13,336
VIEWS

6 แนวคิดการทำงานของ “ป๋าเต็ด” ที่สร้าง Event ฟอร์มเทพมาตลอด 22 ปี

Sep 04, 2017 S.Vutikorn

ยุทธนา บุญอ้อม หรือ ป๋าเต็ดนั้นมีชื่อเสียงมาจากการเป็น DJ แต่ความสามารถพิเศษของป๋าเต็ดนั้นคือสามารถคิดอะไรที่มากกว่าแค่การเปิดเพลง กระทั่งต้องมาจัดงาน Event ป๋าเต็ดก็ยังวาดลวดลายในการสร้างสรรค์งาน Event ได้อย่างน่าทึ่ง

วันนี้ BrandAge Online มีเคล็ดลับในการทำงานของป๋าเต็ด มาฝากกัน 6 ข้อ

1. เริ่มต้นจากศูนย์

แนวคิดการทำงานของป๋าเต็ดนั้น มีหลักการง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถเอาไปประยุกต์ใช้งานได้จริงๆ ก็คือ เริ่มต้นจากศูนย์ทุกครั้ง

ป๋าเต็ด ได้เล่าประสบการณ์ในการทำงานให้ฟังไว้อย่างน่าสนใจว่า สำหรับการทำงาน Event แล้ว ความโชคร้ายของคนทำงานก็คือไม่ว่าจะคิดงานออกมาดีแค่ไหนทันทีที่งานจบลงก็ต้องรื้อทุกอย่างที่สร้างและคิดมาแล้วเริ่มต้นทำโปรเจ็กต์ใหม่ในเช้าวันใหม่ เป็นอย่างนี้เรื่อยไป ดังนั้นการคิดงานด้วยการเริ่มต้นจากศูนย์จะทำให้ได้ไอเดียที่สดใหม่และมีแรงบันดาลใจตลอดเวลา

2. หากลุ่มเป้าหมายให้เจอ

นอกเหนือจากการเริ่มต้นจากศูนย์แล้วอีกหนึ่งปัจจัยที่ป๋าเต็ดอยากให้ทุกคนคำนึงถึงก็คือต้องมองกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนเป็นสิ่งแรก

ย้อนกลับไป 22 ปีก่อน สมัยที่ยังทำงานที่สถานีวิทยุ Hotwave ป๋าเต็ดถูกบรีฟให้สร้างกิจกรรมขึ้นมาเพื่อไปขายกับเอเยนซีโฆษณา

จนกระทั่งได้แนวคิดที่จะจัดงานประกวดวงดนตรีขึ้นมา แต่ก็มีคำถามในใจของป๋าเต็ดที่ค้างคาใจมานานก็คือ ทำไมคนดูต้องมาเชียร์วงดนตรีที่ไม่รู้จัก

ป๋าเต็ดมารู้คำตอบที่สามารถเอาไปประยุกต์กับการทำงานได้ ตอนที่มีโอกาสได้ไปเชียร์ทีมฟุตบอลสวนกุหลาบในการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี           

ตอนไปดูบอลจตุมิตรผมถามตัวเองว่า ทำไมเราตามเชียร์โรงเรียนมาตลอด คำตอบก็คือเราเชียร์เพราะความผูกพันเลยเอาแนวคิดนี้มาผสมกับการประกวดวงดนตรี

การประกวด Hotwave Music Awards ครั้งแรกจึงมีกติกาว่า สมาชิกในวงต้องมาจากโรงเรียนเดียวกัน เพราะป๋าเต็ดเชื่อว่าจะต้องมีเพื่อนๆ ในโรงเรียนตามมาเชียร์

เป็นไปตามคาด การจัดประกวดครั้งแรกมีวงดนตรีจากทั่วประเทศส่งเข้าแข่งขันกว่า 200 วง และเพิ่มเป็น 300 วงในปีที่2 และขึ้นไปแตะระดับ 500 วง ในเวลาไม่กี่ปี จนกลายเป็นประเพณีสืบทอดของแต่ละโรงเรียนไป

Hotwave Music Awards กลายเป็นเวทีที่สร้างศิลปินชื่อดังในเวลาต่อมา อย่างเช่นในปีแรกสมาชิกของวงละอ่อนได้กลายมาเป็นนักร้องชื่อดังอย่างตูน บอดี้ สแลม

