึ้นของผู้สร้างแบรนด์ในตลาดเอเชีย

สุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจที่เป็น Business Solution ของเต็ดตรา แพ้ค ทั้ง 3 รูปแบบ คือ Processing, Packaging และ Services จะอยู่บนแกนหลักของเรื่อง Digitalization และ Sustainability โดยเฉพาะในเรื่องของ Packaging Solution ที่จะมีเรื่องของดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น หรือในแง่ของ Sustainability ก็เป็นเรื่องที่เต็ดตรา แพ้ค ให้ความสำคัญมานานแล้ว

“เพราะ 75% ของกล่องบรรจุภัณฑ์ คือ กระดาษที่มาจากป่าปลูกในกลุ่มทรัพยากรทดแทนได้ (Renewable Resource) อีก 25% เป็น PE ที่ประกอบด้วยลามิเนท และอะลูมิเนียมฟอยล์ ที่่สามารถรีไซเคิลได้ 100% เพราะเป็น Bio Base และในอนาคตเรายังจะมุ่งไปที่เรื่องทรัพยากรทดแทนได้แบบ 100%”

ก่อนหน้านี้ เต็ดตรา แพ้ค ได้เปิดตัวแคมเปญ “Connecting The Food Industry” บนลิงค์อิน (LinkedIn) ในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์แบบเชื่อมต่อออนไลน์ และเปิดมุมมองในการนำระบบดิจิทัลรูปแบบใหม่มาใช้เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศ ร่วมกับออสเตรเลีย อินเดีย และอินโดนีเซีย ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเป้าหมายการตลาดในการจัดแคมเปญของภูมิภาคนี้ โดยใช้เกณฑ์พิจารณาจากความพร้อมของประเทศในด้านการนำธุรกิจเข้าสู่ระบบดิจิทัล

 

 

เพราะเต็ดตรา แพ้ค มองว่า ระบบการเชื่อมต่อออนไลน์กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยได้มอบโอกาสมากมายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แคมเปญของเต็ดตรา แพ้ค มุ่งเป้าในการสร้างความตระหนักรู้ต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจกับการเข้าสู่ระบบดิจิทัลที่จะสร้างบทบาทใหม่ของบรรจุภัณฑ์ขึ้น โดยแพลตฟอร์ม Tetra Pak Connected Package รูปแบบใหม่นี้จะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นผู้นำเสนอข้อมูลเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้ผลิตสามารถเชื่อม โยงกับผู้บริโภคได้โดยตรง สร้างความนิยมต่อสินค้า ให้รายละเอียดผลิตภัณฑ์ในเชิงลึก และนำเสนอแนวทางใหม่ในการสืบหาแหล่งข้อมูลได้ดียิ่งขึ้นด้วยระบบการตรวจสอบย้อนกลับ(Traceability) แหล่งที่มาในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ยังทำให้สามารถค้นหาข้อมูลของผลิตภัณฑ์ได้ทุกจุดในซัพพลายเชนจากสวนหรือฟาร์มไปจนถึงถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอาหาร ในทุกขั้นตอนนับ ตั้งแต่การนำส่งวัตถุดิบ ไปสู่กระบวนการแปรรูป จนถึงการบรรจุในบรรจุภัณฑ์และปิดผนึกอย่างปลอดภัย

ในอนาคตอันใกล้ Digitalization จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ให้ก้าวไปสู่การเป็น Smart Packaging โดยมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เช่น การนำ QR Code หรือ RFID มาใช้กับฝาขวด หรือการนำ AI มาเล่นกับฉลากบนกล่อง รวมถึงมีการใช้ Digital Printing มาพิมพ์ฉลากบนขวดเพื่อใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร เป็นต้น

“สำหรับเต็ดตรา แพ้คในฐานะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของโลก นอกเหนือจากการมองว่าจะช่วยให้ลูกค้าเติบโตอย่างไรได้บ้างกับโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เรายังมุ่งสู่การเป็น  Intelligent Package โดยเริ่มจากการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีการนำ QR Code มาสร้างให้เป็น Connected Package หมายความว่าจะเริ่มมี Interaction มากขึ้น ซึ่งในอนาคตผู้บริโภคไม่ต้องเปิดตู้เย็นก็สามารถรู้ได้ว่า มีอะไรอยู่ในตู้เย็นบ้าง และอะไรจะหมดอายุเมื่อไหร่”

 

 

ปัจจุบัน เต็ดตรา แพ้ค กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาเรื่องของ Connected Packaging โดยมี Data Matrix Code และ QR Code เป็นตัวช่วยสำคัญ ผ่านเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลที่ทุกๆ ข้อมูลจะถูกนำไปเก็บไว้ในคลาวด์ โดยมีระบบการ Tracking & Traceability ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง ในอนาคตไม่ใช่แค่การซื้อสินค้ามาบริโภค แต่ผู้บริโภคจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับตัวบรรจุภัณฑ์มากขึ้น จะทำให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้มากขึ้น

“วันนี้สิ่งที่ผู้บริโภคมองหาในตลาดมี 3 เรื่อง คือ Being Informed การต้องการได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ Being Green การมีส่วนร่วมเรื่องสิ่งแวดล้อม และ Being Entertained คือ การมีส่วนร่วมในความสนุกสนานที่จะเกิดขึ้น และ Connected Packaging จะสามารถนำเสนอทั้ง 3 เรื่องนี้ไปสู่ผู้บริโภคได้”

Brand Engagement

Generation C เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ของโลกที่น่าสนใจ ซึ่ง Generation C หรือ Connected Consumer จะมีพฤติกรรมอยู่บนโลกออนไลน์มากกว่าคนกลุ่มอื่น หรือเป็น Digital Savvy เต็ดตรา แพ้ค จึงพยายามทำเรื่อง QR Code โฟกัสไปที่คนกลุ่มนี้ เพราะเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่เมื่อเห็น QR Code แล้วอยากสแกนทันที ดังนั้นอะไรก็ตามที่เอนเกจกับคนกลุ่มนี้ได้ แบรนด์ต่างๆ ก็จะให้ความสนใจ

สุภนัฐ ย้ำว่า Consumer Engagement เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และเต็ดตรา แพ้ค อยากทำให้เกิดขึ้น โดยพยายามหาโซลูชั่นในเรื่อง QR Code มาให้กับลูกค้าที่เป็นแจ้าของแบรนด์เพื่อนำมาสร้าง Brand Engagement กับผู้บริโภคกลุ่ม เป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่ม Generation C ที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เรื่องดิจิทัลกลาย เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับเขา ในแง่ของมุมมองการใช้ชีวิตจึงแตกต่างจากคนรุ่นก่อน

 

โดยเทคโนโลยีดิจิทัล และการใช้รหัสดิจิทัลแบบเฉพาะตัวจะทำให้บรรจุภัณฑ์ของสินค้าแต่ละชิ้นกลายเป็นตัวระบุข้อมูลแบบพิเศษได้ ผ่านการใช้อุปกรณ์สแกนข้อมูล หรือแม้แต่สมาร์ทโฟนทั่วไป จะสามารถอ่านรหัสเหล่านี้ได้และเชื่อมโยงผู้ใช้งานไปสู่แหล่งข้อมูลจำนวนมหาศาลและเปิดประตูสู่โอกาสในทุกรูปแบบ ด้วยการสร้างช่องทางแบบอินเตอร์แอ็กทีฟนี้ ในไม่ช้าแบรนด์สินค้าต่าง ๆ จะสื่อสารกับผู้บริโภคแต่ละรายได้แบบเรียลไทม์ โดยสามารถแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการสรรหาวัตถุดิบและข้อมูลโภชนาการต่างๆ ให้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เชิญชวนให้เล่นเกมร่วมสนุก และทำกิจกรรมในรูป แบบอื่น ๆ ได้อีกมากมาย

ขณะเดียวกัน บรรจุภัณฑ์แบบเชื่อมต่อออนไลน์นี้จะมีบทบาทมากขึ้นทั้งในซัพพลายเชนที่ใช้ระบบดิจิทัลและการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค โดยจะก่อให้เกิดช่องทางการเข้าถึงแบบตัวต่อตัวกับผู้บริโภคแต่ละราย ทำให้เกิดโอกาสด้านการสื่อสาร การทำการตลาด และการรวบรวมข้อมูลอย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งนี้ แพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์แบบเชื่อม ต่อออนไลน์ที่ถูกขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรม 4.0 ผ่านเทคโนโลยีการสร้างรหัส การพิมพ์ระบบดิจิทัล และการบริหารจัดการข้อมูล จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้ผลิตอาหาร ผู้ค้าปลีก และผู้ซื้อสินค้า

 

 

แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์ของตลาดอาหารและเครื่องดื่มในปัจจุบันอยู่ในภาวะถดถอย ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายใช้สอย แต่เต็ดตรา แพ้ค เชื่อว่า เรื่องของ Connected Packaging และดิจิทัลเทคโนโลยีต่างๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะเกิดความรู้สึกอยากรู้ อยากร่วมสนุก หรืออยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น

“ในอนาคตเราจะได้เห็นการทำแคมเปญโปรโมชั่นผ่านเทคโนโลยี QR Code ที่เป็น Unique Code ซึ่งตลาดในประเทศไทยจะเริ่มได้เห็นเรื่องของ Connected Package อย่างจริงจังในปีหน้า” สุภนัฐ กล่าว 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn