A-Time Media ทรานส์ฟอร์ม ทำวิทยุให้อยู่รอดท่ามกลางยุค Digital Disruption

Aug 29, 2019 N.Rotchana

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายทั้งในวงการสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ โดยที่สื่อดิจิทัลมีบทบาทมากขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เพราะปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนอยู่กับสมาร์ทโฟนเป็นส่วนใหญ่ บวกกับช่องทางการรับสื่อที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น ผู้บริโภคก็ต้องปรับตัวกันไปเพื่อรับมือให้ทัน

A-Time Media เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นรายใหญ่ในวงการวิทยุในเครือบริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการเติบโต 10%

A-Time Media ได้มีการทรานส์ฟอร์มตัวเองเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว มีการหาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ไม่ได้จำกัดแค่วิทยุ แต่มีทั้งแอพพลิเคชั่น ออนไลน์ โชว์บิซ และกิจกรรมต่างๆ

สมโรจน์ วสุพงศ์โสธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราได้ขยับตัวสู่โมเดลธุรกิจ A-Time Media Solution 360 องศาที่เป็นมากกว่าวิทยุ มีการต่อยอดคอนเทนต์ไปในหลายแพลตฟอร์ม ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัล ลูกค้าก็ให้การตอบรับดีเพราะมีหลายแพลตฟอร์ม เขาก็รู้สึกคุ้มค่า”

การที่เทคโนโลยีเข้ามายังมีข้อดี เปลี่ยนจาก Devices เครื่องวิทยุ สู่สมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ต ทำให้วิทยุกลายเป็นสื่อใหม่อีกหนึ่งช่องทางของผู้บริโภค ไม่ว่าจะขณะเดินทาง เวลาทำงาน หรือก่อนเข้านอน คอนเท้นท์วิทยุ ก็ยังอยู่คู่กับผู้ฟังได้ตลอด 24 ชม.

“ในยุคนี้ถ้าทำวิทยุอย่างเดียวคืออยู่ยาก วันนี้ทุกสื่อก็ต้องขยายไปทิศทางใหม่ๆ เพราะจากผลสำรวจ คนส่วนใหญ่ครึ่งหนึ่งก็ฟังจากแอปพลิเคชั่น ซึ่งเราก็เริ่มจากการฟังวิทยุผ่านอินเตอร์เน็ตมาก่อน และเราเริ่มรู้ว่ากระแสมันเริ่มมาแล้ว เราก็เริ่มทำแอปพลิเคชั่นเป็นเจ้าแรก และพอ ก.ค.ก็จะมีเวอร์ชั่นใหม่ จะสามารถดูคอนเทนต์ของเอไทม์ รายการต่างๆ รวมอยู่ในแอปฯ เดียวกัน" สมโรจน์ กล่าว

ปัจจุบัน A-Time Media มีธุรกิจวิทยุในเครือ ได้แก่ Greenwave, EFM และ Chill Online รวมผู้ฟังกว่า 16 ล้านราย เฉลี่ยใช้เวลาฟัง 52 นาทีต่อวัน โดยมีผู้ฟังทางออนไลน์และยอดดาวน์โหลด Application มากที่สุดในประเทศไทย 5.5 ล้านผู้ใช้

โดย Greenwave จะเจาะกลุ่มผู้ใหญ่ เน้นคอนเทนต์มีสาระสำคัญ เช่น สิ่งแวดล้อม การกุศล ฯลฯ EFM มีคาแรกเตอร์เป็นเพื่อนคุย สนุก ตลก อารมณ์ดี ร่วมสมัย เจาะกลุ่มวัยรุ่น และ Chill Online เจาะกลุ่มคนทำงาน เน้นเปิดเป็นเพื่อนทำงาน มีเรื่องราวออฟฟิศ กิน ดื่ม เที่ยวและช้อปปิ้ง

 

แผนงานในปี 2562 A-Time Media ใช้กลยุทธ์ Media Transformation เน้นการต่อยอดคอนเทนต์จากวิทยุสู่ซีรีส์ เพื่อตอบรับลูกค้าที่ต้องการโฆษณาในแพลตฟอร์มผสม จะสร้างคอนเทนต์ของรายการวิทยุที่มีฐานผู้ฟังอย่างแข็งแรง เช่น แฉข่าวเช้า, Club Friday, จันทร์ช็อคโลก และ พุธทอล์คพุธโทร ซึ่งมียอดวิวรวมสูงถึง 200 ล้านวิว และอาจต่อยอดไปสู่รูปแบบ Online Exclusive Content ต่างๆ รวมถึงจะเพิ่มอีกหนึ่งคลื่นออนไลน์เพื่อรองรับ ดีเจหน้าใหม่ ที่ไม่ใช่แค่พูดเก่ง เปิดเพลงเก่ง แต่ต้องมีความสามารถรอบตัว

ทุกวันนี้สื่อต่างๆที่ปรับตัวกับการเข้ามาของเทคโนโลยีไม่ทัน ต่างก็ต้องปิดตัวลงไป และปัจจุบันก็ยังมีคำถามที่ค้างคาใจว่า "คนยังฟังวิทยุอยู่อีกเหรอ" เพราะตอนนี้มีสตรีมมิ่งเพลง

 

 แต่สมโรจน์ทิ้งท้ายว่า “ คนก็ยังฟังวิทยุ เพราะว่าบางทีคนเราฟังเพลย์ลิสอย่างเดียวมันเหงา แต่วิทยุเป็นได้ทั้งที่ฟังเพลง ดีเจที่เป็นเพื่อนคุย มีข่าวให้ฟัง อย่างเวลารถติดคนก็จะเปิดวิทยุฟัง เพราะถ้าฟังแบบสตรีมมิ่งมันก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย ค่าอินเตอร์เน็ต แต่วิทยุคือฟังฟรีได้เลย วิทยุก็ยังไม่ตายนะ ซึ่งถ้าใครทำวิทยุอย่างเดียวจะอยู่ยาก แต่ถ้าคุณมีดิจิตอลแพลตฟอร์มให้คนอยู่กับมือถือได้ คุณก็จะได้ไปต่อ”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.