3. ยืนยันในสิ่งที่ใช่

ในวันที่ป๋าเต็ดเข้ามาบุกเบิกสถานี วิทยุ Fat Radio ซึ่งมีจุดขายหลัก คือเปิดเพลงกึ่งอินดี้หรือเพลงของศิลปินที่ไม่ค่อยจะถูกสถานีหลักหยิบมาเปิดเท่าไหร่

Fat Radio กลายมาเป็นคลื่นวิทยุที่มีตัวตนอย่างชัดเจนในเวลาไม่นาน แม้จะมีคนติดตามไม่มากเท่ากับสถานีวิทยุดังๆ แต่ก็มีกลุ่มคนฟังที่เหนียวแน่น

กระนั้นก็ดี FatRadio ก็ประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะมีเดียเอเยนซีไม่เชื่อว่ามีคนฟังมากพอ

ป๋าเต็ด อธิบายปัญหาให้ฟังว่า เอเยนซีมอง Fat Radio ว่ามีตัวเลขคนฟังไม่มาก เพราะจับกลุ่มเป้าหมายตรงกลางระหว่างนักศึกษากับผู้ใหญ่จึงกลายเป็นพื้นที่สีเทาที่ไม่ชัดเจน

แต่ป๋าเต็ดมีความเชื่อมั่นในกลุ่มคนฟังของตัวเอง จึงได้พยายามคิดงาน Event ขึ้นมา เพื่อให้คนเอเยนซีเข้ามาดูด้วยตาตนเองว่ามีตัวตนจริงๆ แทนที่จะเลือกปรับแนวทางการเปิดเพลงเพื่อเอาใจเอเยนซี

ในยุคนั้น ศิลปินที่ไม่ดังมากจะไม่ค่อยมีงานแสดงเท่าไรนัก เพราะว่าร้านอาหารหรือผับก็ยังไม่นิยมจ้างวงดนตรีไปเล่นนอกจากนี้แล้วยังไม่มีสื่อโซเชียลมีเดียที่จะสื่อสาารกับแฟนเพลง ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการแจ้งเกิดอย่างมาก

เพลงที่เราเปิดคนไม่รู้จักมากนักในตอนนั้นอย่าง Groove Rider, ฟักกลิ้งฮีโร่ ฯลฯ เราเลยมีความคิดที่จะจัดเวทีแล้วเอาคนพวกนี้มาเล่นสด คนน่าจะอยากดูเพราะมาหลายวงเล่นจบก็เปิดแผงขาย CD เลยเราสร้าง 2 เวทีตรงกลาง กันพื้นที่ให้ศิลปินมาขาย CD

ส่วนเรื่องสถานที่เราต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า มีคนฟัง Fat Radio จริงๆ เราโปรโมทผ่านคลื่นเรา อย่างเราเลือกสถานที่ที่ต้องตั้งใจไปจริงๆ เราเลือกโกดังยาสูบเก่าแถวเจริญกรุง เพราะว่าไม่มีคนมาแน่ๆ ถ้าไม่ตั้งใจมาดูคอนเสิร์ตเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเอเยนซี

กลายเป็นว่างาน Fat Festival ที่จัดขึ้นอย่างเล็กๆ 2 วันมีคนมามากถึง 20,000 ต่อวัน แถมวงที่มาแสดงก็เป็นวงรองแต่คนฟังร้องเพลงได้หมด

เมื่อคนเอเยนซีได้มาเห็นภาพกลุ่มเป้าหมายโฆษณาก็เริ่มเข้ามา และ Fat Radio ก็อยู่รอดได้เพราะว่าสิ่งที่ทำนั้นชัดเจน

Fat Festival กลายเป็นเทศกาลดนตรีเล็กๆ ของชนกลุ่มน้อย

ปัจจุบันนี้ Fat Radio ได้กลายมาเป็นคลื่น Cat Radio และมีงาน Cat Expo ทุกปี ที่สำคัญคือทำให้กำแพงของคำว่าเพลงอินดี้เริ่มหายไปอย่างช้าๆ

4. คิดการใหญ่บ้างก็ได้

ตอนที่ป๋าเต็ดออกมาทำค่ายเพลงสนามหลวง และต้องคิดโปรเจ็กต์เปิดตัวเพลงให้กับศิลปินลุลา ป๋าเต็ดก็เริ่มต้นจากศูนย์ด้วยการคิดจะจัดคอนเสิร์ตเหมือนเช่นเคย เพียงแค่ว่าป๋าเต็ดกลัวว่าลุลาวงเดียวจะไม่มีคนมาดู               

