OMEGA Seamaster Planet Ocean Ultra Deep Professional กันน้ำได้ลึกที่สุดในโลก

Jul 11, 2019 -None-

เทคโนโลยีชั้นแนวหน้าที่อยู่เบื้องหลังการทำลายสถิติการดำดิ่งสู่ก้นสมุทร

ตัวเลข 10,928 เมตรกลายเป็นสถิติความลึกใหม่ที่มนุษย์สามารถพิชิตได้ เมื่อนักผจญภัย วิคเตอร์ เวสโคโว (Victor Vescovo) สามารถบังคับยานใต้น้ำ Limiting Factor ลงไปถึงร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาได้สำเร็จเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในไอเท็มที่ร่วมเดินทางเคียงข้างภารกิจครั้งนี้ ทั้งยังทำงานได้อย่างไร้ที่ติก็คือเรือนเวลา ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ โปรเฟสชั่นแนล (Seamaster Planet Ocean Ultra Deep Professional) จากโอเมก้า (OMEGA) นั่นเอง

เกี่ยวกับ Five Deeps

ภารกิจการนำยานสำรวจพร้อมมนุษย์ดำดิ่งลงไปยังจุดที่ลึกที่สุด 5 แห่งในมหาสมุทร ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเริ่มต้นมาจาก วิคเตอร์ เวสโคโว นักผจญภัยและนักบังคับยานใต้น้ำชาวอเมริกัน โดยปฏิบัติการพิเศษนี้ประกอบด้วย

  • DSSV Pressure Drop เรือชั้นยอดที่คอยสนับสนุนอยู่บนผิวน้ำ ถูกติดตั้งด้วย Full Ocean Depth Sonar ที่มีความน่าเชื่อถือสูง
  • ส่วนการผจญภัยใต้สมุทรเป็นหน้าที่ของยาน DSV Limiting Factor ยานใต้น้ำจากบริษัท Triton ที่ ได้รับการรับรองโดยองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ DNV-GL สำหรับใช้ดำสำรวจที่ความลึกระดับสูง ออกแบบให้ทนต่อแรงดันน้ำมหาศาลได้อย่างยอดเยี่ยม
  • ขณะที่การเก็บรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ณ พื้นมหาสมุทรจะเป็นหน้าที่ของ “Landers” ทั้ง 3ระบบ

ตำนานเรือนเวลาดำน้ำอันโด่งดังของ OMEGA

  • ปี 1932 แบรนด์ได้เปิดตัวนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำเรือนแรกของโลกที่มีชื่อว่า โอเมก้า มารีน (OMEGA Marine)  
  • ในช่วงทศวรรษเดียวกัน โอเมก้า มารีน ยังถูกสวมใส่โดยชาร์ลส วิลเลียม บีเบ (Charles William Beebe) นักสำรวจใต้น้ำชาวอเมริกัน ผู้ประดิษฐ์ ‘บาธีสเฟียร์’ (Bathysphere) เครื่องดำน้ำทรงกลมที่สามารถพามนุษย์ดำดิ่งลงไปสำรวจใต้มหาสมุทร โดยเครื่องบอกเวลาดังกล่าวสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบตลอดการดำดิ่งครั้งประวัติศาสตร์ที่ความลึก 14 เมตร

ชาร์ลส วิลเลียม บีเบ กล่าวว่า "ผมใส่นาฬิกา OMEGA Marine ระหว่างที่ดำลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ความลึก 14 เมตร ซึ่งแรงดันสูงเป็นสองเท่าของสภาวะปกติ เรือนเวลาผนึกไว้แน่นหนามากเสียจนไม่มีน้ำหรือฝุ่นละอองใดสามารถเล็ดลอดเข้าไปได้ และความทนทานต่อการกัดกร่อนนั้นนับได้ว่าเป็นตัวแทนถึงพลังแห่งวิทยาศาสตร์ที่อัดแน่นอยู่ในขั้นตอนการผลิตเรือนเวลาโดยแท้จริง" 

  • ปี 1948 เรือนเวลาซีมาสเตอร์ (Seamaster) รุ่นแรกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักบินและลูกเรืออังกฤษ ในเรื่องคุณสมบัติกันน้ำและสมรรถนะที่น่าเชื่อถือระหว่างการทำภารกิจ
  • ปี 1957 โอเมก้าได้ก้าวไปอีกระดับด้วยการเปิดตัวซีมาสเตอร์ 300 (Seamaster 300) ที่ออกแบบมาสำหรับนักดำน้ำและผู้ที่ทำงานใต้น้ำโดยเฉพาะ
  • ปี 1970 เรือนเวลาโพลพรอฟ (Ploprof) ที่เป็นเอกลักษณ์ของโอเมก้าเผยโฉมเป็นครั้งแรก และได้รับการทดสอบใต้น้ำโดยนักสำรวจใต้ทะเลระดับตำนานอย่าง Jacques-Yves Cousteau
  • หนึ่งปีถัดมาหลังจากนาฬิกาซีมาสเตอร์ 1000 (Seamaster 1000) เปิดตัวครั้งแรกในปี 1971
    โอเมก้าก็ได้เริ่มต้นผลิตซีมาสเตอร์ 120 “บิ๊กบลู” (Seamaster 120 “Big Blue”) และได้กลายเป็นเรือนเวลาที่ Jacques Mayol นักดำน้ำตัวเปล่าเลือกสวมใส่ในการดำทำลายสถิติโลกที่ระดับความลึก 101 เมตรในปี 1981
  • ปี 1993 โอเมก้าเปิดตัวเรือนเวลาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงอย่าง ซีมาสเตอร์ ไดเวอร์ 300M (Seamaster Diver 300M) ก่อนปรับโฉมและเปิดตัวอีกครั้งในวาระครบรอบ 25 ปีในปี 2018
  • ย้อนกลับไปปี 2005 ถือเป็นจุดเริ่มต้นก้าวสำคัญเกี่ยวกับ Ultra Deep ทั้งยังเป็นปีเดียวกับที่แบรนด์เผยโฉม Planet Ocean เป็นครั้งแรก

ดำดิ่งสู่โลกใต้สมุทรที่ลึกยิ่งกว่าเดิม กับ ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ โปรเฟสชั่นแนล

คอนเซ็ปต์ของเรือนเวลา

ผู้ผลิตเรือนเวลาสวิสอาจมีความชำนาญในการผลิตเรือนเวลาดำน้ำสำหรับผู้ที่ใช้งานจริงในน้ำลึก แต่สำหรับเครื่องบอกเวลาที่ใช้ในภารกิจ Five Deeps Expedition นั้น ทุกองค์ประกอบต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงการเผชิญรับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอน ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็พิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่า! ความสำเร็จของโอเมก้าได้ยกระดับการผลิตเรือนเวลาของตนด้วยความสำเร็จจากเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ ที่ไม่เพียงจะตอบโจทย์แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการผลิตนาฬิกาดำน้ำในอนาคตได้อีกเช่นกัน

ท้าทายโลกใต้สมุทรด้วยเรือนเวลาที่บางยิ่งกว่าเดิม

ไม่จำเป็นต้องมีตัวเรือนขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถทานแรงดันน้ำมหาศาลอีกต่อไป หลังจากโอเมก้าสามารถผลิตเรือนเวลาดำน้ำที่มีความหนาไม่เกิน 28 มม. โดยไม่ลดทอนคุณสมบัติการทนทานต่อแรงดันที่เหนือระดับ ทว่าหนทางสู่ความสำเร็จนั้นย่อมไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าตัวเรือนอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ นาฬิกา Ultra Deep จึงถูกนำไปวิเคราะห์ต่อเพื่อบอกคุณสมบัติด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน

ผลิตขึ้นเพื่อ – และจาก – Limiting Factor      

การผลิตเรือทนความดันของยาน Limiting Factor ด้วยไทเทเนียมเกรด 5 นั้นต้องอาศัยกรรมวิธีการผลิตระดับสูงและปราศจากการเชื่อมในทุกขั้นตอน โดยชิ้นส่วนตัวยานยังถูกนำมาผลิตเป็นพาร์ทต่างๆของนาฬิกาอีกด้วย อาทิ ขอบตัวเรือน, ตัวเรือน, ฝาหลัง และเม็ดมะยม ซึ่งแต่ละชิ้นที่ตัดออกมาจะได้รับการประทับตรา DNV-GL เพื่อเป็นหลักประกันถึงที่มา, คุณสมบัติ และคุณภาพของวัสดุ

การออกแบบช่องมอง

ขั้นตอนการออกแบบช่องมองนั้นถือเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งสำหรับการออกแบบยานใต้น้ำ

พื้นที่ในส่วนช่องมองของยาน Limiting Factor จึงถูกออกแบบเพื่อลดแรงดันน้ำที่จะมากระทำกับขอบด้านในของกรวย ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแรงเครียดมากที่สุด เช่นเดียวกับการติดตั้งกระจกนาฬิกาเข้ากับตัวเรือน โอเมก้าเลือกที่จะกระจายแรงเครียดโดยใช้การออกแบบทรงกรวย ลักษณะเดียวกันกับที่ใช้ในการติดตั้งช่องมองบนยานใต้น้ำ และใช้ Liquidmetal® ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นแต่มั่นคงเพื่อยึดกระจกนาฬิกาให้เข้ากับตัวเรือน นวัตกรรมการเชื่อมยึดด้วยความร้อนที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการจดสิทธิบัตรนี้ยังช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการใช้โพลีเมอร์ในจุดต่างๆ และยังช่วยลดความหนาของกระจกแซฟไฟร์ได้

ฝาหลังและเม็ดมะยม

ขานาฬิกาแบบ Manta

ขานาฬิกาของซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ โปรเฟสชั่นแนล (Seamaster Planet Ocean Ultra Deep Professional) ถูกออกแบบให้กลมกลืนไปกับตัวเรือนไทเทเนียมและมีปลายเปิดด้านล่างเพื่อลดความเสี่ยงด้านขีดจำกัดทางวัสดุยามต้องเผชิญกับแรงดันที่มากระทำเมื่ออยู่ในมหาสมุทร โดยปลายเปิดดังกล่าวมีรูปลักษณ์คล้ายกับเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของปลากระเบนราหู จึงเป็นที่มาของชื่อขานาฬิกาแบบ “Manta” นั่นเอง

อีกด้านหนึ่งของ Ultra Deep

ตราสัญลักษณ์ของการสำรวจถูกติดตั้งอยู่ภายในวงกลมบริเวณกึ่งกลางฝาหลังดูคล้ายกับเทคโนโลยีโซนาร์ชนิดหลายลำคลื่น (Multi Beam sonar) ในส่วนของรุ่นเรือนเวลา, หมายเลขอ้างอิง, วัสดุ, การรับรอง DNV-GL และข้อความ – tested 15,000m 49212ft – ล้วนได้รับการสลักด้วยเลเซอร์

ปิดผนึก

มีเรือนเวลาโอเมก้า ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ ทั้งหมด 3 เรือนที่ได้ลงไปเยือนก้นร่องสมุทร โดยสองเรือนถูกติดตั้งที่แขนกลของยานและอีกหนึ่งเรือนติดตั้งเข้ากับระบบ Lander และจากประสบการณ์ในการสำรวจอวกาศของแบรนด์ โอเมก้าจึงคัดสรรวัสดุที่ใช้ผลิตสายนาฬิกาอย่าง พอลิเอไมด์ และ Velcro ซึ่งมีความใกล้เคียงกับสายนาฬิกาแบบเดียวกับที่ใช้ในภารกิจ Apollo มาใช้ในภารกิจครั้งนี้

การทดสอบที่โหดยิ่งกว่า

นาฬิกาทุกเรือนจะถูกนำไปทดสอบแรงดันน้ำที่โรงงานของ Triton ในบาร์เซโลนาและอยู่ในการควบคุมจากกรรมการของ DNV-GL การทดสอบจะทำโดยใช้ตั้งค่าแรงดันสูงสุดไว้ให้มีขนาดเทียบเท่ากับแรงดันน้ำที่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตนาฬิกาดำน้ำกับความต้องการของโอเมก้าที่ต้องการเสริมความมั่นใจให้มากยิ่งขึ้น แบรนด์จึงได้เพิ่มระดับการทดสอบแรงดันให้สูงยิ่งขึ้นกว่าที่กำ หนดไว้ในตอนแรกอีก 25% ซึ่งหมายความว่าเรือนเวลาจะต้องทำงานได้อย่างไร้ที่ติจนถึงที่ระดับความลึก 1500 บาร์ หรือ 15,000 เมตร

หลังจากผ่านการทดสอบที่ Triton และจุดที่ลึกที่สุดในโลกแล้ว เรือนเวลาโอเมก้า ซีมาสเตอร์ อัลตร้า ดีพ จึงถูกนำไปทดสอบตามมาตรฐานความเที่ยงตรงขั้นสูงสุดของอุตสาหกรรมเวลาด้วยบททดสอบสุดขั้ว 8 ด้านเป็นระยะเวลา 10 วันตามกำหนดของ Swiss Federal Institute of Metrology (METAS) เรียกได้ว่านอกจากผ่านการทดสอบใต้น้ำในสภาวะสุดขั้วแล้ว เรือนเวลาทุกเรือนยังผ่านการทดสอบมาตรฐาน Master Chronometer ด้วยเช่นกัน

สัมผัสนวัตกรรมชั้นเลิศและประสบการณ์เหนือระดับไปกับ OMEGA ได้ที่บูติคสาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5959, สาขาสยามพารากอน โทร.02-129-4878 และ สาขาดิ เอ็มโพเรียม โทร.02-664-9550

เปิดตัว

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn