แกรมมี่ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งแรกในรอบ 8 ปี

Aug 16, 2019 -None-

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่จำกัด(มหาชน) ครั้งที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลจากกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 -  30 มิถุนายน 2562) ตามงบการเงินเฉพาะกิจการให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 81.99 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 62 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ โดยบริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการรับเงินปันผลระหว่างกาล (Record Date) ในวันที่ 27 สิงหาคม 2562 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในวันที่ 12 กันยายน 2562

บุษบา  ดาวเรือง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า

“ในไตรมาส 2/2562 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า/บริการและค่าลิขสิทธิ์จำนวน1,458 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ13.7 สืบเนื่องจากในไตรมาสนี้ไม่มีกำหนดฉายภาพยนตร์เรื่องใหม่   และธุรกิจเทรดดิ้งลดลงเล็กน้อยทางด้านธุรกิจดิจิทัลทีวี2 ช่องซึ่งได้รับความสนับสนุนจากมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีของภาครัฐประกอบกับความสามารถในการพัฒนาช่องอย่างต่อเนื่องทำให้ภาระผลขาดทุนการร่วมค้าของบริษัทเปลี่ยนจากผลขาดทุนมาเป็นผลกำไรในไตรมาสนี้

สถานะทางการเงินของบริษัทมีความเข้มแข็งภายหลังการปรับโครงสร้างธุรกิจซึ่งส่งผลให้ภาระหนี้สินลดลงอย่างมีนัยสำคัญณ สิ้นไตรมาส2/2562 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.33เท่า”

สำหรับธุรกิจเพลงซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทประกอบด้วยการจำหน่ายสินค้าเพลง(Physical product), ดิจิทัลมิวสิค, การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์, ธุรกิจโชว์บิซ, ธุรกิจบริหารศิลปิน และธุรกิจอื่นที่สนับสนุนธุรกิจหลักของบริษัทในไตรมาส 2/2562 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจเพลง 893 ล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ61 ของรายได้จากการดำเนินงานทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ในส่วนนี้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจดิจิทัลมิวสิคและธุรกิจบริหารศิลปินซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสนี้มีการจัดคอนเสิร์ตใหญ่หลายรายการ เช่น“PECK PALITCHOKE Concert#2 : LOVE IN SPACE”, “What The Fest! Music Festival 2”และ “คอนเสิร์ต ต่าย อรทัยดอกหญ้ากลางเมืองใหญ่”

ธุรกิจเทรดดิ้งประกอบด้วยธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าโฮมช้อปปิ้ง และธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีโดยในไตรมาสนี้ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งมีรายได้422 ล้านบาทลดลงร้อยละ23.4 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นส่วนธุรกิจกล่องรับสัญญาณทีวีมีรายได้72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.8 จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ธุรกิจภาพยนตร์ในไตรมาส 2/2562ไม่มีภาพยนตร์ใหม่เข้าฉายแต่มีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์จำนวน33ล้านบาทในขณะที่ไตรมาส2/2561มีภาพยนตร์ใหม่“น้องพี่ที่รัก”เข้าฉายในช่วงนั้น รายได้รวมของไตรมาสจึงสูงถึง 183 ล้านบาท

ธุรกิจการลงทุนประกอบด้วย  บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัดดำเนินธุรกิจดิจิทัลทีวี ‘ช่อง One31’ ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในไตรมาสนี้มีละครที่ได้รับกระแสตอบรับดีหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งละครเรื่อง“หัวใจศิลา”“ลูกกรุง”และ“ใบไม้ที่ปลิดปลิว”ส่วนรายการประเภทวาไรตี้ซิทคอมและข่าวก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องบริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้งจำกัดประกอบด้วยธุรกิจดิจิทัลทีวี‘ช่อง GMM25’, ธุรกิจวิทยุและโชว์บิซ,ธุรกิจผลิตคอนเทนต์ในไตรมาสนี้มีละครที่ได้รับความนิยมสูงคือเรื่อง “เมียน้อย”ส่วนด้านคอนเสิร์ตที่ได้รับความนิยมมากคือ “The Real NadechConcert”และ“Cassette Festival”

ธุรกิจอื่นๆในไตรมาสนี้มีรายได้38 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ2.8 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนต้นทุนขายและบริการไตรมาสนี้เท่ากับ851ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 18.6เนื่องจากไม่มีต้นทุนภาพยนตร์ใหม่และต้นทุนขายของสินค้าลดลง

กำไรขั้นต้นไตรมาสนี้เท่ากับ 606 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ41 สูงกว่าอัตรากำไรขั้นต้นของไตรมาส2/2561ซึ่งคิดเป็นร้อยละ38 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมไตรมาส2/2562นี้เท่ากับ 550 ล้านบาทเพิ่มขี้นร้อยละ 3.8จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 530 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้เท่ากับ  68  ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนถึงร้อยละ 33 

GMM

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.