6,321
VIEWS

เพราะระบบหลังบ้านสำคัญต่อการเป็น “New Retail” กลุ่มเซ็นทรัลจึงต้องทำศูนย์กระจายสินค้า Omnichannel

Aug 15, 2019 R.Somboon

กลุ่มเซ็นทรัลมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการก้าวไปเป็น New Retail ที่ขายสินค้าผ่านทุกช่องทางเป็น Omnichannel ซึ่งต้องมีการ Seamless กันแบบไร้รอยต่อเพื่อมอบประสบการณ์ในการช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า การที่จะสิ่งนั้นได้ หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การกระจายสินค้า ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เราต้องมีการลงทุนศูนย์กระจายสินค้าที่เป็น Omnichannel แห่งแรกของประเทศไทยที่เป็นการร่วมมือกับเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เปิดศูนย์กระจายสินค้าที่มีพื้นที่ 75,000 ตารางเมตรที่บางพลี .. 19”   

คำกล่าวของ ดร.ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด สะท้อนให้เห็นถึงการต่อจิ๊กซอว์ไปสู่การให้บริการแบบ Omnichannel หรือ O2O ของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่นี้จะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการรองรับการก้าวไปสู่จุดดังกล่าว 

ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่นี้จะเปิดอย่างเป็นทางการราวเดือนสิงหาคมปีหน้า ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกระจายสินค้าให้กับบริษัทในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลในส่วนของสินค้าที่เป็นฮาร์ดไลน์ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ออฟฟิศเมท บีทูเอส มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง และซูเปอร์สปอร์ต 

ขณะที่ในส่วนของเพาเวอร์บายนั้น มีการเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ไปแล้ว ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับศูนย์กระจายสินค้าของกลุ่มเซ็นทรัลที่บางพลี กม.19 โดยมีพื้นที่ประมาณ 50,000 ตารางเมตร ทั้ง 2 ศูนย์กระจายสินค้าของกลุ่มเซ็นทรัล จึงเปรียบเสมือนการเป็นโลจิสติกส์แคมปัสระดับเวิลด์คลาส” 

กลุ่มเซ็นทรัลวางกลยุทธ์ให้ศูนย์กระจายสินค้า Omnichannel แห่งใหม่นี้มีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ให้สามารถบริหารจัดการสินค้าหลากหลายประเภท (Multi-Category) จากแบรนด์ต่างๆ ภายใต้เครือเซ็นทรัล รีเทล เพื่อกระจายสินค้าไปสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย (Multi-Channel) อย่างครอบคลุมและเพียงพอต่อความต้องการทางการตลาดทั้ง Physical Platform และ Digital Platformโดยดึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินงาน อาทิ ระบบสั่งซื้อสินค้า E-Ordering ระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) และระบบอุปกรณ์สั่งงานด้วยเสียงอัตโนมัติ (Automation Voice-Picking) เป็นต้น

ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ถูกดีไซน์ให้มีความยืดหยุ่นในการรองรับการเติบโตของทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยมีตัวสต็อค แชริ่งที่เข้ามาช่วยทำให้การกระจายสินค้ามีความยืดหยุ่นที่พร้อมจะสนับสนุนทุกบิสิเนท ยูนิต ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ โดยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาใช้นี้สามารถรองรับการกระจายสินค้าที่ลงลึกในระดับไอเท็มของสินค้าได้ทำให้เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาดในส่วนของออนไลน์ได้เป็นอย่างดี เพราะการขายออนไลน์นั้น จะเป็นเรื่องของการลงลึกในระดับไอเท็มที่มีความยุ่งยาก และซับซ้อนมากกว่าการกระจายสินค้าเข้าสู่ร้านค้าออฟไลน์ 

ก่อนหน้านั้น กลุ่มเซ็นทรัมีศูนย์กระจายสินค้าในส่วนของสินค้าฮาร์ดไลน์อยู่ 5 แห่ง ตั้งอยู่ในย่านบางพลีเช่นกัน เป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ไม่รองรับการกระจายสินค้าแบบ Omnichannel ในปีหน้าหลังเปิดใช้ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ จะยุบรวมทั้งหมดมาอยู่ในที่เดียวกัน 

ดร.ปิยะพงษ์ บอกว่า การมุ่งสู่การเป็น New Retail ของกลุ่มเซ็นทรัล จำเป็นต้องมีระบบหลังบ้านที่ดีที่จะเข้ามาช่วยทำให้การกระจายสินค้าของกลุ่มมีประสิทธิภาพในเวลาที่รวดเร็วมากขึ้น จากเดิมที่การสั่งสินค้าผ่านออนไลน์กับกลุ่มเซ็นทรัลจะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 วัน แต่ในปีหน้านี้ จะสามารถให้บริการได้ในวันเดียว และในอนาคตอันใกล้ จะพัฒนาต่อเนื่องไปสู่การส่งได้ภายในไม่เกิน 2 ชั่วโมงสำหรับพื้นที่ในกรุงเทพฯ

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หากมองเข้ามาที่ Strategy ของกลุ่มเซ็นทรัลในการทำตลาดออนไลน์แล้ว กลุ่มเซ็นทรัลไม่ต้องการแข่งขันในเรื่องของราคา จึงหันมาทำเรื่องของเซอร์วิสแทน เพื่อสร้างความแตกต่างกับผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาด โดยจะมีบริการสั่งสินค้าที่ลูกค้าต้องการในรูปแบบของ E – Ordering เพื่อหาสินค้าที่ลูกค้าสั่งมา ซึ่งที่ผ่านมา มีลูกค้าหลายรายที่มีการสั่งสินค้าที่วางขายในห้างลารีนา เซนเต้ ห้างในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลที่อยู่ในอิตาลี เป็นต้น 

เซ็นทรัล รีเทล ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกไทย ที่มุ่งขับเคลื่อนองค์กรเพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่าและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยศูนย์กระจายสินค้า Omnichannelแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญในการส่งมอบบริการที่สร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของการซื้อขายผ่านช่องทาง Omnichannel ในทุกกลุ่มธุรกิจค้าปลีกของเซ็นทรัลรีเทลโดยยอดขายจาก Omnichannel ของกลุ่มแฟชั่นกลุ่มฮาร์ดไลน์ และกลุ่มฟู้ด เพิ่มขึ้นร้อยละ16 ร้อยละ 28 และร้อยละ 48 ตามลำดับ ในปี 2560 และเพิ่มขึ้นอีกในปี 2561 คิดเป็นร้อยละ 72 ร้อยละ 75 และร้อยละ 31 ตามลำดับ และเพิ่มขึ้นอีกในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2562 คิดเป็นร้อยละ 104 ร้อยละ 50 และร้อยละ 26 ตามลำดับเซ็นทรัลรีเทลจึงเป็นเจ้าแรกที่มีการวางแผนระยะยาวในการพัฒนา E-Logistics สอดรับกับทิศทางการดำเนินธุรกิจในการก้าวขึ้นเป็น ผู้นำธุรกิจค้าปลีกของไทยรายแรกที่เป็น Omnichannel เต็มรูปแบบดร.ปิยะพงษ์ กล่าวสรุปทิ้งท้าย

Retail

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.