3,913
VIEWS

เมื่อคืนที่ผ่านมา Apple ประกาศอะไรไปบ้าง (ตอนที่1)

Sep 11, 2019 BrandAge Team

เมื่อปีที่แล้วหลายๆ คนก็คงได้จับตาดูผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ จากทาง Apple ซึ่งเราต่างก็เฝ้ารอไม่ต่างจากปีนี้ แต่หลายๆ คนกลับต้องฝืนใจด้วยการนอนไวก่อนเที่ยงคืนเพื่อให้ตื่นไปทำงานในวันถัดไป แต่เราจะไม่พลาด! ทาง BrandAge จึงมาทำการสรุปทุกอย่างที่ทาง Apple ได้ประกาศในงานอีเว้นท์เมื่อคืนที่ผ่านมา

iPhone 11, 11 Pro และ 11 Pro Max

ถ้าหากพูดถึงอีเว้นท์ประจำปีในเดือนกันยายนของ Apple จะขาด iPhone รุ่นใหม่ไปได้อย่างไร และในปีนี้ก็เป็นไปตามที่คาดการณ์กันไว้สำหรับ Apple ที่ปล่อย iPhone รุ่นใหม่มาด้วยกันถึง 3 รุ่นเช่นเคย

iPhone 11 :

  • หน้าจอ 6.1 นิ้ว กับดีไซน์แบบกระจกและอะลูมิเนียม พร้อมจอภาพ Liquid Retina พร้อม “กระจกที่แข็งแกร่งที่สุด” ใน iPhone รุ่นปัจจุบัน
  • ทนน้ำได้ลึกถึง 2 เมตรนานสุด 30 นาที
  • กล้องหลัง 2 ตัวใหม่ เป็นเลนส์ Wide 12MP (26mm f/1.8) และเลนส์ Ultra Wide 12MP (13mm f/2.4) พร้อมกับโหมดกลางคืนสำหรับถ่ายภาพในที่ที่แสงน้อย
  • แฟลชสว่างขึ้น 36%
  • กล้องหน้า 12MP แบบ 60fps แบบ 4K พร้อมกับโหมด Slow motion
  • ตัวชิปเซ็ต A13 ใหม่ ซึ่งทาง Apple ได้ประกาศว่าเป็น CPU / GPU ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน ประมวลผลเร็วกว่าเดิมถึง 25%
  • ระบบเสียง Dolby Atmos เป็นระบบเสียงสมจริงรอบทิศทาง
  • สแกนหน้าแบบ 3 มิติ
  • มีความจุให้เลือกถึง 3 แบบ 64, 128 และ 256 GB
  • พร้อมกับ 6 สีให้เลือกอย่างสีม่วง, เหลือง, เขียว, ดำ, ขาวและแดง ราคาอยู่ที่ 699 USD หรือ 21,400 บาท (เป็นราคาเทียบที่ยังไม่รวมภาษี)

iPhone 11 Pro และ 11 Pro Max

  • หน้าจอ 5.8 และ 6.5 นิ้วตามลำดับ กับดีไซน์แบบกระจกผิวด้านและสแตนเลสสตีล พร้อมจอภาพที่สมฐานะระดับ Pro กับ Super Retina XDR และ “กระจกที่แข็งแกร่งที่สุด” เช่นกัน
  • ทนน้ำได้ลึกถึง 4 เมตร! นานสุด 30 นาที
  • จุใจกับเลนส์ถึง 3 ตัว! ทั้งเลนส์ Wide, Ultra Wide และเพิ่มด้วยเลนส์ Telephoto (52mm f/2.0) ทั้ง 3 เลนส์ 12MP สามารถถ่ายแบบ 4K ที่ 60FPS พร้อมกับโหมดกลางคืนสำหรับถ่ายภาพในที่ที่แสงน้อย
  • ใช้ตัวชิป A13, การสแกนใบหน้า 3 มิติ, ระแบบแฟลช, กล้องหน้าและระบบเสียง Dolby Atmos เช่นเดียวกันกับ iPhone 11
  • แบตเตอรี่ใช้ได้นานกว่า iPhone XS ถึง 4 ชั่วโมงสำหรับ iPhone 11 Pro และนานกว่า iPhone XS Max ถึง 5 ชั่วโมงสำหรับ 11 Pro Max
  • ภายในกล่องจะแถม Adapte fast charge 18w
  • มีความจุให้เลือกถึง 3 แบบด้วยกัน คือ 64, 256 และ 512 GB
  • พร้อมกับ 4 สีให้เลือกสีทอง, เงิน, เทาสเปซเกรย์ และสีใหม่อย่างสีเขียวมิดไนท์กรีน
  • ราคา iPhone 11 Pro อยู่ที่ 999 USD หรือ 30,600 บาท และ 11 Pro Max อยู่ที่ 1,099 หรือ 33,640 (แน่นอนทั้ง 2 รุ่นเป็นราคาเทียบที่ยังไม่รวมภาษี)

ทั้ง 3 รุ่นใหม่นี้เริ่มวางจำหน่ายกลุ่มประเทศแรก 20 กันยายนนี้

New Product

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.