หัวเว่ยเปิดตัวยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ Next Gen และผลิตภัณฑ์ +AI ใหม่

Sep 25, 2019 -None-

ที่งาน HUAWEI CONNECT 2019 หัวเว่ยได้เผยกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์อัจฉริยะเจนเนอเรชั่นใหม่ พร้อมผลิต ภัณฑ์ +AI ใหม่สำหรับตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์ ได้แก่ สถาปัตยกรรม AI 3 เลเยอร์ซึ่งขับเคลื่อนโดยชุดผลิต ภัณฑ์ Engine AI Turbo, ระบบควบคุมและจัดการเครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติ iMaster NCE, แพลตฟอร์ม AI เครือข่ายอัจฉริยะตัวแรกของอุตสาหกรรม iMaster NAIE, สตอเรจ All-flash อัจฉริยะ OceanStor Dorado รุ่นใหม่ขับเคลื่อนโดยโปรเซสเซอร์ Kunpeng และ Ascend, OptiXtrans DC908 ผลิตภัณฑ์ DCI (Data Center Interconnect) เชิงอัจฉริยะตัวแรกของอุตสาหกรรม และอีกมากมาย

ระดับการเชื่อมต่อที่เพิ่มมากขึ้นและเทคโนโลยีอัจฉริยะที่กำลังพัฒนาเติบโตขึ้น ได้นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่องค์กรทั่วโลก  หัวเว่ยได้เพิ่มความสามารถด้าน AI เข้าไปในผลิตภัณฑ์ไอซีทีรุ่นใหม่และมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำนวัตกรรม และช่วยลูกค้ารับมือกับความท้าทายด้านการทรานสฟอร์มสู่ดิจิทัลรอบใหม่เพื่อความสำเร็จของธุรกิจ

ซุน ฝูโหย่ว รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ย กล่าวว่า “กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เจเนอเรชันใหม่ของหัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ มีชื่อเล่นว่า 123456 ซึ่งหมายความว่า เราหวังที่จะสร้างโลกที่เชื่อมโยงกันอย่างชาญฉลาด 1 ใบ เน้นสถาน การณ์บริการ 2 อย่าง คือ แคมปัส และดาต้าเซ็นเตอร์  จัดหาชุดผลิตภัณฑ์เครือข่ายอัจฉริยะ OptiX 3 ชุด  นำเสนอผลิตภัณฑ์ IP Network Engine อัจฉริยะ 4 ชุด และใช้ประโยชน์จาก 5G, Wi-Fi 6 และ OceanStor Dorado V6 ของหัวเว่ย รวมไปถึงผลิตภัณฑ์และโซลูชันอื่น ๆ ที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้น

“นอกจากการเจาะลึกลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เจาะจงแล้ว หัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ ยังได้ผสานเทคโนโลยีหลัก ๆ เข้าไปในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น เน็ตเวิร์ก IP และเน็ตเวิร์คออปติก, 5G และ Wi-Fi 6, IP และสตอเรจ และเครือข่าย Soft/Hard SDN  เรามุ่งเน้นที่จะพัฒนาแคมปัสและดาต้าเซ็นเตอร์ และทำให้นวัตกรรมใหม่ ๆ ของเรามีความอัจฉริยะก้าวล้ำขึ้นไปอีก เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นอัจฉริยะแบบ Next-gen ที่สามารถแข่งขันได้ในอนาคต”

หัวเว่ยเปิดตัวสถาปัตยกรรม AI แบบ 3 เลเยอร์ เพื่อสร้างเครือข่าย IP อัจฉริยะสำหรับยุค AI

ถือเป็นครั้งแรกที่หัวเว่ยได้เปิดตัวสถาปัตยกรรม AI แบบ 3 เลเยอร์ เพื่อสร้างเครือข่าย IP อัจฉริยะ ที่ผสานการเชื่อมต่ออัจฉริยะ การปฎิบัติการและการดูแลรักษาอัจฉริยะ และการเรียนรู้อัจฉริยะสำหรับยุค AI เข้ามาไว้ด้วยกัน  สถาปัตยกรรมนี้มีชุดผลิตภัณฑ์ Engine AI Turbo, ระบบควบคุมและจัดการเครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติ iMaster NCE และแพลตฟอร์ม AI เน็ตเวิร์ก iMaster NAIE ตัวแรกของอุตสาหกรรม  หัวเว่ยได้ผสานความสามารถของ AI เข้าไว้ในหลาย ๆ เลเยอร์ของเน็ตเวิร์ก IP ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับความอัจฉริยะให้แก่เน็ตเวิร์กIP และเร่งการพัฒนาเครือข่ายเพื่อรองรับการขับขี่อัตโนมัติ

เควิน หู ประธานบริหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์การสื่อสารดาต้าของหัวเว่ย กล่าวว่า “หัวเว่ยจะพัฒนาจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นให้เฉียบคมขึ้นเรื่อย ๆ โดยอาศัยโครงสร้างสถาปัตยกรรม AI 3 เลเยอร์ สำหรับเน็ต เวิร์ค IP อัจฉริยะ ที่พัฒนาต่อยอดจากชุดผลิตภัณฑ์ Engine AI Turbo รุ่น iMaster NCE และ iMaster NAIE  เรามุ่งมั่นพัฒนาเพื่อให้บริการที่ดีกว่าแก่ลูกค้าและพันธมิตรของเราทั่วโลก และเป็นผู้นำในการพัฒนาเน็ตเวิร์ก IP อัจฉริยะ”

หัวเว่ยเปิดตัวสตอเรจ All-Flash อัจฉริยะ OceanStor Dorado เจนเนอเรชันใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Kunpeng และ Ascend

สตอเรจ All-Flash อัจฉริยะ OceanStor Dorado (OceanStor C series) เจนเนอเรชั่นใหม่ของหัวเว่ย เป็นแพลตฟอร์มความเร็วสูงแบบครบวงจร บนโปรเซสเซอร์ AI Kunpeng 920 และ Ascend 310  ทำให้ปริมาณการอ่านและเขียนไฟล์ต่อ 1 วินาที (I/O Operations per second – IOPS) ทำได้สูงถึง 20 ล้านครั้ง และลดความหน่วงเวลาเหลือไม่เกิน 0.1 มิลลิวินาที  โครงสร้างสถาปัตยกรรม SmartMatrix ที่มีความน่าเชื่อถือสูงและเชื่อมโยงกันโดยสมบูรณ์ ทำให้ธุรกิจหลักดำเนินการได้อย่างราบรื่นแม้แต่ในช่วงที่คอนโทรลเลอร์มีปัญหา นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติด้านแมชชีนเลิร์นนิ่งของโปรเซสเซอร์ AI Ascend 310 ทำให้อัตราการอ่านแคชดีขึ้นถึง 50% อาศัยการเชื่อมต่อ AI ในคลาวด์ สตอเรจ Ocean Stor Dorado ช่วยให้การบริหารจัดการทำได้อย่างชาญฉลาดตลอดอายุการใช้งาน ประสบการณ์การใช้งานสตอเรจจึงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นโซลูชันสตอเรจ All-Flash ที่มีความเร็ว เสถียร และอัจฉริยะ พร้อมมีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย เชื่อถือได้ และบริหารจัดการโดยระบบอัตโนมัติ

ปีเตอร์ โจว รองประธาน กลุ่มผลิตภัณฑ์ IT และประธานกลุ่มสตอเรจและ Intelligent Data ของหัวเว่ย กล่าวว่า “ในเศรษฐกิจดิจิทัล การเชื่อมต่อและแอพพลิเคชั่นจะยิ่งเร่งให้เกิดข้อมูลและการไหลเวียนของข้อมูลมากขึ้น และด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอันล้ำสมัยอย่างรวดเร็ว อาทิ 5G, AI และอินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) จะมีแอพพลิเคชั่นและดาต้าเกิดขึ้นจำนวนมหาศาล ทำให้ต้องการการประมวลผลดาต้าแบบเรียลไทม์ จึงต้องมีการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเพื่อตอบรับความต้องการนี้  สตอเรจ OceanStor Dorado โซลูชั่นใหม่พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีสตอเรจ All-Flash ที่สั่งสมมายาวนาน และตั้งเป้าช่วยให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุดจากดาต้าของตน”

โจว ยังได้ประกาศเปิดตัวโครงการสตอเรจ Flash แบบยูนิเวอร์ซอล ในชื่อ Flash Only Plus ที่ทำให้สตอ เรจ All-Flash พร้อมให้บริการในราคาที่เอื้อมถึง ทำให้คนเข้าถึงบริการได้มากขึ้น และใช้งานได้ง่ายขึ้น

