กระทรวงพาณิชย์จัดงาน“หัตถศิลป์ ถิ่นแพรไหม”ย้ำวิถีไทย ใส่นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มเสริมการท่องเที่ยว

Jul 15, 2019 -None-

การจัดงาน “หัตถศิลป์ ถิ่นแพรไหม” ภายใต้โครงการยกระดับการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าไหมสู่แหล่งท่องเที่ยว ดำเนินงานโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จัดขึ้นครั้งแรกที่จังหวัดอุดรธานี ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมจากกรมฯ มาร่วมออกบูธแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ซื้อและมียอดจำหน่ายเป็นจำนวนมาก

การจัดงานแสดงสินค้าดังกล่าวเป็นภารกิจต่อเนื่องหลังจากที่กรม ได้เดินสายนำผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ เช่น ดีไซเนอร์ นักการตลาด ผู้เชี่ยว ชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ 3 ภูมิภาค ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมที่สำคัญ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำ โดยเน้นการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบใหม่ๆ ปรับโครง สร้างการผลิตเพื่อขยายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยให้มีความหลากหลายครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการสร้างแรงดึงดูดความสนใจของลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้กับผู้ผลิตผ้าไหมทั่วทุกภูมิภาค รวมทั้งเปิดช่องทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ช่องทางการตลาดออนไลน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเปิดรับสื่อของกลุ่มเป้าหมาย ผลักดันให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงและสัมผัสประสบการณ์ความงดงามของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่ผลิตขึ้นด้วยความประณีตของผู้ผลิตที่มีความตั้งใจ เพื่อส่งมอบสินค้าที่ดีมีคุณภาพสู่ลูกค้าที่รักในการสวมใส่ผ้าไหม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

ลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  กล่าวว่า “กรมฯ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างโอ กาสทางการตลาดและเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ผลิตผ้าไหมของไทย โดยการนำผู้เชี่ยวชาญแต่ละแขนงลงพื้น ที่เพื่อให้คำแนะนำแบบครบวงจร ทั้งด้านการพัฒนาการผลิต การบริหารจัดการ การตลาด และการใช้เทค โนโลยีเข้ามาช่วยส่งเสริมและเพิ่มมูลค่าการผลิต ซึ่งหลังจากที่ได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว กรมคาดหวังว่าจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมีมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้น มีความต้องตาต้องใจ จนทำให้ต้องซื้อ ซึ่งจะเป็นการช่วยให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการมีกำลังใจในการผลิตและสร้างสรรค์งานฝีมือเช่นนี้ต่อไป นอกจากนี้ยังได้มีการเชื่อมโยงการพัฒนาเส้นทางสายไหมสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ตามยุทธ ศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการผ้าไหมท้องถิ่นอีกด้วย นับเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอพื้นบ้านของไทยไปพร้อมกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย

หัวใจสำคัญของการพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผ้าไหมไทย คือการปรับแนวทางการผลิต ใส่ความคิดสร้างสรรค์ และนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าไหมให้มีความหลากหลาย ทันสมัย สวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ พร้อมทั้งการดูแลรักษาที่ง่าย ซึ่งจะเป็นการช่วยยกระดับผ้าไหมไทยให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในท้องตลาดได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ไม่ได้ผลิตขึ้นเพียงเพื่อจำหน่ายเป็นผืน หรือเพียงเพื่อนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ในโอกาสสำคัญของผู้ใช้เท่านั้น ผู้ผลิตที่มีแนวคิดเชิงนวัตกรรมสามารถสรรหาวิธีการเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของตนเองได้ นอกเหนือจากการออกแบบลายผ้าให้น่าสนใจด้วยเทคนิคเฉพาะตัวของผู้ผลิตแล้ว เมื่อได้ผ้าออกมาเป็นผืนที่สวยงามแล้ว ก็สามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อประโยชน์ใช้สอยของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน อาทิ กระเป๋าสะพายสำหรับสตรี กระเป๋าสตางค์ สร้อยคอ ต่างหู รองเท้า เนคไท สำหรับสุภาพบุรุษ หรือจะเป็นสินค้าตกแต่งบ้าน เช่น ปลอกหมอน ผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าคลุมเตียง กล่องใส่ของอเนกประสงค์ที่บุด้วยผ้าไหม ฯลฯ กล่าวได้ว่าการที่ผู้ผลิตสามารถสร้างสรรค์ต่อยอดงานฝีมือจากผ้าผืนธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าประเภทอื่นๆ ที่มีความทันสมัยได้นั้น เท่ากับว่าเป็นการส่งมอบประสบการณ์ให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับการใช้ผ้าไหมในชีวิตประจำวันมากขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมได้อย่างมากมาย

“จึงขอเชิญชวนแฟนพันธุ์แท้ผ้าไหมไทย และประชาชนทั่วไป อุดหนุนผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยสวยๆ จากผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค  และส่งเสริมสนับสนุนให้อุตสาหกรรมผ้าไหมไทยมีความเข้มแข็ง เป็นการสืบสานอัตลักษณ์ผ้าไหมของแต่ละชุมชนให้คงอยู่คู่กับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ทรงคุณค่าผ่านเส้นไหมและลวดลายที่งดงาม สมกับคำที่ว่า “ผ้าไหมไทยสะท้อนเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย” รองอธิบดี กล่าวทิ้งท้าย

ความงดงามของผ้าไหมไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในกลุ่มคนรักผ้าไหมและประชาชนทั่วไป เช่น - ผ้าจกเมืองลอง จ.แพร่ - ผ้ายกดอก จ.ลำพูน - ผ้าจกแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ - ผ้าซิ่นตีนแดง จ.บุรีรัมย์ - ผ้าแพรวา จ.กาฬสินธุ์ - ผ้าโฮล จ.สุรินทร์ - ผ้าอัมปรก จ.สุรินทร์ - ผ้ากาบบัว จ.อุบลราชธานี - ผ้ามัดหมี่ลายแก้วมุกดา จ.มุกดาหาร - ผ้าสาเกต จ.ร้อยเอ็ด - ผ้าพุมเรียง จ.สุราษฎร์ธานี - ผ้ายกเมืองนคร จ.นครศรีธรรมราช - ผ้าจวนตานี จ.ปัตตานี ฯลฯ เป็นต้น

สำหรับงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ผ้าไหม “หัตถศิลป์ ถิ่นแพรไหม” จะมีการจัดขึ้นต่อเนื่องอีก 3 ครั้ง ได้แก่ 1) วันที่ 12-14 กรกฎาคม 2562 ณ ฮอลล์ 12 อิมแพค เมืองทองธานี 2) วันที่ 19-21 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จังหวัดเชียงใหม่ และ 3) วันที่ 26-28 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าระยอง จังหวัดระยอง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในภูมิภาคอื่นๆ ได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของไทยพร้อมชื่นชมผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยของผู้ประกอบการท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ผู้สนใจเข้าร่วมเยี่ยมชมงานและเลือกซื้อสินค้า สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn