หลักสูตรการศึกษานานาชาติอังกฤษดีอย่างไร?

Sep 24, 2019 -None-

เป็นที่สงสัยในใจของพ่อแม่ว่าหลักสูตรการศึกษานานาชาติล้ำๆของฝั่งอังกฤษ (UK) ดีอย่างไร ทำไมหลัก สูตรการเรียนการสอนของอังกฤษ จึงเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก โดยจากข้อมูลของ International School Market Research and Trends พบว่า ในปี 2561 มีโรงเรียนนานาชาติกว่า 3,500 โรงเรียน จากราวหนึ่งหมื่นโรงเรียนทั่วโลก หรือกว่า 30 % ใช้ระบบการเรียนสอนของอังกฤษ ในขณะที่การเรียนการสอนแบบ Bilingual, US และ IBDP ก็เป็นที่นิยมรองลงมาตามลำดับ ยิ่งรู้มากเท่าไรยิ่งได้เปรียบสำหรับการฟันธงว่าลูกเราจะเหมาะกับหลักสูตรแบบไหน การวางแผนตั้งแต่แรกสามารถการันตีโอกาสในการเข้ามหาวิทยาลัยระดับโลกได้อย่างแน่นอน!

บุคคลที่เข้าใจหลักสูตรการศึกษานานาชาติระบบอังกฤษได้ดีที่สุด ก็คือ มาร์ค แมคเวย์ ครูใหญ่โรงเรียนเด่นหล้า บริติช สคูล (Denla British School - DBS) ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติชั้นนำของประเทศไทย ส่วนคุณแม็คเวย์ ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและมีประสบ การณ์การสอนอย่างครอบคลุมและรอบด้านมานานเกือบ 30 ปี ประสบการณ์ทำให้คุณแมคเวย์เชื่อว่า ก่อนที่พ่อแม่จะเลือกโรงเรียนให้กับลูก สิ่งสำคัญคือพ่อแม่จะต้องศึกษาทั้งระบบการศึกษา แนวคิดและหลักการ และคุณภาพครูของโรงเรียนนั้นๆ

หลักสูตรนานาชาติอังกฤษ (UK Curriculum)

ลักษณะการเรียนในหลักสูตรนานาชาติอังกฤษ ที่มุ่งเน้นการอิงทักษะของนักเรียนเป็นสำคัญ ทำให้นักเรียนได้คิดและตั้งถามในระดับที่ลึกและเข้มข้นกว่า ซึ่งบ่อยครั้งนำไปสู่การตั้งคำถามเพื่อค้นคว้าหาตัวตนของตัวเองและในบริบทของโลก ดังนั้นจึงหมายความว่าหลักสูตรนี้ได้เตรียมพร้อมให้นักเรียนสำหรับการศึกษาในอนาคตที่มีมากกว่าผลการสอบตามรายวิชา

ระบบการเรียนการสอนของอังกฤษเหนือกว่าระบบการศึกษาอื่นและเป็นระบบการศึกษาที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานที่สุด

ลักษณะเด่นที่สุดของหลักสูตร การศึกษาระบบอังกฤษคือ นักเรียนจะต้องมีความเป็นปัจเจกบุคคล หลักสูตรออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพของเด็กได้อย่างเข้มข้น ตรงจุด และมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเรียนทั้งหมดจะไปเฉือนกันที่สุดคือตอนเด็กอายุประมาณ 12-14 ปี อยู่ในชั้นมัธยมต้น หรือชั้น Year 9 - 11 เป็นช่วงเวลาที่มีเด็กกำลังเจริญวัยเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เด็กจะเริ่มมีความสับสนในความเป็นตัวเอง พวกเขาอาจจะดื้อรั้นกับพ่อแม่แบบไม่มีเหตุผลใด ซึ่งคุณครูใหญ่โรงเรียน DBS บอกว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นพัฒนาการที่ปกติ นั่นคือเขากำลังเข้ากระบวนการค้นหาตัวเองแล้ว ดังนั้นระบบอังกฤษจึงเกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อม ให้เด็กๆสามารถค้นหาความชอบความสนใจของตนเองและพัฒนาลักษณะนิสัยของตนเอง

การตัดสินใจเกี่ยวกับอาชีพ

ระบบอังกฤษจะให้เด็กเลือกเรียนวิชาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพื่อให้ตอบสนองต่ออาชีพที่หลากหลาย โดยปกติแล้วนักเรียนจะได้เรียน 9-11 วิชาไปจนถึงอายุ 16 ปี ในขณะที่หลักสูตรระบบอื่นนั้นจะให้เรียนวิชาจำนวนน้อยกว่า ยกตัวอย่าง เช่น ได้เรียนเพียง 5 วิชาเท่านั้น หลักสูตรระบบอังกฤษจึงเป็นการมอบทางเลือกในการเรียนแก่นักเรียนให้มากเท่าที่จะมากได้

เมื่อเด็กเรียนไป 9 วิชาแล้วมาเจอว่า ชอบ 4 วิชา ไม่ชอบ 5 วิชา ระบบอังกฤษจะบอกว่า ให้เรียนให้ดีครบ 9 วิชาไปก่อน ผลก็คือเด็กจะรู้ว่าสิ่งที่ไม่ชอบแต่ทำได้คือวิชาอะไร และสิ่งที่ชอบด้วยและทำได้ด้วยคือวิชาอะไร นอกจากนี้ยังหมายความว่านักเรียนจะมีเวลามากขึ้นในการตระหนักว่าความจริงแล้วตนเองนั้นชอบวิชานี้ แม้ว่าในตอนแรกคิดว่าตัวเองจะไม่ชอบก็ตาม

เมื่อเรียนไปถึงชั้น A Level ก็คือ Year 13 หรือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เด็กจะเรียนวิชาน้อยลงไปเลย จะเหลือเพียง 3-4 วิชาเท่านั้น ช่วงนี้เด็กจะรู้แล้วว่าตนชอบอะไรมากที่สุดและตนเก่งในด้านใดมากที่สุดด้วย ดังนั้นการให้เด็กได้โฟกัสสิ่งที่ใช่ที่สุดไปเลยจึงเป็นวิธีที่เหมาะสม แมคเวย์ บอกว่าสิ่งที่นักเรียนเรียนพื้นฐานสำหรับชีวิตนักเรียนในอนาคตตอนเรียน GCSE ส่วนตอนเรียนน A Level ก็สามารถบอกทิศทางที่นักเรียนจะไปต่อได้ โดยอิงจากความสนใจและความสามารถของพวกเขา ระบบอังกฤษจึงเรียนมหาวิทยาลัยกันเพียง 3 ปีก็พอ เพราะได้เรียนอย่างเข้มข้นเจาะลึกมาตั้งแต่ตอนเรียน A Level แล้ว

เด็กจะได้เรียน Self-Study ที่เอาไปใช้ประโยชน์ได้ไปตลอดชีวิต

คุณครูใหญ่โรงเรียน DBS เล่าต่อว่า อีกคอนเซ็ปต์ของหลักสูตรอังกฤษก็คือ จะมุ่งเน้นการเรียนการสอนไปพร้อมกับให้เด็กเรียนแบบค้นหาด้วยตัวเอง เมื่อขึ้นชั้น A Level จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสมดุล การสอนจะน้อยลงและการเรียนด้วยตัวเองจะมีเพิ่มมากขึ้น นักเรียนจะได้โฟกัสในวิชาที่ตนสนใจมากที่สุดและยิ่งทำให้เด็กต้องใช้ความสนใจของตัวเองจริงๆมากขึ้นไปอีกในการค้นคว้าข้อมูล ทำรายงาน ทำโปรเจ็กต์ต่างๆ ข้อดีที่สุดคือ เด็กที่ผ่านการเรียนลักษณะนี้ จะปรับตัวได้ทันทีและคล่องมากเมื่อก้าวสู่ระดับมหาวิทยาลัย เพราะการเรียนด้วยตัวเองเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนในทุกๆมหาวิทยาลัย เมื่อนักเรียนโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ประกอบอาชีพการงานและเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาต้องเปลี่ยนอาชีพ พวกเขาก็สามารถใช้การเรียนรู้ด้วยตนเองที่ฝึกมาและสามารถเปลี่ยนอาชีพได้อย่างง่ายดาย ทักษะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว

เด็กที่เรียนในระบบอังกฤษ เมื่อฝึกฝนตัวเองกับการ Self-Study มา ก็จะมีทักษะเรื่องนี้แน่นอยู่ ไม่ว่าจะทำอะไร พวกเขาก็จะทำมันด้วยความรัก ส่งผลให้งานออกมาสำเร็จลุล่วงด้วยดี คุณแมคเวย์จึงได้สรุปไว้ว่า “การเรียนรู้ที่ยั่งยืนที่สุดคือการเรียนรู้อย่างอิสระด้วยตนเอง”

ในความเก่งของหลักสูตรอังกฤษ ยังมีหลักสูตรที่เจ๋งที่สุดคือ หลักสูตรของโรงเรียนเอกชนอังกฤษ 

คุณครูใหญ่โรงเรียน DBS อธิบายว่าระบบอังกฤษนั้นยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ หลักสูตรโรงเรียนเอก ชนอังกฤษ(independent/private schools) และหลักสูตรโรงเรียนรัฐบาลอังกฤษ (state schools) ซึ่งหลักสูตรของโรงเรียนเอกชนอังกฤษจะเข้มข้นมากและแข็งแกร่งมากที่สุด จึงได้รับการยอมรับว่าหลักสูตรที่ดีที่สุดในระบบอังกฤษ DBS เป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีการเรียนการสอนที่ได้รับการยกระดับโดยหลักสูตรโรงเรียนเอกชนอังกฤษ สอนโดยครูผู้มีประสบการณ์และเป็นเจ้าของภาษา  100% โดยระบบเอกชนอังกฤษนี้มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนระบบใด คือ มุ่งเน้นการเรียนการสอนแบบ Personal ised Learning เป็นการสอนที่เน้นการเคี่ยวกรำและเจาะรายละเอียดในนักเรียนแต่ละคน ตามทักษะและความชอบของเขา ส่วนวิธีการสอนจะมีตั้งแต่สอนเจาะจงเป็นรายบุคคลไปจนถึงสอนกลุ่มย่อยขนาดเล็ก โดยมีครูและผู้ช่วยครูเป็นผู้ดูแลการเรียนการสอน ที่สำคัญไม่ได้มีความเป็นเลิศเฉพาะด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมความสามารถรอบด้านให้เด็กได้ฝึกทดลองเพื่อค้นหา Talent ในตัวเองให้เจอ และอีกหนึ่งจุดเด่นคือ การเพิ่มการเรียนการสอนอีก 1.5 ชั่วโมงทุกวัน หรือที่เรียกว่าระบบ Ex tended Day ซึ่งหมายถึงเด็กที่ DBS จะเรียนมากกว่าเด็กโรงเรียนนานาชาติโรงเรียนอื่นถึงเกือบ 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยที่ผู้ปก ครองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ชั่วโมงเรียนที่ยาวนานขึ้นมีความสำคัญเพราะมันช่วงส่งเสริมให้เด็กๆได้เลือกทำกิจกรรมต่างๆกว่า 60 รายวิชา ทั้งวิชาหุ่นยนต์ ดนตรี กีฬา เต้น การทำอาหาร และกิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นำ นักเรียนจะได้โฟกัสในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเข้าชมรม (Club) ต่างๆ และช่วงเวลาในการทำการบ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันต่อไป ทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ภายใต้ดูแลอย่างใกล้ชิดของคุณครูผู้เชี่ยวชาญ และถือเป็นการพัฒนาครบทุกด้านเพื่อให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นตามเจตนารมย์ของโรงเรียนคือ “Nurturing Global Leaders”

“พ่อแม่ควรมีความมั่นใจในระบบการเรียนการสอนของอังกฤษ ว่าจะสามารถสร้างโอกาสที่ดีให้แก่ลูกของพวกเขา  เพื่อที่พวกเขาจะได้ดึงศักย ภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่และมีความพร้อมในการเข้าสู่มหาวิทยาลัยและชีวิตในอนาคตต่อไป” คุณครูใหญ่โรงเรียน DBS กล่าวทิ้งท้าย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn