ซีอีโอนอร์ติสกรุ๊ป เผยโมเดลธุรกิจ“โซลาร์เซลล์”โตก้าวกระโดดทั่วโลก พร้อมคว้ารางวัลผู้นำหญิงด้านพลังงา

Jul 09, 2019 -None-

ซีอีโอหญิงแห่ง“นอร์ติสกรุ๊ป”(Nortis Group) กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการด้านการประหยัดพลังงานแบบครบวงจรในเมืองไทย ร่วมถกแนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนกับกูรูด้านพลังงานทั่วเอเชียชี้โมเดลธุรกิจ โซลาร์เซลล์โตก้าวกระโดดมากที่สุดในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนทั่วโลกพร้อมคว้ารางวัล Women in Renewables of The Year” สุดยอดผู้นำหญิงด้านพลังงานทดแทนระดับเอเชีย 2 ปีซ้อน จากงานGlobal Solar+ Energy Storage 2019ครั้งที่5การประชุมสัมมนาระดับโลกด้านพลังงานแสงอาทิตย์และการจัดเก็บพลังงานณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้เมื่อเร็ว ๆ นี้

ประภารัตน์ ตังควัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นอร์ติส กรุ๊ป สร้างชื่อให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังเป็น1 ใน11ผู้นำหญิงในอุตสาหกรรมด้านพลังงานทดแทนจากทั่วโลกที่ได้รับรางวัลWomen in Renewables of The Year”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากการเฟ้นหาสตรีจากทั่วทุกภาคอุตสาหกรรมพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ให้บริการทางวิชาการ ที่ปฏิบัติหน้าที่และมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการขยายตัว การพัฒนา และการปรับปรุงของภาคพลังงาน เพื่อเพิ่มบทบาทและการยอมรับของสตรีที่ทำงานในภาคพลังงาน ในขณะเดียวกันก็เป็นแรงผลักดันให้แก่ผู้หญิงในการพัฒนาตนเองและการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนต่อไป

ในปีนี้นางสาวประภารัตน์ยังได้เป็นตัวแทนผู้นำหญิงหนึ่งเดียวจากภาคอุตสาหกรรมพลังงาน ร่วมเสวนากับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากทั่วเอเชีย ภายใต้หัวข้อ“Challenges in Developing Sustainable and Profitable Renewable Projects”โดยกล่าวถึงสถานการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานระดับโลกว่า ทั่วโลกกำลังจัดหาพลังงานทดแทนจากแหล่งพลังงานสะอาดมาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกๆ ด้านโดยได้นำเทคโนโลยีอย่าง IoTBig Dataและ AIมาช่วยสนับสนุนในการคาดการณ์และควบคุมแหล่งทรัพยากรเหล่านั้นรวมทั้งช่วยให้ผู้บริโภคและผู้ให้บริการด้านพลังงานสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้นนำไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

“ในปี 2562 นี้โซลาร์รูฟท็อปหรือการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคานับเป็นเทรนด์พลังงานที่ใกล้ตัวมากที่สุดและมีการใช้เพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลายในไทยโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นโมเดลนำร่องได้แสดงให้เห็นว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์มีความคุ้มค่า ประหยัดค่าไฟฟ้า และดีต่อสิ่งแวดล้อมนอกจากนั้น การแข่งขันทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้ราคาการติดตั้งโซลาร์เซลล์ถูกลงหลายเท่าตัว เหลือเพียง 30,000-50,000 บาทต่อกิโลวัตต์ สามารถคืนทุนได้ภายใน 4-7 ปีเหล่านี้ทำให้ภาคประชาชนเริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์มากขึ้นนั่นเอง” ประภารัตน์กล่าว

นอกจากนั้น ยังให้แนวทางในการเติบโตของธุรกิจพลังทดแทนไทย ซึ่งได้นำมาใช้กับโมเดลธุรกิจของ “นอร์ติสกรุ๊ป” และประสบความสำเร็จอย่างมากคือการขยายการให้บริการด้านการประหยัดพลังงานแบบครบวงจรทั้งการติดตั้งให้คำปรึกษาการลงทุนระบบโซลาร์เซลล์ การบริหารจัดการพลังงาน และยังเป็นผู้นำนวัตกรรมIoTด้านพลังงานเจ้าแรกในเมืองไทย ด้วยการเป็นผู้ริเริ่มแอพพลิเคชั่น“โซลาร์ลา” (SOLARLAA)ที่ช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำในการตัดสินใจลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์และการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ซึ่งมีผู้ใช้แล้วกว่า 530 อำเภอในประเทศไทย และช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้กว่าเดือนละ 20%

ทั้งนี้ จากข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจพลังงานทดแทนของศูนย์วิจัยกสิกรไทยปี2562 ชี้ว่าภาพรวมของการใช้พลังงานทดแทนเพื่อการผลิตไฟฟ้าของไทยมีแนวโน้มเติบโตดีธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจะขยายตัวร้อยละ 8-9 (%yoy) จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ประมาณ 600-700 เมกะวัตต์ (MW)ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ผู้ผลิตไฟฟ้าในปี 2562 โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากภาครัฐที่ต้องการผลักดันการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้ได้ 20% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายภายในปี 2579และการสนับสนุนจากโครงการรับซื้อไฟฟ้าซึ่งจากเดิมในอดีตมีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) หรือมีการตอบรับซื้อแล้วแต่ยังไม่เซ็น PPA

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.