การกลับมาในรอบ 6 ปีของทรูวิชั่นส์ พรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลใหม่ หวังดันทรูไอดีให้ติดตลาด

Aug 29, 2019 N.Rotchana

หากพูดถึงเรื่องของคอนเท้นต์กีฬา หนึ่งในช่องทางที่สามารถสร้างรายได้ คือการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดให้กับผู้ที่สนใจนำไปเผยแพร่ในประเทศของตนเอง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากที่ในประเทศไทยคงหนีไม่พ้นพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือเป็นลีกการแข่งขันฟุตบอลที่ได้รับความนิยมและมีผู้ติดตามชมมากที่สุดในโลก ทรูวิชั่นส์ ได้ดีลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลใหม่  ปี 2019-2022 ด้วยราคาเป็นที่พอใจ

ย้อนกลับไปในช่วงเกือบ 20 ปี ที่ผ่านมา ผู้ที่ได้ลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดฟุตบอลฟรีเมียร์ลีกมาอย่างยาวนาน คือ True Vision ที่ได้ลิขสิทธิ์ตั้งแต่ฤดูกาล 2007-2008 มาจนถึง 2012-2013

ต่อมา True Vision ถูกท้าทายจากผู้เล่นรายใหม่อย่าง CTH ที่มองเห็นโอกาสจากการหารายได้ จึงตัดสินใจทุ่มทุนด้วยการใช้เม็ดเงินมหาศาลประมูลเอาชนะ คว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013-2016 ไปได้ ด้วยเม็ดเงิน 10,100 ล้านบาท

ถัดจากนั้น ฤดูกาล 2016-2019 เป็น beIN Sports ที่ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ด้วยเม็ดเงิน 9,900 ล้านบาท แต่ทรูก็ร่วมเป็นพันธมิตรถ่ายทอดสดช่องทาง “เพย์ทีวี” ผ่านทรูวิชั่นส์

และเมื่อเทียบกับประเทศภูมิภาคอาเซียนด้วยกันแล้วพบว่า ไทยจ่ายหนักที่สุด แพงกว่าเมียนมาที่ประมูลลิขสิทธิ์ได้ 1,200 ล้านบาท, เวียดนาม ประมูลลิขสิทธิ์ได้ 1,000 ล้านบาท, มาเลเซียประมูลได้ 6,800 ล้านบาท และอินโดนีเซีย ประมูลได้ 2,400 ล้านบาท

 

พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “การได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลใหม่ ถือเป็นการกลับมาบริหารลิขสิทธิ์ลีกดัง จากพรีเมียร์ลีกอังกฤษโดยตรงอีกครั้งในรอบ 6 ปี  สามารถออกอากาศครบทั้ง 380 แมตช์ตลอดฤดูกาล ได้ทุกแพลตฟอร์ม ทั้งชมสด รีรัน และไฮไลท์”

“การกลับมาครั้งนี้ วางเป้าหมายผลักดันพรีเมียร์ลีกดังให้กลับมาได้รับความนิยมสูงสุดอีกครั้ง และจะผลักดันรายได้ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ให้กลับมาเติบโตอีกครั้งตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เพราะการบริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกทุกแพลตฟอร์มตลอด 3 ฤดูกาลใหม่ จะเข้าถึงผู้ชมกว่า 20 ล้านรายในประเทศไทย ”

 

วิธีการดันทรูไอดีให้ติดตลาด

1.มองเห็นเทรนด์ คนไม่ได้รับชมแค่แพลตฟอร์มเดียว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลแบบเต็มตัว ทุกคนมีความรู้และความเข้าใจในการใช้โซเชียลมีเดีย กลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทั้งจำนวนผู้ใช้ในแต่ละแพลตฟอร์มที่เติบโตเร็วมาก ผลกระทบที่ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ๆ ของผู้ใช้งาน ทรูเห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าไม่ได้รับชมแค่แพลตฟอร์มเดียว ดังนั้น การได้สิทธิ์รายการฟุตบอลระดับโลก ในรอบนี้ ทรูจึงสามารถกระจายการถ่ายทอดการแข่งขันได้ครบทุก Platform ทำให้เข้าถึงคนได้ทั่วประเทศมากขึ้น และรองรับได้กับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะดูผ่าน Smart Device หรือดูผ่านจอทีวี

2. ทรูไอดี ไม่ใช่ทรูก็ดูได้

ทรูต้องการขยายฐานแพลตฟอร์ม OTT ทรูไอดี ด้วยความพยายามในการสร้างพฤติกรรม ให้เข้าไปอยู่ในกระแสของคน เพราะเทรนด์มันอยู่ในมือถือหมดแล้ว ทำให้ทรูวางเป้าหมายคือการดันให้ทรูไอดีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง

โดยความแตกต่างของการบริหารลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครั้งนี้ อยู่ที่แพลตฟอร์ม OTT ทรูไอดี ที่สามารถรับชมได้ทุกเครือข่ายมือถือ ปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลด ทรูไอดี ไปแล้วกว่า 15 ล้านราย โดยเป็นแอปที่สามารถดูพรีเมียร์ลีกบนมือถือได้ฟรี 100 แมตช์ตลอดฤดูกาล

เรียกได้ว่าเรียกลูกค้าจากราคาแพคเกจการรับชม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 ดังนี้

  • แพ็กเกจรับชมรายวัน ราคา 99 บาท
  • แพ็กเกจรับชมรายสัปดาห์ ราคา 179 บาท
  • แพ็กเกจรับชมรายเดือน ราคา 319 บาท
  • แพ็กเกจรับชมตลอดฤดูกาล (1 ฤดูกาล คือ 10 เดือน) ราคา 3,190 บาท

3. รักษาฐานสมาชิกของทรูวิชั่นส์

จากข้อมูลครัวเรือนในประเทศไทย มี12 ล้านครัวเรือน ซึ่งสมาชิกของทรูวิชั่นส์คือ 4 ล้าน ถือว่าเป็น 1 ใน 3 ขยับขึ้นไปมากกว่านี้มันยาก เพราะการรับชมในปัจจุบันที่หลากหลาย ไม่ได้มีแค่แพลตฟอร์มบนทีวีอย่างเดียวแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ทรูทำได้ตอนนี้คือการรักษาฐานสมาชิกของทรูวิชั่นส์ จากการทำ content ที่น่าสนใจ เช่นการได้สิทธิ์ในการฉายพรีเมียร์ลีก เป็นต้น

 

การแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่ระดับโลก และ ของไทย เป็นเสมือนจิ๊กซอว์ตัวใหญ่ ที่จะมาเติมเต็มความเป็น content Convergence Lifestyle เพราะการแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นรายการที่คนไทยติดตามดูมากที่สุดในบรรดาศึกลูกหนัง

ภายใต้ Convergence Lifestyle วันนี้กลุ่มทรูมีความพร้อม ทั้งฝั่ง Platform ที่ประกอบด้วย ทรูออนไลน์, ทรูมูฟ เอช ทรูวิชั่นส์ และ ทรูไอดี ที่มีทั้งเทคโนโลยีการสื่อสาร สัญญาณที่กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ ต้อง Synergy ระหว่างกลุ่มธุรกิจให้มากที่สุด

ถ้ามองให้ดีการดีลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลฟรีเมียร์ลีกครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่การถ่ายทอดฟุตบอลฟรีเมียร์ลีกที่เป็นรูปแบบ Omni Channel สามารถรับชมได้ในทุกช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ผ่านทุกแพลตฟอร์มในเครือทรู ซึ่ง 3 ปี ต่อจากนี้ จะทำให้ฐานลูกค้าของทรูเพิ่มมากขึ้น

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu