Apple Card เปิดตัวแล้ววันนี้ 6 สิงหาคม 2019 ตามเวลาสหรัฐ

Aug 21, 2019 P.Patikom

Apple Card เปิดตัวแล้ววันนี้ โดยในช่วงเริ่มต้นนี้จะเปิดตัวใช้งานเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคบางกลุ่มในวงจำกัด ส่วนความพร้อมในการให้บริการการใช้งานในวงกว้างจะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

Tim Cook CEO ของ Apple ได้กล่าวไว้ในการแถลงเรื่องรายได้ครั้งล่าสุดของบริษัทเมื่อไม่นานมานี้ว่า บัตรเครดิต Apple Card จะเปิดตัวในเดือนสิงหาคม และในวันนี้ บัตรเครดิตใหม่ของ Apple ซึ่งออกโดยความร่วมมือกับ Goldman Sachs ได้เริ่มต้น "การเปิดตัวแบบพรีวิว (Preview Rollout)" แล้ว ส่วนการเปิดตัวในวงกว้างไปยังเจ้าของ iPhone ทุกคนในสหรัฐอเมริกา จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2019 นี้

Apple แจ้งว่า ในวันนี้ (6 สิงหาคม 2019 ตามเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา) Apple Card ได้เปิดตัวให้บริการเฉพาะกลุ่มบุคคลในวงจำกัดแล้ว มีการสุ่มเลือกบุคคลที่ลงทะเบียนเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับ Apple Card อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะได้รับเชิญให้ลงทะเบียนในวันนี้ (6 สิงหาคม - เวลาสหรัฐ) แต่อย่างไรก็ตาม Apple ไม่เปิดเผยจำนวนคนที่จะอยู่ในกลุ่มตัวอย่าง 

สำหรับกระบวนการสมัครใช้งาน Apple Card ต้องทำบน iPhone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 12.4 โดยจะต้องป้อนข้อมูล ที่อยู่ วันเกิด ระดับรายได้ และหมายเลขสี่หลักสุดท้ายของหมายเลขประกันสังคมของคุณ โดยข้อมูลนั้นจะถูกส่งไปยัง Goldman Sachs ซึ่งจะอนุมัติหรือปฏิเสธใบสมัครของคุณแบบเรียลไทม์ ขณะที่ทางด้าน Apple บอกว่ากระบวนการสมัครควรใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งนาที (มีการตรวจสอบ TransUnion Credit ที่เกี่ยวโยงกัน ดังนั้นหากคุณล็อกข้อมูลนั้นคุณจะต้องปลดล็อกมัน)

Apple กล่าวว่า Apple Card ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อแข่งขันโดยตรงกับบัตรเครดิตระดับพรีเมียม เช่น Chase Sapphire หรือ American Express Platinum แต่เป้าหมายของ Apple Card คือ การเข้าถึงได้อย่างกว้างขวางสำหรับเจ้าของ iPhone ทุกคน ดังนั้นข้อกำหนดในการลงทะเบียนจะไม่เข้มงวดเท่ากับบัตรเครดิตเหล่านั้น และเมื่อคุณได้รับการอนุมัติแล้ว บัตรใหม่ของคุณจะปรากฏใน Apple Wallet ทันทีและพร้อมใช้งาน อีกทั้งคุณยังจะได้รับบัตรเครดิตบัตรจริงที่เป็นบัตรไทเทเนียมแฟนซีของ Apple ได้ฟรีระหว่างการตั้งค่า และจะส่งให้ถึงคุณทางไปรษณีย์ในช่วงเวลาต่อไป เมื่อการตั้งค่าการ์ดนั้นเรียบร้อย ที่ซองจดหมายดิจิทัลที่อยู่ในนั้นจะมีแท็ก NFC ดังนั้นคุณเพียงแค่แตะโทรศัพท์ มันจะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้การโทรศัพท์ยืนยัน หรือต้องใช้สติกเกอร์

คุณยังสามารถใช้บัตรโดยไม่ต้องใช้โทรศัพท์ใกล้เคียงกับการใช้บัตรเครดิตอื่นๆ แต่ไม่รองรับการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัส (Contactless Payments) เพราะ Apple ต้องการให้คุณได้ใช้โทรศัพท์เพื่อที่จะได้รู้การใช้จ่ายอย่างชัดเจน

เมื่อคุณตั้งค่าเสร็จแล้วคุณจะมีหมายเลขบัตรเครดิตสามชุดที่เชื่อมโยงกับ Apple Card ของคุณ คือ หมายเลขแรก เป็นหมายเลขที่กำหนดให้กับโทรศัพท์ของคุณ หมายเลขที่สอง เป็นหมายเลขที่กำหนดให้กับบัตรจริง และหมายเลขที่สาม เป็นหมายเลขเสมือนที่คุณสามารถเข้าถึงในแอพสำหรับผู้ค้าออนไลน์ที่ไม่ใช้ Apple Pay และคุณสามารถขอหมายเลขเสมือนใหม่ได้ตลอดเวลา 

