7,770
VIEWS

“สเปซ แมเนจเม้นต์” เกี่ยวพันอย่างไรกับการทำตลาดของ เซเว่น อีเลฟเว่น อยากรู้ อ่านได้....

Sep 10, 2019 R.Somboon

หลังปี 2540 เป็นต้นมา โครงสร้างธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรียกได้ว่าพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ...

ทั้งหมดนั้นเป็นผลมาจากการเปิดประตูบ้านเชื้อเชิญให้บรรดาเชนสโตร์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก เข้ามาร่วมลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะการเคลื่อนทัพของไฮเปอร์มาร์เก็ต ไม่ว่าจะเป็นเทสโก้ โลตัสหรือบิ๊กซี ได้สร้างจุดเปลี่ยนค้าปลีกไทย และปัจจุบันเป็นเซ็กเม้นต์ค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่สุดในบ้านเรา

สิ่งที่เชน สโตร์ เอาเข้ามาด้วย คือ กลยุทธ์ “Low Price” พร้อมกับเร่งเปิด “สาขา” ให้ครอบคลุมมากที่สุด โดยสร้างเครื่องมือในการทำตลาด เพื่อทำให้สามารถทำตัวเลขกำไรได้ตามเป้าหมาย แม้จะต้องแข่งกันในเรื่องของราคา ซึ่ง 1 ในเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาช่วยจัดการค้าปลีกยุคใหม่ก็คือการบริหารพื้นที่ขายบนเชลฟ์ หรือ “สเปซ แมเนจเม้นต์” ที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารพื้นที่ขายให้สามารถรีเทิร์นกลับมาได้สูงสุด

สเปซ แมแนจเม้นต์ หรือการบริหารพื้นที่ขายบนเชลฟ์ จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันในการทำตลาดค้าปลีกยุคใหม่ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญอยู่ที่การเข้ามาช่วยลดต้นทุนที่ในท้าย ที่สุดจะเข้ามาเป็นตัวช่วยหนึ่งในการเพิ่มตัวเลขกำไรหรือจีพีให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

เรื่องของการทำสเปซ แมเนจเม้นต์นี้ถูกพูดถึงมานานกว่า 2 ทศวรรษ และเมื่อยักษ์ค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตระดับโลก อย่างเทสโก้ และบิ๊กซี เข้ามามีอิทธิพลในตลาดค้าปลีกของบ้านเรา สเปซ แมเนจเม้นต์ก็ยิ่งถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้น

 

 

หลักการง่ายๆ ของการทำสเปซ แมเนจเม้นต์ หรือการบริหารพื้นที่ขายบนเชลฟ์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ก็คือ การเลือกบริหารพื้นที่ขายโดยดูในเรื่องของยอดขายเป็นหลัก ซึ่งมันจะส่งผลต่อเนื่องมายังการบริหารจัดการในเรื่องของสต๊อกสินค้าที่ในท้ายที่สุดแล้ว จะทำให้สามารถลดต้นทุนและจะเข้ามามีส่วนในการรีเทิร์นกลับไปสู่การวางกลยุทธ์ราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งขัน

บรรดายักษ์ไฮเปอร์มาร์เก็ต จะมีวิธีการมองหรือบริหารจัดการ โดยยึดเอาในเรื่องของยอดขายเป็นหลัก ทำให้แบรนด์สินค้าที่มียอดขายติดอันอับต้นๆ จะสามารถยึดครองพื้นที่ขายบนเชลฟ์ในจุดที่ดีและมีพื้นที่ขายมากที่สุด ซึ่งโดยปกติ การทำในเรื่องของสเปซ แมเนจเมนต์นี้ แบรนด์ที่สามารถยืนอยู่บนเชลฟ์ส่วนใหญ่จะมีไม่เกิน 4 – 5 แบรนด์ แน่นอนว่าเป็นแบรนด์ที่มียอดขายติดอันดับ 1 ไปจนถึงอันดับ 3 ส่วนที่เหลืออีกแบรนด์ มักจะเป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของผู้ค้าปลีก ที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อทำกำไรมากขึ้น และเป็นตัวช่วยในการเข้ามาทำตัวเลขกำไรเฉลี่ยให้ได้ตามเป้าหมายที่ทางผู้ค้าปลีกวางไว้

ไม่เพียงท่านั้น ตัวสเปซ แมเนจเม้นต์ ยังเป็นตัวเชื่อมต่อในการสร้างรายได้รูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่ยอดขาย พูดง่ายๆ ก็คือ การเป็นเครื่องมือที่เข้ามาเพิ่มส่วนต่างมาร์จิ้นที่เกิดจากอำนาจการต่อรองของค้าปลีก เพราะด้วยเหตุผลของการที่ต้องทำยอดขายให้ได้ในอันดับต้นๆ เพื่อที่จะได้พื้นที่ที่ดีและมากที่สุดบนเชลฟ์ ทำให้ต้องมีการร่วมกันทำรายการส่งเสริมการขายกับค้าปลีก ที่มีเรื่องของค่าการจัดการในเรื่องโปรโมชั่นตามเข้ามา

เครื่องมือในการบริหารพื้นที่ขายนี้ มีความสำคัญกับการทำตลาดค้าปลีกในยุคนี้อย่างมาก โดยเฉพาะกับร้านค้าปลีกที่มีสินค้าหมุนเวียนจำนวนมาก  ต้องการสร้างความสดใหม่ เพื่อความน่าสนใจให้กับร้าน ขณะที่ขนาดพื้นที่ในแต่ละสาขามีจำกัด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่สินค้าที่วางจำหน่ายต้องเป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ซึ่งร้านค้าปลีกที่ว่านี้ก็คือคอนวีเนียนสโตร์ ที่มีขนาดของพื้นที่ขายไม่มากนัก แต่มีสินค้าหมุนเวียนเข้ามาวางขายอย่างต่อเนื่อง การบริหารสเปซบนเชลฟ์จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก

 

กรณีศึกษาที่น่าสนใจของการทำในเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ การบริหารพื้นที่ขายของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งตัวเซเว่น อีเลฟเว่นเอง ได้นำแนวทาง “Store Assortment” หรือการคัดเลือกสินค้าตามความต้องการของลูกค้าตามทำเลที่สาขานั้น ๆ ตั้งอยู่

ส่วนหนึ่งของการทำนั้นเซเว่น อีเลฟเว่น เน้นเอาระบบนี้มาใช้กับสินค้ากลุ่มอาหาร เป็นไปตามตำแหน่งของการเป็น Convenient Food Store ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ร้านอิ่มสะดวก” มุ่งเน้นขายกลุ่มอาหารเป็นหลัก เนื่องจากมาร์จิ้นสูงกว่ากลุ่มสินค้าอุปโภค

Store Assortment ใช้วิธีการดึงฐานข้อมูลลูกค้าที่ได้มาจากระบบ CRM ทั้งจากการซื้อสินค้าแต่ละสาขา, จาก Call Center, บัตรเงินสด เป็นต้น พร้อมกับคิดคำนวณเอาสินค้าที่ขายดีที่สุด 20% มาจัดวางในตำแหน่งสำคัญ และขยายพื้นที่เชล์ฟ สินค้าขายดีจะมีพื้นที่ขายประมาณ 2-3 แถว โดยเฉพาะชั้นวางจุดปะทะสายตาผู้บริโภค คือ ชั้นบน และกลาง รวมถึงการต่อยอดด้วยการเอาสินค้าขายดีมาขยายไลน์ โดยตกลงกับผู้ผลิต ส่วนสินค้าที่ขายไม่ดี จะถูกลดเหลือเพียง 1 แถว และส่วนใหญ่จะถูกวางไว้ชั้นล่าง หรือคัดทิ้งไป 

การมีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือ ทำให้เซเว่น อีเลฟเว่น สามารถต่อยอดไปสู่การทำกลยุทธ์ FBO (First Best Selection Only) สินค้าที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีแล้วจากเซเว่น อีเลฟเว่น ให้นำเข้ามาวางในร้าน7 – Eleven เป็นแห่งแรก และแห่งเดียวก่อนใคร นอกจากนี้ 7 – Eleven ยังได้พัฒนาสินค้าร่วมกับซัพพลายเออร์ จนนำมาสู่ Exclusive Brand ภายใต้ชื่อ Only @ 7- Eleven

 

ส่งผลให้เซเว่น  อีเลฟเว่น มีสินค้าที่แตกต่างจากคู่แข่ง และไม่ต้องลงไปเล่นสงครามราคา ขณะเดียวกันสาขาของ เซเว่น อีเลฟเว่น จะทำหน้าที่เป็นเหมือนสื่อประชาสัมพันธ์แนะนำผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ไปในตัว และไม่ใช่เฉพาะการวางบนเชล์ฟเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสื่อโฆษณาภายในร้านตามจุดต่าง ๆ เช่น เคาน์เตอร์ชำระเงิน การทำเครื่องมื่อสื่อสารเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดบริเวณที่จับตู้แช่  ทำให้ซัพพลายเออร์หลายราย เลือกจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในลักษณะเป็น Soft Launch ที่ เซเว่น อีเลฟเว่น ก่อน เพื่อดูผลตอบรับจากผู้บริโภค 

การทำในเรื่องของการบริหารพื้นที่ขาย จึงไม่เพียงแค่จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการสร้างความได้เปรียบในด้านราคาเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวช่วยสร้างความแตกต่างในยุคที่สงครามค้าปลีกมีมากกว่าแค่การแข่งกันในเรื่องของ “ราคา”

แม้ในปัจจุบัน การทำตลาดค้าปลีก จะมีเรื่องของ Customer Experience Management เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญตัวหนึ่ง แต่ก็ปฏิเสธถึงความสำคัญของการทำ Space Management ไม่ได้ และจะต้องทำควบคู่กันไป เหมือนกับที่เซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของการผสมผสานทั้ง 2 เรื่องนี้ได้อย่างลงตัว

จนกลายมาเป็นสูตรสำเร็จหนึ่งของการบริหาร – จัดการ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในปัจจุบันนี้.....

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

XXX Sex Videos ivudo.com Free Porn Free Sex böcek ilaçlama erkek kol saati
antalya escort
bodrum escort smart iptv
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
porno hd porno Ümraniye Evden Eve Nakliyat
diyarbakır escort izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle