LINE BANK ลุยธุรกิจธนาคารอินเตอร์เน็ตในไต้หวัน อีกก้าวสำคัญของ LINE ในวงการ FinTech

Jul 31, 2019 R.Somboon

กลุ่มความร่วมมือภายใต้ LINE Bank ประกาศในวันนี้ (31 ก.ค.62) ว่า บริษัทได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับดูแลการเงินไต้หวันในการจัดตั้งธนาคารอินเตอร์เน็ตอย่างเป็นทางการ

กลุ่มความร่วมมือภายใต้ LINE Bank ที่ประกอบด้วย LINE Financial Taiwan (49.9%), Taipei Fubon Bank (25.1%), CTBC Bank (5%), FarEasTone (5%), Standard Chartered Bank (5%), Taiwan Mobile (5%) %) และธนาคารยูเนี่ยนแห่งไต้หวัน (5%) ประกาศอย่างชัดเจนว่า เป้าหมายสำคัญของการร่วมมือในครั้งนี้จะอยู่ที่การมุ่งพัฒนาสร้างประสบการณ์ทางการเงินส่วนบุคคลใหม่ๆ ด้วยนวัตกรรมที่มีความปลอดภัย อันจะช่วยยกระดับการธนาคารเพื่อผู้บริโภคทุกคนอย่างแท้จริง โดย LINE Bank จะรับฟังเสียงผู้บริโภคอย่างใส่ใจ เดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งสู่การเป็นธนาคารที่ไว้วางใจได้เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในตลาดไต้หวัน พร้อมส่งเสริมบริการทางการเงินต่างๆ ให้ครอบคลุมบนธนาคารอินเตอร์เน็ต

ไต้หวันเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับ LINE ด้วยฐานผู้ใช้ที่สำคัญจำนวน 21 ล้านคน ดังนั้น การได้รับใบอนุญาตในการจัดตั้งธนาคารอินเตอร์เน็ตในไต้หวันถือเป็นก้าวสำคัญของ LINE ในวงการ FinTech และด้วยความร่วมมือระหว่างผู้นำธุรกิจด้านการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต การเงิน และโทรคมนาคมภายใต้องค์กร LINE Bank นี้ จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ตที่ดีที่สุดเพื่อทุกคนในไต้หวัน

ไฟแนนเชียลเซอร์วิส

Backbone ของไลน์ในไทย

แม้ในประเทศไทย ไลน์ จะยังไม่มีการประกาศแผนในการเปิด LINE Bank อย่างเป็นรูปธรรมออกมา แต่การให้บริการทางการเงินหรือ ไฟแนนเชียลเซอร์วิส ก็ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้การก้าวขึ้นไปเป็น “Super App” ของไลน์ มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ทั้งนี้ก็เพราะ บริการทางการเงิน ถือเป็น Backbone ที่จะมาร้อยเรียงการให้บริการต่างๆ ของไลน์กับผู้บริโภค หรือกับพันธมิตรที่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินค่าสติกเกอร์ การซื้อของผ่านอีคอมเมิร์ซ หรือการชำระค่าบริการต่างๆ ของไลน์แมน หากสามารถทำผ่านไฟแนนเชียล เซอร์วิสของไลน์ได้จะเข้ามาช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แบบในการให้บริการได้เป็นอย่างดี

ไม่เพียงเท่านั้น ไฟแนนเชียลเซอร์วิส ยังถือเป็นตัวช่วยในการเข้าถึงโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับไลน์ได้เป็นอย่างดี

หากย้อนไปดูที่ไทม์ไลน์ทางธุรกิจของไลน์ในเมืองไทยแล้ว จะพบว่า ไลน์เข้าสู่ธุรกิจไฟแนนเชียล เซอร์วิส ในเดือนมิถุนายน 2558 ด้วยการเปิดบริษัท ไลน์ เพย์ เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยให้ไปสู่การเป็น Cashless Society

ขณะที่กลยุทธ์ที่ไลน์ ใช้ก็คือการ Collaborate กับพันธมิตร โดยเฉพาะกับการเข้าไปสู่เคสที่มีจำนวนการใช้งานจริงเป็นจำนวนมาก ไลน์ เพย์ จึงเข้าไปร่วมทุนกับบีทีเอส ในเดือนมีนาคม 2559 เปิดเป็นบริษัท แรบบิท ไลน์เพย์  จำกัด หลังจากนั้นในอีก 2 ปีต่อมา บริษัท แรบบิท ไลน์เพย์ ก็มีการร่วมทุนกับเอไอเอส ที่มีบริการดิจิทัล วอลเลต คือเอ็มเปย์ อยู่ก่อนหน้า

นอกจากเรื่องของเพย์เม้นต์แล้ว ในปลายปีที่แล้ว ไลน์ยังมีการร่วมทุนกับธนาคารกสิกรไทย เปิดบริษัท กสิกรไลน์ จำกัด การร่วมทุนครั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทย จะลงทุนผ่านบริษัทลูก คือ บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด (KASIKORN VISION COMPANY LIMITED) หรือ เควิชั่น (KVision) ส่วนไลน์ จะเป็นการลงทุนผ่าน ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย ถือเป็นบริษัทแรกในกลุ่มบริษัทธนาคารกสิกรไทยที่ไม่ได้ถือหุ้น 100% 

การลงทุนดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้สามารถสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ายุคดิจิทัล โดยการร่วมทุนในครั้งนี้ เกิดจากความเชื่อมั่นในตัวพันธมิตรของทั้งคู่ โดยเชื่อมั่นว่าศักยภาพด้านดิจิทัลของ ไลน์ และประสบการณ์ของธนาคารด้านลูกค้ารายย่อย จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจธนาคาร และทำให้เกิดบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ในประเทศไทย

เมื่อมองมาที่เป้าหมายของบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัดแล้ว จะพบว่าผู้ใช้งานไลน์ จำนวน 44 ล้านคนในประเทศไทย คือกลุ่มเป้าหมายสำคัญในครั้งนี้ โดยเฉพาะกับกลุ่มมิลเลนเนียลที่คุ้นเคยกับการใช้สมาร์ทโฟนและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนโลกดิจิทัล ธนาคารกสิกรไทยและไลน์ จะร่วมกันสร้างแบรนด์ธนาคารบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใช้งานง่ายมาก มีความสนุก แตกต่างจากธนาคารรูปแบบเดิมโดยสิ้นเชิง ทำให้ลูกค้าสามารถใช้บริการของธนาคารบนไลน์ได้ทันที เช่น ขั้นตอนการสมัครใช้บริการของธนาคารที่ง่าย การโอนเงินที่สะดวก และกระบวนการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลที่รวดเร็ว

ถือยุทธศาสตร์ความร่วมมือที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของการใช้บริการทางการเงินบนโซเชียลมีเดียอย่างเต็มรูปแบบ.....

BANK

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.