4 เหตุผลที่ True Online ต้องชิงเปิดตลาด Premium Mass

Aug 02, 2019 S.Vutikorn

นับวันบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยจะทวีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นทุกที เนื่องมาจากปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

ถ้าดูจากตัวเลขจะพบว่าในปี 2016 สัดส่วนครัวเรือนที่ใช้บรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตมีเพียง 36% แต่เพียง 2 ปีให้หลัง ตัวเลขได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 41% ซึ่งทางทรู ออนไลน์คาดการณ์ว่าในปี 2020 หรือปีหน้านี้ ตัวเลขเฉลี่ยของประเทศไทยจะขยับตัวสูงขึ้นไปถึง 50% ของครัวเรือนในประเทศไทย

สาเหตุการเติบโตของตลาดบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตนี้มาจาก 3 เหตุผลหลัก คือ

1. จำนวน Device ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, แท็บเลต, สมาร์ททีวี และอุปกรณ์ IoT อีกมากมาย

2. การเติบโตของธุรกิจ Content on Demand ที่ให้บริการในรูปแบบสตรีมมิ่ง ทำให้ผู้บริโภคสามารถรับชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Device ต่างๆ อาทิ สมาร์ททีวี, แท็บเลต, สมาร์ทโฟน

3. การเพิ่มขึ้นของ Application และบริการ Streaming On Demand ต่างๆ อาทิ Netflix, VIU, iFlix, HOOQ, LINE TV, YouTube, True ID ฯลฯ

แน่นอนว่า ในฐานะที่ทรูออนไลน์ เป็นผู้ให้บริการบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตที่เอาใยแก้วนำแสงในให้บริการกับลูกค้าคอนซูเมอร์เป็นรายแรก และถือเป็นผู้ให้บริการที่มีเน็ตเวิร์คครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องหานวัตกรรมใหม่ๆ มานำเสนอกับกลุ่มเป้าหมายเสมอ

ปีที่ผ่านมา ทางทรูออนไลน์ ได้มีการเปิดให้บริการบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตความเร็วระดับ 1 Gbps เป็นรายแรก เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งานในกลุ่มที่มีกำลังซื้อหรือกลุ่มพรีเมียม

 

กระนั้นก็ดี ด้วยราคาแพ็กเกจในช่วงเปิดตัวที่สูง คือ รวมแพ็กเกจทรู วิชั่น แพลทินั่มแล้วตกเดือนละ 2,999 บาท ในช่วงเริ่มต้น จึงทำให้ตัวเลขผู้ใช้งานจริงมีไม่มากเท่าที่ควร แม้ว่าราคาค่าบริการล่าสุดจะสามารถลดลงมาเหลือประมาณ 1,500 บาทต่อเดือนแล้ว ก็ยังถือว่าสูงอยู่ดี

เพราะฐานราคาค่าบริการบรอดแบนด์อินเตอร์ในแพ็กเกจยอดนิยมคือ ความเร็ว 100/50,  นั้นอยู่ที่ 599 และ 799 บาทต่อเดือนเท่านั้น

เหตุผลที่ 2 แพ็กเกจยอดนิยมนี้ มีราคาค่าบริการเฉลี่ยแล้วถูกกว่าแพ็กเกจ 1 Gbps เกือบ 3 เท่าก็เพราะว่าเป็นตลาด Red Ocean ที่ผู้ให้บริการบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตเกือบทุกเจ้าใช้เป็นจุดขายในการดึงคน จึงทำให้เกิดสงครามราคาตามมาในที่สุด

ธนภูมิ ภาคย์วิศาล ผู้อำนวยการและหัวหน้าสายงานการพาณิชย์ทรูออนไลน์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น อธิบายว่า ตลาดบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตในปัจจุบันมีการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งทำให้เกิดสงครามราคาตามมา เพราะฉะนั้นทางทรูออนไลน์จึงพยายามที่จะเพิ่มทางเลือกใหม่เพื่อดึงตัวเองออกจากสมรภูมิสงครามราคา ซึ่งเป็นที่มาของการเปิดตัวเทคโนโลยีและแพ็กเกจการให้บริการใหม่อย่าง True Gigatex Fiber

ธนภูมิ เล่าว่า ทรูออนไลน์ ใช้เวลาพัฒนาเทคโนโลยีอยู่นานกว่าจะมาเป็นนวัตกรรมใหม่อย่าง Gigatex Fiber Router

จุดเด่นของ Gigatex Fiber Router นี้ ก็คือเป็นทั้ง Router และ Access Point ที่สามารถรับ-ส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตระดับ 1 Gbps ผ่านสาย LAN และกระจายสัญญาณ WiFi  ได้ที่ความเร็ว 800 Mbps ในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องซื้อเพิ่มอุปกรณ์ใดๆ เพื่อขยายสัญญาณอีก 

ด้วยความเร็วระดับ 1 Gbps ผ่านสาย LAN ทางผู้บริหารของทรูออนไลน์ อธิบายว่าผู้ใช้งานจะสามารถดาวน์โหลดหนังที่มีความละเอียดระดับ HD ความยาว 2 ชั่วโมง ในเวลาเพียง 36 วินาที และหนัง 4K ในเวลาเพียง 4 นาที, ดาวน์โหลดรูปภาพ จำนวน 150 รูป ภายใน 3 วินาที, ดาวน์โหลดเพลง 25 เพลง ขนาด 120 MB ใช้เวลาเพียง 1 วินาที และเกมออนไลน์ 1.5 GB เพียง 12 วินาที เท่านั้น

“ทุกวันนี้ทุกค่ายมีสายไฟเบอร์ความเร็ว 1Gbps ไปถึงหน้าบ้าน แต่พออยู่ในบ้านจะทำความเร็วได้ขนาดไหนต้องอยู่ที่อุปกรณ์ต่อเชื่อมว่าทำได้หรือไม่ ผมเชื่อว่าทั้งอุปกรณ์รับสัญญาณและเทคโนโลยีบนโครงข่าย Gigatex Fiber Router เป็นนวัตกรรมที่คู่แข่งไม่สามารถตามได้ทันในเร็วๆ นี้

เพราะเมื่อเทียบกับ Router ทั่วไปที่จะนิยมแยก Access Point ออกจากกัน เพื่อให้ได้สัญญาณสูงๆ แต่ Gigatex Fiber Router จะรวม 2 ฟังก์ชั่นเข้าไว้ด้วยเป็น Smart Router ที่มีเทคโนโลย MIMO Tech รองรับ WiFi AC2100 มี 4 ช่องสัญญาณ WiFi สามารถรับ-ส่งสัญญาณได้ดีกว่า”

 

ที่น่าสนใจก็คือ การเปิดตัว Gigatex Fiber Router ครั้งนี้ทางทรู ออนไลน์สามารถทำราคาแพ็กเกจลงมาเหลือเพียง 899 บาทต่อเดือน แต่ถ้าต้องการสมัครพร้อม กล่อง TrueID TV สำหรับรับชมฟุตบอลลีกดัง รวมถึงพรีเมียร์ลีก และรายการบันเทิงระดับโลก ก็สามารถจ่ายเพิ่มอีกเพียง 100 บาทต่อเดือนเท่านั้น

นั่นก็เท่ากับว่าแพ็กเกจเริ่มต้นของ Gigatex Fiber Router จะแพงกว่าแพ็กเกจ 200/50 Mbps เพียง 100 บาทต่อเดือนเท่านั้น

ธนภูมิ อธิบายว่านโยบายการทำตลาดของทรู ออนไลน์ปัจจุบัน จะให้ความสำคัญกับทั้ง 2 ด้านคือ การหาลูกค้าใหม่ และอัพเซลส์ลูกค้าเดิมให้เพิ่มความเร็วในการใช้งาน ซึ่งบริการใหม่ที่เปิดตัวในครั้งนี้ เชื่อว่าจะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้ง 2 ด้าน

ดังนั้นการเปิดให้บริการใหม่นี้ จึงเท่ากับเป็นการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม Premium ลงมายัง Premium Mass

เหตุผลที่ทรูต้องรีบเดินเกมครั้งนี้มาจาก 4 ปัจจัยหลักด้วยกัน คือ

1. การส่งมอบ Brand Experience ที่ไม่ได้ขายเรื่องความเร็วอย่างเดียว แต่จะเน้นเรื่องการตอบโจทย์การใช้งานในบ้านให้ดีที่สุด จากความสามารถในการจัดการสัญญาณของ Gigatex Fiber Router

2. รองรับการเติบโตของเทรนด์ Multi Device ที่ปัจจุบันนี้ ในแต่ละบ้านมีอุปกรณ์ที่ต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตเพิ่มจาก 3-4 อุปกรณ์เป็น 8-10 อุปกรณ์แล้ว และในอนาคตก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นไปอีก ดังนั้นทรูออนไลน์จึงต้องออกแบบอุปกรณ์ที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการใช้งานอินเตอร์เน็ตในบ้านให้เชื่อมต่อได้หลากหลายอุปกรณ์พร้อมๆ กัน

3. เทรนด์การใช้งานสตรีมมิ่งเพื่อดูหนังและฟังเพลงจะทำให้มีปริมาณการใช้งานในเวลาเดียวกันที่สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

4. ทรูออนไลน์ เชื่อว่าในอนาคตบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตความเร็ว 1 Gbps จะกลายเป็นความเร็วพื้นฐาน ทางทรูออนไลน์จึงจำเป็นต้องรีบปักธงในตลาดนี้ก่อน ซึ่งถือเป็นการเซต New Standard ให้กับอุตสาหกรรม

ปัจจุบันนี้ ทรูออนไลน์ได้มีการขยายเครือข่ายความเร็ว 1 Gbps ครอบคลุม 77 จังหวัดแล้ว เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีเพียง 19 จังหวัด เพียงแต่อาจะยังไม่ครอบคลุมทุกอำเภอเท่านั้นเอง

ทุกวันนี้ ทรูออนไลน์มีลูกค้าประมาณ 3.5 ล้านราย โดยในจำนวนนี้เกิน 50% เป็นลูกค้าที่ใช้แพ็กเกจความเร็วอินเตอร์เน็ตเฉลี่ย 100-200 Mbps ซึ่งทรู ออนไลน์หวังว่าจะมีลูกค้าเปลี่ยนมาใช้แพ็กเกจ Gigatex Fiber Router เพิ่มมากขึ้น

การเปิดตัวครั้งนี้ ทางทรูออนไลน์ คาดการณ์ว่าจะทำให้รายได้ของปีนี้เติบโตประมาณ 11%

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.