AreaInsider: ทองหล่อ ยังเป็นทำเลน่าอยู่-น่าลงทุนอยู่ไหม?

Jul 26, 2019 -None-

ทองหล่อหนึ่งในทำเลศักยภาพบนถนนสุขุมวิทตอนกลาง ที่เต็มไปด้วยแหล่งงาน ย่านกิน ดื่ม เที่ยว ไปจนถึงที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ ที่สำคัญคือมีทั้งถนนและรถไฟฟ้าเชื่อมต่อศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ หรือ CBD อย่างอโศก พระราม 9 ได้อย่างง่ายดาย จึงเรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมความสะดวกสบายในรูปแบบต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองได้อย่างครบครัน 

ผลสำรวจจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ REIC เผยว่าทำเลสุขุมวิทตอนกลางเป็น 1 ใน 5 ทำเลทองในกรุงเทพฯ ที่มีการปรับราคาคอนโดฯขึ้นสูงสุด โดยเพิ่มขึ้น 21.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ราคาปรับลดลง 12.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2561  

 

ในปี 2562 ย่านนี้ยังมีผู้ประกอบการหลายรายเตรียมตัวเปิดโครงการใหม่ ในภาพรวมราคาที่ดินทองหล่อปรับขึ้น 15% ส่งผลต่อราคาคอนโดฯ เปิดขายใหม่ปรับขึ้น 10% สูงกว่าราคาขายเฉลี่ยในปี 2560 ที่ปรับขึ้น 8.2% ภาวะราคาที่ดินทองหล่อ บางแปลงซื้อขายสูงกว่า 2.86 ล้านบาท/ตารางวา แปลงที่ไม่สามารถทำตึกสูงได้ราคา 5-8 แสนบาท/ตารางวา ที่ดินติดถนนทำตึกสูงได้ย่านเอกมัยราคาขยับไปถึง 6 แสน-1 ล้านบาท/ตารางวา ปัจจุบันราคาที่ดินในย่านนี้เพิ่มสูงขึ้นถึง 200% จากช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โครงการที่พบส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมหรู High Rise ราคาเริ่มต้น 5-6 ล้านบาทขึ้นไปจนถึงหลายสิบล้านบาท ขึ้นอยู่กับการออกแบบห้องชุดสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และขนาดพื้นที่

สำหรับภาพรวมราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 200,000-250,000 บาท โดยราคากลาง (Median Asking Price) จากฐานข้อมูลของDDpropertyเว็บไซต์สื่อกลางซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย อยู่ที่ 164,491 บาทต่อตารางเมตร ดัชนีราคาปรับขึ้น 1.74% จากไตรมาสก่อนหน้า

โครงการแนวราบที่เปิดขายในย่านนี้เป็นกลุ่มลักซ์ชัวรีขึ้นไปเช่นเดียวกับคอนโดฯ โดยบ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้นที่ 40 ล้านบาทไปจนถึง 100 ล้านบาทก็มี ราคากลางอยู่ที่ 109,195 บาทต่อตารางเมตร ดัชนีราคาลดลงเล็กน้อย 2.94% จากไตรมาสก่อนหน้า

ด้านตลาดเช่าพบว่าค่าเช่าบ้านเดี่ยวเริ่มต้นที่ 65,000-80,000 บาท/เดือน ส่วนทาวน์โฮมค่าเช่าเริ่มต้นที่ 50,000 บาท/เดือนส่วนใหญ่เป็นรูปแบบ 2-3 ชั้น โดยโครงการแนวราบให้เช่าย่านนี้ค่อนข้างพิเศษตรงที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้ามากนัก ด้านคอนโดฯค่าเช่าเริ่มต้นที่ 20,000-28,000 บาท/เดือนสำหรับห้อง Studio และ 25,000-45,000 บาท/เดือนสำหรับ 1 Bedroom ซึ่งทั้ง 2 ขนาดเป็นรูปแบบคอนโดฯที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

หากมองเรื่องการลงทุนไว้ ย่านนี้ก็ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมาก เนื่องจากมีดีมานด์ที่มีกำลังซื้อสูงทั้งตลาดซื้อและตลาดเช่า ผลตอบแทนจากการเช่าหรือ Rental Yield เฉลี่ยอยู่ที่ 5-6% ต่อปี ส่วนราคาขายมีการปรับขึ้นเรื่อย ๆ ราว 4-8% ต่อปี (Capital Gain) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงและมีเสถียรภาพอย่างมาก

 

แม้ทองหล่อจะเป็นถนนที่มีความยาวเพียง 2.5 กม. และหลายคนมองว่าแทบจะไม่เหลือที่ดินแปลงใหญ่พอที่จะพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ขึ้นอีกในย่านนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าทำเลนี้ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อช่วงต้นปี 2562 บมจ. แชงกรี-ลา โฮเต็ล ได้มีการซื้อที่ดินขนาด 658 ตารางวาในย่านทองหล่อในมูลค่าที่สูงเป็นประวัติการณ์สำหรับการซื้อที่ดินเพื่อไปพัฒนาโรงแรม นั่นคือ ประมาณ 1.9 พันล้านบาท หรือราว 2.86 ล้านบาทต่อตารางวา* 

รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัยที่เปิดตัวในทำเลนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิโครงการไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อคอนโดมิเนียม สูง 45 ชั้น ที่ราคาเฉลี่ยแตะ 290,000 บาท/ตารางเมตร หรือเซจ ทองหล่อทาวน์โฮม 4 ชั้น รูปแบบซูเปอร์ลักซ์ชัวรี เปิดตัวด้วยราคาแรงถึง 28.9 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเหลือขายเพียงไม่กี่ยูนิต

และล่าสุดบริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ที่ร่วมทุนกับ ลิสต์ กรุ๊ป จากประเทศญี่ปุ่น เตรียมปักหมุดทำเลทองหล่อเปิด 2 โครงการ ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ได้แก่ โครงการวาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดฯ ลักซ์ชัวรีโลว์ไรซ์ 8 ชั้น ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 235,000-260,000 บาท/ตารางเมตร และโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” คอนโดฯ ลักซ์ชัวรีโลว์ไรซ์ 8 ชั้น ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 185,000-220,000 บาท/ตารางเมตร

ด้านโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่อย่างเดอะโมนูเม้นท์ ทองหล่อก็มีราคาเติบโตอย่างน่าสนใจ โดยปัจจุบันราคาแตะ 350,000 บาท/ตารางเมตร จากราคาเปิดตัวประมาณ 300,000 บาท/ตารางเมตร

ทองหล่อในปัจจุบันคือย่านสุดชิคที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงานที่ทันสมัย ร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งแฮงก์เอาท์ที่หลากหลาย แต่เชื่อหรือไม่ว่า ความเป็นมาของถนนเส้นนี้เมื่อย้อนกลับไปช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณนี้ถูกใช้เป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารญี่ปุ่น และนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ย่านนี้เป็นที่รู้จักอย่างดีในกลุ่มคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และในขณะเดียวกันทองหล่อยังเชื่อมระหว่างถนน 2 สายสำคัญ นั่นคือ ถนนสุขุมวิท และถนนเพชรบุรี แหล่งรวมความสะดวกสบายและแหล่งงานที่สำคัญของเมือง 

ทั้งนี้ด้วยความที่ทองหล่อเป็นย่านที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นจึงมีแหล่งช้อปปิ้งสไตล์ญี่ปุ่นมาปักหมุดในทำเลนี้หลายแห่ง ได้แก่ ร้านดิสเคานท์สโตร์ชื่อดังจากญี่ปุ่น ดองกิโฮเต้ (Don Quijote) เข้ามาปักธงเปิดสาขาแรกแบบ 24 ชั่วโมง บริเวณ ซ.ทองหล่อ 10 ในชื่อ Donki Mall ทองหล่อ และแหล่งช้อปปิ้งใหม่ล่าสุดอย่าง Ginza Thonglor บนชั้นที่ 2-3 ของโรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ ซึ่งมีทั้งร้านอาหาร, ร้านแบรนด์เนม, ร้านเสื้อผ้า, ร้านสปา และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านที่ชาวญี่ปุ่นมาเปิดเอง 

ด้านการเดินทางที่สำคัญ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเทา เส้นทางวัชรพล-พระโขนง-สะพานพระราม 9-ท่าพระ วิ่งผ่านเส้นทางย่านทองหล่อ ซึ่งเป็นโครงการที่ภาครัฐพยายามผลักดันให้เกิด แต่ความยากอยู่ที่การเวนคืนที่ดินในแต่ละพื้นที่เหล่านี้ เพราะที่ดินแต่ละย่านที่รถไฟฟ้าสายนี้ผ่าน ล้วนเป็นที่ดินที่มีราคาสูงมาก โดยเฉพาะย่านทองหล่อ จึงเป็นเส้นทางที่ยังไม่มีความคืบหน้า

 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีรถไฟฟ้าสายสีเทา หรือไม่มี ก็มีผลกับย่านทองหล่อไม่มากนัก เพราะย่านทองหล่อมีทั้งรถไฟฟ้า และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เพียบพร้อมอยู่แล้ว

แต่ประเด็นที่น่าจับตามองในย่านทองหล่อมากที่สุด นั่นคือพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและความร้อนแรงของราคาที่ดินย่านนี้ อาจมีส่วนกดดันให้เจ้าของร้านรวงเก่าแก่ บ้านเรือนเก่า เปลี่ยนมือไปสู่การพัฒนาใหม่ ๆ ทั้งในรูปแบบโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ ร้านค้าสมัยใหม่ และคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์มากขึ้น

โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นแนวโน้มดังกล่าวมากขึ้น เช่นเดียวกับคนที่มีที่ดินเก่าเก็บในย่านนี้ เริ่มนำที่ดินออกมาปัดฝุ่น ทำโครงการเองบ้าง หรือเปิดให้เช่าบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโครงการรีเทล เช่น ไลฟ์สไตล์มอลล์ คอมมูนิตี้มอลล์ ฯลฯ 

การใช้ชีวิตในย่านทองหล่อน่าจะเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่หลายคนชื่นชอบ และเหมาะกับกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยที่ชื่นชอบวิถีคนเมือง รักความรวดเร็วและสะดวกสบาย แน่นอนว่าค่าครองชีพในย่านนี้จะสูงกว่าย่านอื่น ๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คุ้มค่าไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการบริการ การศึกษา การรักษาพยาบาล หรือแม้แต่งานยิบย่อยอย่างเช่นการส่งของ ทุกอย่างจะมีความพิถีพิถันมากกว่าปกติไปอีกระดับหนึ่ง เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความเป็นคนพิเศษ 

นอกจากนี้ คุณสามารถรับชมความเปลี่ยนแปลงล่าสุดของ ‘ทองหล่อ’ และค้นหาคำตอบว่าทำไม "เค้าว่าดี" ในรูปแบบวิดีโอได้ในCity Living, Local Life seriesบนYoutube

รู้จักกับ DDproperty

DDproperty (ดีดีพร็อพเพอร์ตี้) เป็นเว็บไซต์สื่อกลางซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย และเป็นเว็บไซต์ในเครือ PropertyGuru Group (พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป) ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเอเชีย โดยในแต่ละเดือน DDproperty ได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่กำลังค้นหาบ้านเข้ามาเยี่ยมชมและใช้บริการบนเว็บไซต์กว่า 3 ล้านราย

พร็อพเพอร์ตี้กูรูและบริษัทในเครือช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยทั่วภูมิภาคได้เข้าถึงรายการประกาศขาย-เช่าที่มีมากกว่า 2 ล้านรายการ อีกทั้งยังมีข้อมูลเชิงลึกและโซลูชั่นต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคในสิงคโปร์, มาเลเซีย, ไทย, อินโดนีเซีย และเวียดนาม ใช้ประกอบการตัดสินใจครั้งสำคัญได้อย่างมั่นใจ

PropertyGuru.com.sg เริ่มให้บริการครั้งแรกในปี 2550 ด้วยการปฏิวัติตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ด้วยการนำระบบออนไลน์เข้ามาใช้และช่วยให้การหาบ้านมีความโปร่งใสมากขึ้น ในช่วงเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา พร็อพเพอร์ตี้กูรูได้พัฒนาและเติบโตจากสื่ออสังหาฯ ชั้นนำของภูมิภาคมาเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูง มีเว็บไซต์สื่อกลางอสังหาฯ อันดับ 1 อยู่ภายใต้การบริหาร มีแอปพลิเคชั่นที่มีรางวัลเป็นเครื่องการันตีคุณภาพ มีแพล็ตฟอร์มที่ดีที่สุดเพื่อช่วยส่งเสริมการขายให้กับผู้พัฒนาอสังหาฯ อย่าง PropertyGuru FastKey อีกทั้งยังมีบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาฯ ที่สำคัญ ๆ อาทิ การจัดงานแจกรางวัลด้านอสังหาฯ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด รวมไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วภูมิภาคเอเชีย

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu