5,051
VIEWS

Olympic Tokyo 2020 กับการทำ Storytelling แบบฉบับวัฒนธรรมญี่ปุ่น

Jul 17, 2019 P.Patikom

มหกรรมกีฬาโอลิมปิกถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดในการสร้างประเทศอย่างจริงๆ จังๆ เป็นครั้งแรกใน Los Angeles 1984
 หลังจากนั้นก็มีหลายประเทศ หลายเมืองพยายามที่จะใช้วิธีนี้ในการโปรโมท

Seoul 1988 ก็ถือเป็นว่าระแห่งชาติของเกาหลีใต้และสามารถสร้างแบรนด์เกาหลี อาทิ Samsung, LG, Hyundai ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับไปทั่วโลก

ประเทศจีนก็ใช้โอลิมปิก Beijing 2008 ในการโปรโมทประเทศ อาทิ Lenovo, Bank of China, Haier, Tsingtao

มาจนถึงมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อน Tokyo 2020 จะจัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม ปี 2020

ว่ากันว่า Tokyo 2020 ที่จะถึงนี้จะเป็นการทำ Storytelling ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่นและของมหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติ

Storytelling ที่น่าสนใจของ Tokyo 2020 มีทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันแรกของการรับธงเพื่อเป็นเจ้าภาพต่อจาก Rio 2016 ที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ

ในพิธีปิด Rio 2016 สายตาของผู้ชมทั่วโลกที่ดูถ่ายทอดสด ส่วนใหญ่จะรู้สึกไปในทางเดียวกันว่าคณะกรรมการโอลิมปิกของญี่ปุ่นขโมยซีนพิธีปิดของเจ้าภาพไปเกือบหมด จากการที่ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นลงทุนแต่งตัวเป็น ซูเปอร์ มาริโอ คาแร็กเตอร์การ์ตูนจากเกมชื่อดังของญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับแก๊งการ์ตูนและเกมชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นโดราเอมอน, แพคแมน, เฮลโล คิตตี้, กัปตันซึบาสะ

ทั้งหมดที่คนทั่วโลกเห็นนั้น มีเบื้องหลังมาจากวิธีคิดในการสร้าง Story จาก Asset เดิมของประเทศญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว คือ เกมและการ์ตูน

 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีการทำ Storytelling โดยอิงไปกับกระแส Sustainable Development โดยเฉพาะในเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง

เริ่มจากทางคณะกรรมการจัดงานการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก Tokyo 2020 และกีฬาพาราลิมปิก มีแนวคิดที่จะผลิตเหรียญรางวัลของนักกีฬาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกทิ้งแล้ว อย่างเช่น จากสมาร์ทโฟน, แลปท็อป และอุปกรณ์ Gadget อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเรื่องนี้เป็นแถลงการณ์ที่ชัดเจนบนพื้นฐานวิธีคิดการพัฒนาแบบยั่งยืน ผู้จัดงานได้วางแผนที่จะเก็บรวบรวมโลหะบรอนซ์ 2,700 กิโลกรัม ทองคำ 30.3 กิโลกรัม และเงิน 4,100 กิโลกรัม โดยเชิญชวนประชาชนบริจาคโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อื่นๆ คณะกรรมการจัดงานได้ประกาศว่าจะบรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จในการทำเหรียญรางวัลโดยใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ถูกทิ้ง

การเก็บรวบรวมของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ไม่ใช้แล้ว เพิ่งจะสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา

จนถึงปัจจุบันได้มีการรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์แล้วเกือบ 48,000 ตัน รวมถึงโทรศัพท์มือถือที่ใช้แล้ว 5 ล้านเครื่อง

ความคืบหน้าล่าสุดของ Tokyo 2020 ก็คือ ทางคณะกรรมการโอลิมปิกของญี่ปุ่นกำลังทำ Storytelling ครั้งใหม่ผ่านสิ่งที่เรียกว่า “คบเพลิงโอลิมปิก” เครื่องมือที่ใช้เปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ ที่เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่จะถูกส่งไปเพื่อวิ่งคบเพลิงทั่วโลก

 

คราวนี้เราลองมาดูรายละเอียดกัน

Design

คบเพลิงโอลิมปิก Tokyo 2020 ประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่างของวัฒนธรรมญี่ปุ่น และตอกย้ำการถ่ายทอดแนวคิดของ Olympic Tokyo 2020 ที่ว่า “Hope Lights Our Way (แสงแห่งความหวังส่องทางของเรา)