หัวเว่ยประกาศกลยุทธ์ Intelligent OptiX Network สำหรับองค์กร พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 ชุดด้วยกัน ได้แก่ OptiXtrans, OptiXaccess และ OptiXstar เพื่อรับมือกับรูปแบบการใช้งานแคมปัส ดาต้าเซ็นเตอร์ และทรานส์มิชชัน แบบ All-optical โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมีดังต่อไปนี้

  • OptiXtrans DC908 ของหัวเว่ย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ DCI อัจฉริยะตัวแรกของอุตสาหกรรม ได้รับการพัฒนาขึ้นมาสำหรับลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ราบรื่น ผลิตภัณฑ์ตัวนี้สร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย และรองรับการจัดหาบริการแบบวันคลิกโดยไม่ต้องการปฏิบัติการแบบมืออาชีพ  การติดตั้งใช้งานใช้เวลาไม่ถึง 8 นาที ด้วยประสิทธิภาพของทรานสมิชชัน 48T บนสายไฟเบอร์ออปติกหนึ่งเส้น OptiXtrans สามารถลดจำนวนการเชื่อมต่อสายไฟเบอร์ลงได้ราว 90% ต่อ 1 ไซต์ โดยเครือข่ายจะมาพร้อมชิปและอัลกอริธึม ทำให้สามารถบริหารเครือข่ายได้อย่างชาญฉลาด
  • OptiXtrans E9600 ของหัวเว่ย อุปกรณ์ทรานส์มิชชันแบบ All-optical อัจฉริยะตัวแรกของอุตสาหกรรม ที่พัฒนาขึ้นสำหรับองค์กรโดยเฉพาะ สามารถใช้ได้ในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เช่น พลังงาน ไฟฟ้า การขนส่ง การศึกษา และการเงิน ด้วยความปลอดภัยระดับอุตสาหกรรมทำให้รับประกันได้ถึงความน่าเชื่อถือสูงในการส่งข้อมูลระยะไกล
  • OptiXaccess และ OptiXstar ของหัวเว่ย เป็นชุดผลิตภัณฑ์เทอร์มินัลและอุปกรณ์เพื่อการเข้าถึงแบบ Optical ที่ออกแบบมาสำหรับองค์กร ที่ต้องการปรับเปลี่ยนเครือข่ายแคมปัสของเดิมให้เป็นไฟเบอร์ออปติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กร

ริชาร์ด จิน ประธานบริหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์ Transmission & Access ของหัวเว่ย กล่าวว่า “การปรับโฉมโครงสร้างเครือข่ายแบบเดิมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่กำลังทรานสฟอร์มสู่ดิจิทัล  จากข้อได้เปรียบของเทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติก ไม่ว่าจะเป็นแบนด์วิดธ์ที่สูงกว่า การใช้พลังงานต่ำ และความเสถียรในการส่งข้อมูล อุตสาหกรรมจำนวนมากขึ้นเริ่มใช้การเชื่อมต่อแบบออปติกในการผลิตและการดำเนินการเพื่อลดค่าใช้จ่ายการส่งข้อมูลของเครือข่าย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ และทำให้ประสบการณ์การดำเนินการธุรกิจดีขึ้น  โดยสรุปแล้ว หัวเว่ย ในฐานะที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมออปติก ได้เปิดตัวกลยุทธ์ Intelligent OptiX Network และชุดผลิตภัณฑ์นวัตกรรม OptiX 3 ชุด สำหรับตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์ ในการสร้างการเชื่อมต่อแบบออปติกในทุกหนทุกแห่ง ให้เป็นรากฐานแบบออปติกทั้งหมดสำหรับการทรานสฟอร์มสู่ดิจิทัลขององค์กร”

งาน HUAWEI CONNECT เป็นงานใหญ่ประจำปีระดับโลกของหัวเว่ยสำหรับอุตสาหกรรมไอซีที และปีนี้จัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างวันที่ 18-20 กันยายน 2562 ภายใต้ธีม “Advance Intelligence หัวเว่ยมุ่งหวังที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างและทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมได้ สำหรับลูกค้าและพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อสำรวจโอกาสใหม่ๆ ให้โลกอัจฉริยะแห่งอนาคต หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ https://www.huawei. com/en/press-events/events/huaweiconnect2019

หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย)

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu