3,648
VIEWS

ล้ำได้อีก Asava แตกแบรนด์ MOO เน้นเจาะตลาดแฟชั่นชาย

Jul 31, 2019 S.Vutikorn

หลายคนรู้จัก หมู - พลพัฒน์ อัศวะประภา จาก Asava Group ไลฟ์สไตล์และแฟชั่นแบรนด์ชื่อดัง อาทิ Asava แบรนด์เสื้อผ้าที่เน้นความสง่างามหรูหรา, Asv แบรนด์แฟชั่นที่เน้นความสนุกสนาน หรือแม้กระทั่ง Sava Dinning ร้านอาหารสุดหรูในคอนเซ็ปต์ Luxury Homecook Meal

ที่ผ่านมา Asava Group เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากคนในแวดวงแฟชั่นรวมถึงภาคธุรกิจที่มองเห็นเอกลักษณ์ของ Asava จนเกิดเป็นความร่วมมือในการทำ Collaboration มากมายกับหลายแบรนด์ระดับโลก อาทิ Electrolux, Mercedes Benz, Purra, Srichand, The Face Thailand, Cotton USA

ล่าสุดพลพัฒน์ อัศวะประภา ได้มีการเสริม Brand Portofino ให้กับ Asava Group ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ “MOO” อย่างเป็นทางการ

พลพัฒน์ อธิบายว่า MOO (หมู) เป็นแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์แบรนด์แรกที่ถ่ายทอดความชัดเจนในสไตล์ส่วนตัวและความใส่ใจในทุกรายละเอียดของชีวิตในแบบฉบับของตัวเอง

“MOO ก่อตั้งขึ้นจากความใฝ่ฝันและความหลงใหลที่มีต่อเสื้อผ้าที่อยากจะนำเสนอความเชื่อและความชื่นชอบนั้นผ่านผลงานการออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายในสไตล์ Urban Casual ที่มีความเรียบง่ายในแบบสุภาพบุรุษ และสวมใส่สบายในชีวิตประจำวันโดยแฝงดีเทลและผสมสานกลิ่นอายความวินเทจเข้าไว้ด้วยกัน หาก asava คือความสง่างามหรูหรา asv คือ ความสนุกสนาน MOO ก็เปรียบได้กับการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตอีกพาร์ทหนึ่งในแบบฉบับของตัวเอง”

นอกเหนือไปจากภาพลักษ์ที่เป็นทางการ และความโก้หรู ในลุคสูทที่เห็นอยู่เป็นประจำ อีกด้านหนึ่งของ หมู - พลพัฒน์ คือมุมสบายๆ ที่มีสไตล์ที่ชัดเจนอันเป็นหัวใจสำคัญที่ถ่ายทอดออกมาเป็น MOO 2019 / 1 ในครั้งนี้ ทั้ง ทีเชิ้ต เสื้อโปโลลายทาง แจ๊คเกต สเวตเชิ้ต ชุดนอนและชุดคุลม ไปจนถึงแอคเซสเซอรี่อย่าง กระเป๋า Tote Bag หมวกแก๊ป หมวกทรงบัคเก็ต หรือผ้าพันคอ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการแต่งตัวที่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้ในหลายๆที่และหลายโอกาส เป็นสิ่งที่บ่งบอกตัวตนอีกด้านหนึ่งในวันสบายๆที่แฝงไปด้วยความสนุกสนานของหมู - พลพัฒน์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ MOO ในครั้งนี้ที่ไม่ได้หมายถึงแค่ตัวตนและสไตล์ของหมู - พลพัฒน์แต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ยังเล่นกับคำว่า “หมูหมู” ที่สะท้อนถึงรูปแบบและมุมมองของแบรนด์ที่อยากทำให้การแต่งตัวในทุกๆวันเป็นเรื่องหมูหมูเข้าใจง่าย

โดยในคอลเล็กชั่นนี้ยังสอดแทรกอิทธิพลของเสื้อผ้าสไตล์อเมริกันวินเทจ และเวิร์คแวร์ (Workwear) ที่มีดีไซน์ที่เน้นฟังก์ชั่นและประโยชน์ใช้สอย ความเก่าที่มีเรื่องราวคือรายละเอียดและเสน่ห์ในการแต่งตัวอีกอย่างหนึ่งที่บ่งบอกตัวตนและสะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวของผู้สวมใส่ เป็นความหล่อในแบบฉบับสบายๆอย่างที่ผู้ชายควรจะเป็น

ที่น่าสนใจก็คือโมเดลการทำธุรกิจของแบรนด์ MOO ใช้วิธีคิดแบบไลฟ์สไตล์แพลทฟอร์มที่จะเห็นความร่วมมือกันของ MOO และแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ของประเทศไทย

ในคอลเล็กชั่นเปิดตัวครั้งนี้ พลพัฒน์ ได้ร่วมงานกับบริษัทยีนส์สัญชาติไทยอย่าง Mc Jeans ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่เป็นตำนานของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยในครั้งนี้ได้มีการหยิบเอาไอเทมหลักในชีวิตประจำวันของทุกๆคนอย่าง ยีนส์ มาปรับให้มีลูกเล่นน่าสวมใส่มากยิ่งขึ้นภายใต้การออกแบบของ MOO ให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นถึงฝีไม้ลายมือและผลงานคุณภาพของคนไทยด้วยกัน เกิดเป็นเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ไอเท็มที่เข้าถึงได้ง่ายและสามารถอยู่ในชีวิตของทุกคนได้ในหลากหลายโอกาส ดังแนวคิดหลักที่เป็น

หัวใจของ MOO คือ “The Story of MOO MOO - เรื่องหมูหมู เพราะ อยากให้เรื่องของ MOO เป็นเรื่องหมูหมูของทุกๆ คน”

พร้อมกันนี้ พลพัฒน์ยังได้มีการเปิดตัว Pop-Up Store ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 โซน Eden เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายเสื้อผ้าคอลเล็กชั่น MOO 2019 / 1 ในระหว่างวันที่ 1 – 4 สิงหาคม 2562 นี้อีกด้วย

คอลเล็กชั่น MOO 2019 / 1 มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

 

Silhouettes

กลิ่นอายของความเป็นอเมริกันวินเทจ (American Vintage) และเสื้อผ้าสไตล์เวิร์คแวร์ (Workwear) ได้ถูกนำมาดัดแปลงให้เกิดความร่วมสมัย ทั้งเวิร์คแวร์แจ๊คเกต (Workwear jacket) ที่ผสมผสานประโยชน์การใช้สอยและความคลาสสิควินเทจเข้าไว้ด้วยกัน สามารถสวมใส่ได้ทั้งในวันทำงานและในวันสบายๆได้อย่างลงตัว เสื้อผ้าผู้ชายในคอลเลคชั่นนี้ยังสะท้อนถึงความเป็น Preppy Style ที่ได้รับอิทธิพลมาจากการแต่งกายของนักศึกษาชาวอเมริกันในมหาวิทยาลัยชั้นนำที่เรียกกันว่า Ivy League ที่ให้ลุคแบบสุภาพบุรุษในสไตล์สมาร์ทแคชชวลอย่าง เสื้อโปโล (Polo Shirt) และกางเกงขาสั้น อีกทั้งในคอลเลคชั่นนี้ยังประกอบไปด้วยเบสิกซิลูเอทที่พิถีพิถันใส่ใจในรายละเอียดอย่าง ทีเชิ้ต ยีนส์ ฮู้ดดี้ และซิกเนเจอร์ซิลูเอทอย่าง ชุดนอน และชุดคลุม (Bathrobe) ที่ไม่ได้ถูกจำกัดการใช้งานอยู่แค่ในห้องนอนแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

Techniques and Details

การตัดเย็บที่พิถีพิถันและวัถุดิบที่มีคุณภาพคือสิ่งที่เป็นหัวใจหลักที่ทางแบรนด์ยึดมั่นในความเรียบง่ายของลุคสบายๆแฝงไปด้วยลูกเล่น และรายละเอียดที่ไม่เหมือนใคร กลิ่นอายของเสื้อผ้าวินเทจยังสะท้อนให้เห็นผ่านการเลือกใช้เทคนิคการฟอก (Garment wash) เพื่อให้เกิดเสน่ห์และเอฟเฟ็กต์บนเนื้อผ้าที่แตกต่างไปจากเสื้อผ้าสมัยใหม่ที่ทุกอย่างเป็นอุตสหกรรมและขาดเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงเทคนิคการตัดต่อสี(Color blocking) และลูกเล่นการสอดแทรกเนื้อผ้าทีมีลวดลายเข้าไว้ด้านในตัวนอกซึ่งเป็นชิ้นเบสิก

Fabrics and Colors

เนื้อผ้าที่เลือกใช้ในคอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วยลวดลายเบสิคที่ขาดไม่ได้อย่าง ผ้าลายทาง (Stripe) และผ้าทอลายริ้ว (Pinstripe) รวมไปถึง ผ้าลายพิมพ์ Bandana ที่เป็นลายโปรดของหมู - พลพัฒน์ ช่วยเพิ่มกลิ่นอายความวินเทจ และความสนุกสนานให้กับการแต่งตัวได้เป็นอย่างดี และหากกล่าวถึงลุคลำลองสำหรับผู้ชายสิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ ยีนส์ ความพิเศษของคอลเลคชั่นนี้อยู่ที่การใช้ผ้ายีนส์คุณภาพสูงจาก Mc Jeans เช่น ผ้ายีนส์สีกรมท่า และผ้าแชมเบรย์ (Chambray) ที่มีลักษณะคล้ายผ้าเดนิมสีฟ้าอ่อนที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติระบายอากาศได้ดีเหมาะกับการสวมใส่ในทุกๆวัน โทนสีที่เลือกใช้ประกอบไปด้วยโทนสีคลาสสิคที่สวมใส่ได้ในทุกๆวันอย่าง สีขาว สีดำ สีเทา สีเบจและสีน้ำเงิน รวมไปถึงสีแดงเบอร์กันดี (Burgundy) สีเขียวโอลีฟ (Olive green) ผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างสมดุลเกิดเป็นโทนสีที่สะท้อนถึงความสดใหม่ในสไตล์มาสคิวลีนได้อย่างลงตัว

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.