แนวคิดดังกล่าว ได้ออกแบบมาเพื่อนำคนญี่ปุ่นได้พบปะกัน สื่อสารข้อความเกี่ยวกับการสนับสนุน, การยอมรับ และการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน, ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของโอลิมปิกในการส่งเสริมสันติภาพและความหวังสู่โลกในช่วงที่ “ดอกซากุระ” ที่โด่งดังของญี่ปุ่นผลิบานในเดือนมีนาคม พร้อมๆ กับการเริ่มต้นการถ่ายทอดการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกพอดี

รูปทรงของคบเพลิงโอลิมปิก Tokyo 2020 นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกซากุระ "Sakuramon" แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ส่วนรูปทรงของคบเพลิงมาจากองค์ประกอบของกระบอกห้ากระบอกรวมอยู่ด้วยกันซึ่งเป็นตัวแทนของกลีบดอกซากุระ

ในส่วนของเปลวไฟเกิดขึ้นจากกลีบดอก แต่ละกลีบซึ่งอยู่รวมกันเป็นจุดศูนย์กลางของคบเพลิง ทำให้เกิดความสว่างมากขึ้น มีการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีจำนวนมากในส่วนการเผาไหม้เพื่อสร้างเปลวไฟให้คบเพลิงรวมถึงตัวเร่งปฏิกิริยา

การสร้างคบเพลิงสร้างด้วยจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม รูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ของคบเพลิงนั้นเกิดขึ้นได้โดยการใช้เทคโนโลยีการอัดขึ้นรูปอะลูมิเนียมที่ทันสมัย แบบเดียวกับที่ใช้ในการผลิตรถไฟหัวกระสุน (Bullet Train) ของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก            

คบเพลิงที่จะใช้ใน Tokyo 2020 ยังรวมแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการใช้เศษอะลูมิเนียมจากที่อยู่อาศัยชั่วคราวที่สร้างขึ้นหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น (Great East Japan Earthquake) ซึ่งเป็นวัสดุที่เคยใช้เพื่อช่วยสร้างชีวิตประชาชนที่ประสบภัย จะถูกนำมาใช้เพื่อแพร่กระจายข้อความแห่งความหวังและการพลิกฟื้นคืนสภาพเดิม

เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ในการเฉลิมฉลองความเป็นเอกภาพในความหลากหลาย คบเพลิงถูกออกแบบมาเพื่อให้จับถือได้ง่ายสำหรับทุกคน ประกอบด้วยน้ำหนักและรูปร่างที่ง่ายต่อการจับ และมีเครื่องหมายระบุตำแหน่ง เพื่อช่วยผู้ที่มีความบกพร่องในการมองเห็นรู้ว่าด้านใดเป็นด้านหน้าของคบเพลิง

 

Emblem

สำหรับสัญลักษณ์คบเพลิงโอลิมปิกที่ถ่ายทอดออกไป (Olympic Torch Relay Emblem) เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นเช่นเดียวกับคบเพลิง ก็ถูกสร้างขึ้นจากสามรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่จัดเรียงเพื่อแสดงถึงเปลวไฟที่เคลื่อนไหวของคบเพลิง

นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิคการพิมพ์ด้วยบล็อกไม้แบบ "Ukiyo-E" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม "Fukibokashi" เพื่อสร้างโทนสีแห่งความสำเร็จสองสี

หนึ่งในนั้นคือ "Vermilion" สร้างภาพลักษณ์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังความรักและความหลงใหล และถูกรวมเข้ากับ "Ochraceous" ซึ่งชวนให้นึกถึงโลก ที่สร้างสรรค์ความรู้สึกรื่นเริง การรวมกันของพวกมันได้สร้างสรรค์ผลกระทบของเปลวไฟ

Ambassadors

Olympic Tokyo 2020 ได้ประกาศตัวฑูต หรือผู้วิ่งถือคบเพลิงโอลิมปิก ซึ่งจะมีการถ่ายทอดให้ผู้คนทั่วโลกได้รับชมไปบ้างแล้ว ซึ่งรายชื่อของผู้วิ่งถือคบเพลิงที่สำคัญๆ ได้แก่ผู้ชนะเหรียญทองยูโดโอลิมปิค Tadahiro Nomura, นักกีฬาโอลิมปิกคนพิการ (Paralympian) ที่ร่วมแข่ง 3 ครั้ง Aki Taguchi, นักแสดงหญิง Satomi Ishihara และ คู่ดาราตลกที่โด่งดัง Sandwich Man

เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำ Storytelling ของ Olympic Tokyo 2020 ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

Olympic Tokyo 2020 นี้ นอกจากเหรียญรางวัล แล้วยังมีอีกเดิมพันสำคัญของประเทศและแบรนด์ญี่ปุ่น คือ การพิสูจน์ความสามารถในการแข่งขันของประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน

ว่าจะกลับมายิ่งใหญ่เกรียงไกรเหมือนในอดีตได้หรือไม่?

 

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.