4,347
VIEWS

โรบินสัน ชู โมเดล “คอมมูนิตี้มอลล์แบบปิด” รุกชิงช่องว่างตลาดศูนย์การค้าเมืองหลวง

Sep 12, 2019 R.Somboon

1 ในกลยุทธ์หลักในการทำตลาดของโรบินสันในปีนี้จะอยู่ที่การขยายสาขาในรูปแบบของศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น โดยมีแผนที่จะเปิดศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบังในเดือนพ.ย. 62 นี้ หลังจากที่เปิดไปแล้ว 1 ศูนย์ที่จังหวัดพะเยา ซึ่งความน่าสนใจของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบังก็คือ การค้นพบโมเดลในการขยายสาขาเพิ่มขึ้นในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจะใช้รูปแบบของการเป็น “คอมมูนิตี้มอลล์ แบบปิด” ที่หยิบเอาจุดอ่อนของคอมมูนิตี้มอลล์แบบเปิด หรือโอเพ่นมอลล์ มาปรับเป็นจุดแข็ง เพื่อใช้ในการเป็นโมเดลขยายเข้าไปยังชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ถูกมองว่ายังมีโอกาสทางการตลาดเปิดกว้างรออยู่

วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) บอกกับเราว่า ข้อเสียของศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ที่เป็นแบบเปิด หรือโอเพ่นมอลล์ก็คือ การเป็นศูนย์การค้าแนวราบที่ไม่ติดเครื่องปรับ อากาศ ทำให้บรรยากาศไม่น่าเดิน ขณะที่จำนวนร้านค้าโดยเฉพาะร้านอาหารก็มีไม่มาก แถมยังมีที่จอดรถค่อนข้างน้อย แต่ข้อดีของศูนย์การค้าแนวนี้จะอยู่ที่การเข้าไปเปิดสาขาในย่านชุมชนที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้

 

โรบินสัน จึงมองเห็น Pain Point ดังกล่าว แล้วนำมาปรับเพื่อเติมเต็มให้ศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์แบบปิดที่จะเปิดเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยโรบินสันมีการทดลองทำไปแล้วที่โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สาขาศรีสมาน และสาขาสมุทรปราการ

ขณะที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาลาดกระบัง มีพื้นที่ขายประมาณ 50,000 ตารางเมตร ถือเป็นสาขาที่มีพื้นที่ขายมากที่สุดในบรรดาศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ที่มีอยู่ทั้งหมด 23 สาขา ซึ่งการดีไซน์บรรยากาศภายในจะมีการให้สเปซในส่วนที่เป็นพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก รวมถึงพื้นที่ที่เป็นโคเวิร์คกิ้งสเปซ สำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างให้เป็นคอมมูนิตี้ของคนรุ่นใหม่

 

ขณะที่ในส่วนของแมกเน็ตต่างๆ ที่อยู่ในศูนย์นั้น จะมีสัดส่วนของฟู้ดถึง 38% ซึ่งถือว่ามากกว่าสัดส่วนโดยเฉลี่ยของโรบินสันไลฟ์สไตล์สาขาอื่นๆ ที่มีสัดส่วนอยู่ประมาณ 30% การให้สัดส่วนของแมกเน็ตที่เป็นฟู้ดมากขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งจะเป็นการตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองรุ่นใหม่ ที่การทานอาหารนอกบ้านจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ซึ่งศูนย์การค้าที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างคอมมูนิตี้มอลล์ต้องเข้าไปทำหน้าที่เป็น “ตู้กับข้าว” ให้กับครอบครัวของคนเมืองรุ่นใหม่ ที่สามารถแวะมาใช้บริการได้ทุกวันทั้งการทานอาหาร และการซื้อสินค้าประเภทอาหารสดจากซูเปอร์มาร์เก็ตในศูนย์คือ     ท็อปส์ มาร์เก็ต

โรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง จะวางคอนเซ็ปต์ของศูนย์ไว้เป็น “โอเอซิส” (Oasis) แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปที่ตอบโจทย์ทุกเจนเนอเรชั่น (New Life Experience) ไม่ว่าจะเป็น โซน Kid Oasis ที่รวมทุกความบันเทิงของเด็กๆ ทั้ง Playland, Learning Education, Kids Cinema  โซน New Gen Oasis โซนชิคๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ในรูปแบบ Concept Stores ทั้งกลุ่มแฟชั่น บิวตี้ คาเฟ่ ฟิตเนส รวมทั้ง Co-Working Space เพื่อเป็นเดสทิเนชั่นของการอัพเดทเทรนด์และแฮงก์เอาท์แห่งใหม่ ซึ่งมีไฮไลท์อย่าง Craftfeteria  Craft Space ที่มีหลากหลายเวิร์คช็อปที่น่าสนใจ เช่น Lip Lab ที่ให้นักช้อปได้สนุกกับการผสมสีลิปสติกในสไตล์ของคุณเองแบบ ‘แท่งเดียวในโลก’  โซน Family Oasis  ที่จะเติมเต็มความสุขของกลุ่มครอบครัว ทั้งร้านอาหาร และ โรงภาพยนตร์ชั้นนำ และอำนวยความสะดวกสบายกับอาคารจอดรถกว่า 1,600 คัน โดยโรบินสันใช้เงินลงทุนราว 1,500 ล้านบาท

 

มุมมองที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของการเปิดโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง ก็คือ โรบินสัน ไม่ได้มองเรื่องของ Catchment Area เป็นระยะทางหรือรัศมีกี่กิโลเมตร แต่มองในลักษณะของระยะเวลาในการขับรถจากบ้านมาที่ศูนย์การค้า โดยต้องมีระยะเวลาในการขับรถไม่เกินครึ่งชั่วโมง ซึ่งนั่นถือเป็นรูปแบบของศูนย์การค้าที่อยู่ในชุมชนจริงๆ

วุฒิเกียรติ บอกว่า โอกาสทางการตลาดของศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์แบบปิดในพื้นที่กรุงเทพฯ และอปริมณฑลยังมีอีกค่อนข้างมาก เพราะการขยายตัวของชุมชนยังมีออกมาอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดกับส่วนต่อของแนวรถไฟฟ้า ขณะที่บางพื้นที่อย่างย่านฝั่งธนฯ ก็ยังไม่มีศูนย์การค้าในชุมชนมากนัก โดยเฉพาะกับสาขาของโรบินสันที่มีแค่เพียง 1 สาขาคือที่บางแค

“โรบินสัน มองตัวเองเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่ไซส์หรือขนาดจะเล็กกว่าศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีบริษัทในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลเช่นกันคือเซ็นทรัลพัฒนาทำอยู่ถึง 3 – 4 เท่า จึงน่าจะเติบโตได้ตามการขยายตัวของชุมชน ซึ่งศูนย์การค้าแนวนี้จะเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชนที่ใช้เวลาขับรถมาไม่เกิน 30 นาที เพราะถ้าใช้เวลาเกินกว่านั้น จะเป็นการตั้งใจไปที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่หมด เช่นเดียวกับการเติบโตในต่างจังหวัดก็ยังมีแนวโน้มที่ดี ตามการเติบโตของสังคมเมือง และการเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลาง”

 

ปัจจุบัน โรบินสันมีสาขารวม 49 สาขา ครองความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกไทยที่มีพื้นที่ให้บริการมากที่สุด โดยแบ่งเป็นรูปแบบห้างสรรพสินค้า 49 สาขา และในจำนวนดังกล่าวเป็นรูปแบบศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ 22 สาขา ซึ่งศูนย์มีพื้นที่การให้บริการรวมถึงกว่า 1,000,000 ตารางเมตร รวมทั้งมีจำนวนคู่ค้ามากถึงกว่า 1,700 ราย และมีจำนวนนักช้อปเข้ามาใช้บริการถึงกว่า 92 ล้านคนต่อปี

โรบินสันไลฟ์สไตล์ ถือเป็นฟิสิกคัล แพลตฟอร์มของกลุ่มเซ็นทรัลที่ทำหน้าที่ในการเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศในจังหวัดขนาดกลาง รวมถึงอำเภอขนาดใหญ่และจังหวัดขนาดเล็กที่มีศักยภาพพอที่จะรองรับศูนย์การค้าขนาดกลาง โดยมีฟอร์แมตของศูนย์การค้าที่ค่อนข้างหลากหลาย และสามารถปรับให้เข้ากับแต่ละโลเกชั่นได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งหัวลากสำคัญในการนำพาร้านค้าปลีกในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลเข้าไปหาผู้บริโภคเพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของยอดขาย....

 

ห้างสรรพสินค้า

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.