ตัวการ์ดเองไม่มีวันหมดอายุหรือรหัสความปลอดภัยและไม่มีหมายเลขที่พิมพ์อยู่ แต่คุณสามารถล็อกบัตรได้หากคุณวางผิดที่หรือปิดการใช้งานทั้งหมดจากแอพ Wallet ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว สำหรับอินเตอร์เฟซของ Apple Card ในแอพ Wallet นั้นดีมาก ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อทั้งหมดของคุณโดยใช้เทคโนโลยี Machine Learning เพื่อล้างข้อมูลชื่อผู้ค้า และจัดหมวดหมู่การใช้จ่ายของคุณเมื่อเวลาผ่านไป และคุณยังสามารถกำหนดตารางการชำระเงินได้หลายวิธี ด้วยการเล่นแถบเลื่อนแบบวงกลมเพื่อดูว่าคุณจะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเท่าไรจากการใช้จ่ายต่างๆ และดูว่าคุณใช้จ่ายรายสัปดาห์และรายเดือนเท่าใด

 

Apple ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่าช้า ค่าธรรมเนียมรายปี หรือค่าธรรมเนียมระหว่างประเทศใน Apple Card นี้ สำหรับการล้างข้อมูลและการจัดประเภทธุรกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นในโทรศัพท์ของคุณ แม้เห็นได้ชัดว่า Goldman Sachs มีข้อมูลของคุณตั้งแต่อนุมัติหรือปฏิเสธการซื้อ แต่ Apple กล่าวว่าได้ทำข้อตกลงความเป็นส่วนตัวกับ Goldman ซึ่งจำกัดข้อมูลการซื้อของ Apple Card จากการใช้เพื่อสิ่งอื่นๆ นอกเหนือ จากการใช้งานบัตรเอง - ไม่สามารถใช้ข้อมูลของคุณเพื่อการโฆษณา ไม่สามารถขายข้อมูลของคุณให้กับบุคคลที่ 3 หรือนำไปใช้เพื่อการอื่นใดได้

โปรแกรมผลตอบแทนของ Apple นั้นง่ายกว่าบัตรหลักอื่นๆ Apple ประกอบด้วย โปรแกรมแรก มอบเงินคืน 3% สำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ของ Apple ตั้งแต่การใช้งาน Apple Store ไปจนถึง App Store ไปจนถึงที่เก็บ iCloud โปรแกรมที่ 2 มอบเงินคืน 2% สำหรับธุรกรรม Apple Pay และ โปรแกรมที่ 3 มอบเงินคืน 1% สำหรับการซื้อ ที่ดำเนินการด้วยบัตรเครดิตที่เป็นตัวบัตรจริง หรือหมายเลขบัตรเสมือน ส่วนการมอบคืนเงินสดจากการใช้บัตรทำธุรกรรมต่างๆ นั้นจะเข้าสู่บัญชี Apple Pay Cash ของคุณทุกวัน และคุณสามารถใช้มันเพื่อชำระยอดคงเหลือของคุณ ส่งให้เพื่อน หรือโอนเงินเข้าธนาคาร

Apple เชื่อว่าความเรียบง่ายและความเร็วในการรับเงินคืน จะดึงดูดลูกค้าบัตรเครดิตพรีเมียมอื่นๆ ที่หงุดหงิดกับรูปแบบที่ซับซ้อน คุณสมบัติการชำระเงินและสุขภาพทางการเงินจะดึงดูดให้ทุกคนอยากใช้บัตร

มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงเกี่ยวกับ APR (Annual Percentage Rate คือ อัตราร้อยละต่อปี เช่น อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่างๆ) มาตรฐานที่เป็นธรรมของ Apple ซึ่งเริ่มต้นที่ 12.99% และเพิ่มขึ้นถึง 24.24% แต่ Apple กล่าวว่า เป้าหมายของมันคืออยู่ในอัตราที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ดีสิ่งนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้จนกว่าผู้คนจะเริ่มสมัครใช้งาน แต่มันก็ยุติธรรมที่จะบอกว่านี่เป็นบัตรเครดิตและคุณควรปฏิบัติต่อมันเหมือนเป็นบัตรเครดิต ไม่ว่าซอฟต์แวร์นั้นจะดูดีแค่ไหน

เช่นเดียวกับบัตรเครดิตอื่นๆ ในขณะที่ Apple Card ง่ายต่อการลงทะเบียน และง่ายต่อการใช้เงินกับมัน แต่การยกเลิก Apple Card นั้นต้องใช้การส่งข้อความหรือโทรถึง Goldman Sachs

ทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับ Apple Card และสิ่งที่เราจะเห็นเมื่อผู้คนได้รับ Apple ให้ประสบ การณ์ผู้ใช้จำนวนมากกับการ์ด แต่ตัวการ์ดเองก็ยังเป็นบัตรเครดิตที่ออกโดย Goldman  Sachs และเมื่อคุณคลิกปุ่มสนับสนุนใน Apple Wallet คุณจะสนทนากับพนักงานของ Goldman Sachs

Apple กล่าวว่า ทั้ง 2 บริษัททำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และพนักงานของ Goldman Sachs ได้รับการฝึกอบรมโดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีของ Apple รวมถึงภาษาเฉพาะเพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าใจเรื่องเครดิต Apple กล่าวว่านี่เป็นอะไรที่มากกว่าแค่การ์ด Front-end ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการ์ด Goldman Sachs เพราะมันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ Apple ดีไซน์เหมือนกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Apple เพราะ Apple ไม่สามารถออกบัตรเครดิตที่ไม่มีธนาคาร และ Goldman Sachs เป็นธนาคารนั้น เราเพียงแค่ต้องดูต่อไปว่าประสบ การณ์การใช้งาน Apple Card นั้นจะเข้ากันได้กับความคาดหวังที่สูงของลูกค้าของ Apple ได้อย่างไรบ้าง

Cr : THE VERGE

Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.