เมื่อพฤติกรรมการซื้อสำคัญกว่ายอด Spending แสนสิริจึงขยับเข้า LazMall

Jul 12, 2019 P.Narata

วันนี้อาจยังไม่มีใครบอกได้ว่า เร็วเกินไปหรือเปล่า ที่ “ธุรกิจที่อยู่อาศัย” จะขยับตัวเองขึ้นไปอยู่บน E-Market Place ในฐานะร้านค้าออนไลน์ที่ลูกค้าสามารถทำ Online Booking ได้เหมือนไปยืนเขียนใบจองอยู่ที่สำนักงานขายในตัวโครงการ แต่ด้วยเพราะแนวทางการทำตลาดแบบ O2O ที่กำลังเกิดขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้วันนี้ผู้พัฒนาโครงการอสังหาหลายๆ ค่าย ก็เริ่มทยอยเปิดตัวในช่องทางดังกล่าว

ล่าสุด เกิดการจับมือกันระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่ อย่าง “แสนสิริ” และ “ลาซาด้า” ที่นำเอา “แสนสิริ ออฟฟิเชียล สโตร์” ไปไว้บน LazMall ของลาซาด้า เพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคัก อีกทั้งยังเป็นการขยายฐานลูกค้าทั้งในฟากของแสนสิริ และลาซาด้า ไปพร้อมๆ กัน

ก่อนหน้านี้ “อนันดา” ร่วมกับ Shopee เปิด Online Booking โครงการคอนโดมิเนียมที่ได้นำร่องไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตามมาด้วย “พฤกษา” ที่นำเสนอดีลพิเศษให้กับลูกค้าที่จองบ้าน ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมผ่านทาง Shopee เช่นกัน

แสนสิริ จึงมองว่า นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการขยับเข้าไปสู่ช่องทาง E-Market Place เพราะต้องเร่งเดินให้เร็วกว่าคู่แข่งหนึ่งก้าวเสมอ และถ้าไม่ทำในตอนนี้ก็ถือว่า “สายเกินไป” เสียแล้ว

โดย แสนสิริ และลาซาด้า ได้จัดช่วงเวลาพิเศษ “Lazada Midyear Festival” ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 17 กรกฎาคมนี้ ด้วยการนำเสนอ Special Deal ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 12 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป รับโค้ดส่วนลดการจองสูงสุด 3,000 บาท หรือลดกว่า 70 - 80% จากราคาจองในช่วงเวลาปกติ สำหรับการจองผ่าน Online Booking บน LazMall กับคอนโดมิเนียม 45 ยูนิต จาก 9 โครงการ สนนราคาเริ่มต้น 2 - 6 ล้านบาท

 

สร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่

“แสนสิริ” ได้ริเริ่มการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำการตลาดตั้งแต่ปี 2552 เป็นรายแรกในประเทศที่ทำ Digital Sales Kit บนหน้าจอมัลติทัช ช่วยให้การขายโครงการสะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการเปิดจองที่อยู่อาศัยผ่านทาง Sansiri Online Booking ในช่วงที่ผ่านมา 

ปิติ จารุกำจร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและบริหารกลยุทธ์โครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยแนวคิด Digital Transformation ของแสนสิริ ที่ต้องการจะตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคที่โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน การทำธุรกรรมต่างๆ เกิดขึ้นบนหน้าจอสี่เหลี่ยมทั้งที่เป็นสมาร์ทดีไวซ์ และเดสก์ท็อป ไม่เว้นแม้กระทั่งธุรกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นที่มาของการสร้างประสบการณ์การซื้อที่อยู่อาศัยในรูปแบบที่ง่ายขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแสนสิริในการเป็น Property Technology ที่แสนสิริให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง

“วันนี้แสนสิริสร้างอีกหนึ่งประสบการณ์ในการซื้อที่อยู่อาศัยที่ง่ายขึ้น ด้วยการจับมือกับลาซาด้าผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่มีฐานลูกค้าที่ใหญ่ที่สุด เพราะเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างพันธมิตรธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีความแข็งแกร่ง รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เติบโตมากขึ้นทุกปี แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลาย และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายคอนโดมิเนียมของแสนสิริได้เป็นอย่างดี”

หลังจากที่ แสนสิริ ออฟฟิเชียล สโตร์ เปิดให้บริการบน LazMall เพียง 2 สัปดาห์ ก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยมีผู้เข้าเยี่ยมชมร้านค้ากว่า 4,500 คน และผู้กดติดตามร้านค้าแล้วเกือบ 500 คน และด้วยวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกัน แสนสิริก็มั่นใจว่า จะสามารถสร้างยอดขายคอนโดมิเนียมได้ตามเป้าหมาย 21,600 ล้านบาท ในปีนี้

“ก่อนหน้านี้ เราเคยทำ Online Booking ในช่วง Pre-Sale โครงการ โควต้าที่ถูกแบ่งมาที่ Online Booking ก็มักถูกจองเต็มทุกโครงการ เพราะทุกคนจะเข้าถึงสต๊อกพร้อมกัน ทำให้เกิดความเป็นธรรม คนที่เข้ามาจองแล้วถ้าได้ก็จะเห็นทันทีว่าเขาได้ อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ช่วยกระจายสินค้าให้เข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ทำให้มั่นใจกับการเปิด แสนสิริ ออฟฟิเชียล สโตร์ บน LazMall ในครั้งนี้ เพราะเป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่แสนสิริไม่เคยเข้าถึงมาก่อนจากฐานลูกค้ากว่า 10 ล้านคน ของลาซาด้า ประเทศไทย เพราะหากมีลูกค้าลาซาด้าเพียงแค่ 1% แวะเข้ามาที่แสนสิริ ออฟฟิศเชียล ก็ถือว่าเป็นจำนวนมหาศาลแล้ว” 

แสนสิริ เชื่อว่า พฤติกรรมลูกค้าปัจจุบันสนใจจองออนไลน์ ในทำเลที่ศึกษาข้อมูลมาอย่างดีแล้ว ซึ่งกว่า 70% ของคนซื้อที่อยู่อาศัยจะเริ่มหาข้อมูลบนออนไลน์ ดูรีวิว ไปดูโครงการ ก่อนตัดสินใจซื้อบนออนไลน์อีกครั้ง ดังนั้นการมีช่องทาง Online Booking จะช่วยให้ลูกค้าสามารถจองซื้อผ่านออนไลน์ได้ตลอดเวลา

ปิติ ย้ำว่า “เพราะพฤติกรรมการซื้อเป็นเรื่องสำคัญมากกว่ายอด Spending” 

“การร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยสร้างโอกาสในการเก็บข้อมูล และพฤติกรรมลูกค้า ที่ลาซาด้า ประเทศไทย มีฐานข้อมูลอยู่กว่า 10 ล้านคน เพื่อศึกษาถึง Customer Journey ของคนเหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร ใช้ชีวิตอย่างไร ชอบอะไร ทำให้เรารู้จักกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น รู้แนวทางในการพัฒนาสินค้า รู้ว่าจะให้สิทธิพิเศษอะไรเพื่อให้ตรงกับความต้องการของเขา และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปทำ Digital Marketing ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น”

 

ขยายเซ็กเม้นต์ สร้างกลุ่ม High Involvement

ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า ลาซาด้าเป็นผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ มีความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือ นวัตกรรม และกลยุทธ์ในการส่งเสริมและผลักดันแบรนด์พันธมิตรให้ก้าวสู่การเป็น Super eBusinesses หรือสุดยอดธุรกิจออนไลน์ที่จะสามารถต่อยอดแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าออนไลน์ในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความสำเร็จร่วมกันในระยะยาว

“การร่วมมือกับแสนสิริในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภครุ่นใหม่ได้มีโอกาสเลือกซื้อคอนโดมิเนียมแสนสิริ พิเศษเพียง 45 ยูนิตเท่านั้น จาก 9 โครงการ ในยูนิตที่ดีที่สุด มั่นใจว่าจะเป็นช่องทางที่ช่วยให้แสนสิริต่อยอดทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงฐานลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยมาตรฐานและความพร้อมของแพลตฟอร์มลาซาด้า ที่จะช่วยให้การจองสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Booking) มีความเข้าถึงง่าย ปลอดภัย และรวดเร็ว 

นับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำการตลาดของกลุ่มผลิตภัณฑ์ High Involvement ราคาสูงบนช่องทาง E-Market Place เป็นสัญญาณที่ดีในการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้มีสีสัน ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าในยุคปัจจุบันที่เน้นความสะดวกสบายรวดเร็ว มีความเป็น Digital-savvy และสอดคล้องกับทิศทางการเริ่มต้นแบรนด์ใหม่ของลาซาด้า “Go Where Your Heart Beats” มีทุกสิ่งที่ใจค้นหาอีกด้วย

ลาซาด้ามีการทำงานกันอย่างใกล้ชิดกับแบรนด์ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ ออกแบบการสื่อสาร และปรับรูปแบบการนำเสนอตลอดระยะเวลาแคมเปญ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้โซลูชั่นทางการตลาด และกระดานแสดงผลข้อมูลทางธุรกิจของลาซาด้า (Business Advisor Dashboard) แสนสิริสามารถสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ผ่าน Customized Marketing สามารถจัดการหน้าร้านได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ บริหารสต๊อกสินค้า และวางแผนเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมหน้าร้านได้แบบเรียลไทม์ หรือแม้แต่การตัดสินใจเพิ่ม Brand Awareness ผ่านฟีเจอร์ต่างๆ ก็สามารถทำได้

ปัจจุบันลาซาด้ามีลูกค้าที่เป็นกลุ่มออฟฟิศเชียลสโตร์มากกว่า 800 ร้านค้า มีสินค้ามากกว่า 400 ล้านเอสเคยู ถัวเฉลี่ยการซื้อของลูกค้าลาซาด้าประมาณ 1,400 – 1,500 ต่อคนต่อเดือน และสินค้าขายดี Top 5 บนลาซาด้า ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ อิเล็กทรอนิกส์โมบาย แฟชั่น ผลิตภัณฑ์ความงาม และผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการขยายเซ็กเม้นต์ไปยังกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัยเป็นครั้งแรกของลาซาด้า

“สำหรับสินค้ามูลค่าสูงสุดที่มีการซื้อขายอยู่ในลาซาด้า ประเทศไทย มีอยู่หลายกลุ่มที่มีราคาเกินหลักแสนบาท จากร้านค้าที่เป็นออฟฟิศเชียล สโตร์ บน LazMall และมีฐานลูกค้าของแบรนด์นั้นๆ เข้ามาซื้อ เช่น ร้านกระเป๋าแบรนด์เนมจากยุโรป หรือ Apple Store มีแล็ปทอปราคาหลักแสนที่ขายได้ ส่วนที่ประเทศจีนสินค้าที่เป็นที่ดินก็ยังขายได้”

อย่างไรก็ตาม การร่วมมือระหว่างลาซาด้าและแสนสิริในครั้งนี้ ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจองหลากหลายคอนโดมิเนียมจากแสนสิริ เริ่มตั้งแต่กดติดตาม หรือ Follow แสนสิริ ออฟฟิเชียล สโตร์ บน LazMall รับคูปองส่วนลด 500 บาท สำหรับจองคอนโดมิเนียมแสนสิริ ในราคาจองเริ่มต้นเพียง 10,000 บาท พร้อมส่วนลดสูงสุด 2 ล้านบาท 

โดยในช่วงเวลาพิเศษของแคมเปญ “Lazada Midyear Festival” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 17 กรกฎาคมนี้ ได้มีการนำเสนอ Special Deal ในราคาพิเศษยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าที่เข้ามาทำ Online Booking ในช่วงนั้นอีกด้วย

“การร่วมมือกับแสนสิริในครั้งนี้ เป็น Online Booking Collaboration ที่ตั้งใจให้เกิดผลกระทบต่อตลาดอีคอมเมิร์ซและตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยสูงสุด โดยในอนาคตทางลาซาด้ามีแผนร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ จากทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อต่อยอดธุรกิจสู่การเป็น Super eBusinesses ตามเป้าหมายที่ลาซาด้าวางไว้ พร้อมการมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุด และสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ” ธนิดา กล่าว 

LAZADA

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.