จากปัญหาดังกล่าวก็เริ่มมีความคิดต่อยอดมาเป็นการเพิ่มวงดนตรีที่จะมาแสดง จนเป็นต้นกำเนิดของมหกรรมดนตรีมันใหญ่มาก

ตอนนั้นมี Music Fest มากแล้วเราต้องคิดต่อว่าจะแตกต่างอย่างไรถึงจะสู้ได้

เรามองว่าทุกเทศกาลเหมือนกันคือ มีแค่เวทีเดียวคนเล่นก็ขึ้นโชว์ได้จำกัด เล่นได้ไม่เกิน 10 วง คนจัดเลยต้องเลือกแต่วงดังๆ กลายเป็นว่ามีหลายงานแต่คนเล่นเหมือนกันหมด เพราะคนจัดเลือกเอาแต่วงดังๆ ไป

ถ้าจะทำให้ไม่เหมือนต้องมีศิลปินมากกว่าต้องจัดงาน 2 วัน มีหลายเวทีสำหรับวงที่ดังแล้วกับเริ่มดัง กับเล็กมากสำหรับเพิ่งเกิดหรือว่าเวทีสำหรับแนวเพลงซับซ้อนมาก เราคัดมาได้ 8 เวที พอเวทีใกล้กันเสียงตีกัน พอ 8 เวทีต้องมีระยะห่างกัน งานจึงต้องใหญ่มากจนทีมงานอุทานขึ้นมาว่า มันใหญ่มากจนกลายเป็นสโลแกนของงานบิ๊กเมาเท่น มันใหญ่มาก

งานบิ๊กเมาเท่น กลายเป็นเทศกาลดนตรีที่ไม่เหมือนการมาดูคอนเสิร์ตทั่วไปเพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในปีนี้ ป๋าเต็ดก็มีแผนที่จะจัดงาน BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 2017 ในวันที่ 9-10 ธันวาคมที่จะถึงนี้

5. Possibilities With in The Context

อีกหลักการทำงานที่ป๋าเต็ดใช้มาตลอดก็คือ Possibilities With in The Context

ขยายความเพิ่มเติมก็คือ การคิดงานแต่ละครั้งจะต้องเข้าใจในบริบทของงานที่เราจะทำให้ดีเสียก่อน หลังจากนั้นจึงมาดูถึงความเป็นไปได้ในการจัดกิจกรรม

ป๋าเต็ดเล่าว่า ครั้งหนึ่งทางบริษัทเกิดปัญหาในการทำงานขึ้นมาคือไปจองสถานที่สำหรับจัดงานคอนเสิร์ตไว้แต่เกิดปัญหากับศิลปินจนไม่สามารถแสดงคอนเสิร์ตได้

ทางเลือกในตอนนั้นมี 2 ทางคือ

1. ยอมให้ยึดเงินมัดจำ 1 ล้านบาท

2. หาศิลปินมาเสียบแทนในเวลา 1 เดือนซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้

แต่ป๋าเต็ดก็เลือกที่จะทำอย่างหลัง

ระยะเวลาเพียงเดือนเดียว ลำพังจะโปรโมทคอนเสิร์ตยังแทบจะไม่แต่นี่ต้องหาศิลปินมาเล่นให้ได้ก่อน ป๋าเต็ดตัดสินใจเลือกเอาวงดนตรีที่มีแนวทางดนตรีที่ชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง และมีกลุ่มคนฟังที่เหนียวแน่นอย่างพาราด็อกซ์มาเป็นตัวช่วย

พาราด็อกซ์ เป็นวงดนตรีที่มีการแสดงสด มันสนุกสนาน นักดนตรีแต่งตัวบ้าบอมีอะไรแปลกๆ มาแสดงบนเวทีอยู่เสมอ ที่สำคัญคือมีแฟนเพจติดตามมากกว่าล้านคน

เราทำคอนเสิร์ตครั้งนี้แบบ Low Cost Airline โปรโมทผ่านโซเชียลมีเดียล้วนๆ โดยวาดภาพพาราด็อกซ์ต้องการความช่วยเหลือแล้วโพสต์ลงไปแค่นี้แฟนเพลงรู้แล้วว่าจะมีคอนเสิร์ตทันที เราสามารถขายบัตรเกินครึ่งได้ในเวลา 1 อาทิตย์บัตรราคา 900 บาท ซื้อแล้วแถมกางเกงในโลโก้วงพาราด็อกซ์

คอนเสิร์ตครั้งนี้มีงบประมาณน้อยมากแต่จะทำโปรดักชั่นให้สนุกได้อย่างไร ขนาดขอ LED ยังไม่มีเงินเช่าขนาดใหญ่สุดท้ายเราได้คอนเซ็ปต์จากของเล่นที่วงพาราด็อกซ์ชอบเอามาแจกเฟนเพลงคือตุ๊กตาเป่าลมมาประดับเวทีจำนวน 10,000 ตัวในงบประมาณ 250,000 บาท"

ในที่สุดคอนเสิร์ตเฉพาะกิจ พาราด็อกซ์ผงาดง้ำค้ำโลกโดดไม่รู้ล้มก็จบลงอย่างงดงามแบบ Low Cost

ทั้งหมดเกิดจากบริบทที่ต้องจัดคอนเสิร์ตให้ได้ในหนึ่งเดือนแล้วพยายามควานหาอะไรที่เป็นไปได้มาทำ

กระบวนการคิดที่ง่ายสุด คือเราต้องเข้าใจ Context ของเราก่อน แล้วเราก็หาอะไรที่เป็นไปได้มาทำให้เกิดขึ้นเหมือนคอนเสิร์ตพาราด็อกซ์

ผมเริ่มงานจากความเป็นไปได้ก่อนเสมอว่า เงื่อนไขเรามีอะไรบ้างแล้วคิดย้อนกลับไป แรกๆ มันอาจจะดูห่างไกลกับงานครีเอทีฟมากแต่มักจะเป็นการเริ่มต้นที่ถูกต้องเสมอทุกครั้งที่เริ่มงาน เราจะให้ความสำคัญกับ Context แล้วความเป็นไปได้มันจะตามมาแล้วไอเดียดีๆ มันจะตามมาเอง

6. อย่าหยุดอยู่กับที่

ป๋าเต็ดบอกว่า การคิดตลอดเวลาไม่หยุดนิ่งจะทำให้ได้งานที่ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับที่เขากำลังทำโปรเจ็กต์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านี้

งานที่ว่านี้คือ ยักษ์เฟส

ป๋าเต็ดอธิบายเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้มีเทศกาลดนตรีเกิดขึ้นมากมายและตนเองก็ไม่อยากทำเทศกาลดนตรีที่เหมือนเดิมจึงเริ่มมองหา Community ที่แปลกและไม่เคยรู้จักมาก่อนเพื่อนำมาเป็นแนวคิดของงาน

เรามองเห็นคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กันเป็น Community งานยักษ์เฟสจะเดินเข้าไปแล้วมีหมู่บ้าน 5 หมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านจะมีระบบนิเวศของตัวเอง คนเข้างานสามารถเลือกเข้าหมู่บ้านไหนก็ได้ตามที่ต้องการ จากการค้นข้อมูลเราเจอกลุ่มแปลกๆ ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนแต่ว่ามีสมาชิกเหนียวแน่นมาก เช่น คนรักคราฟท์เบียร์, คนที่ชอบเต้นสวิงแจ๊ส หรือแม้กระทั่งไปเจอชมรมคนรักก้อนเมฆ

การมายักษ์เฟส คือการมาเจอคนที่เราไม่คุ้นเคยจริงๆ มางานนี้แล้วกลับไปเราจะตัวใหญ่ขึ้นเหมือนไปค้นพบโลกใหม่ๆที่ทำให้โลกของเราใหญ่ขึ้น

สิ่งที่ป๋าเต็ดคิดไว้แล้วว่าจะทำในงานนี้ก็คือ การให้ศิลปินมาออกแบบตุ๊กตาเป่าลมสำหรับไปประดับในแต่ละหมู่บ้านเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของกลุ่มนั่นเอง ส่วนรายละเอียด Final ของงานทั้งหมดคงต้องรออีกสักพัก

แต่รับรองว่าด้วยฝีมือของป๋าเต็ดแล้วไม่มีจัดงานแบบธรรมดาแน่นอน

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort