ศุภลักษณ์ อัมพุช ขับเคลื่อนความสำเร็จให้เดอะมอลล์ด้วย Winning Formula

Jul 05, 2019 R.Somboon

อาจจะกล่าวได้ว่า เดอะมอลล์ เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในตลาดค้าปลีกของบ้านเรามากมายตลอด 20 ปีที่ผ่านมาก็เห็นจะไม่ผิดนัก ไล่ตั้งแต่การเป็นผู้บุกเบิกรายแรกๆ ในการนำรูปแบบของช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ครบวงจรที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า ช้อปปิ้งพลาซ่า และเอนเตอร์เทนเม้นต์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งการเกิดขึ้นของเดอะมอลล์ บางกะปิ และเดอะมอลล์ บางแค มีการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเป็นครั้งแรกที่นำสวนน้ำมาใส่ไว้ในศูนย์การค้า

เช่นเดียวกับการเปิดห้างเอ็มโพเรียม ในปี 1998 ที่เป็น The First High-end  Luxury Mall แห่งแรกของเมืองไทยที่มีการดึงลักชัวรี่แบรนด์อย่าง HERMES  หรือ Chanel ที่ไม่เคยเข้ามาเปิดในเมืองไทยเข้ามาทำตลาดเป็นรายแรกในบ้านเรา รวมถึงการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของวงการค้าปลีกกับการเปิดสยามพารากอน ในปี 2005 และการสร้างย่านช้อปปิ้งที่เรียกว่า “M District” ที่เป็นครั้งแรกของวงการค้าปลีกของบ้านเราเช่นกัน

ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่กลุ่มเดอะมอลล์สร้างขึ้นนั้น สะท้อนให้เห็นวิวัฒนาการของตลาดค้าปลีกของบ้านเราที่วันนี้ไม่ได้ทำตลาดเฉพาะนักช้อปปิ้งที่เป็นคนไทยเท่านั้น แต่ยังก้าวข้ามไปสู่การเป็นผู้ประกอบการระดับโลกที่วันนี้เมืองไทยได้กลายเป็น “Shopping Destination” ระดับโลกไปแล้ว

 

ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บอกกับเราว่า ถ้ามองเข้ามาที่วิวัฒนาการของตลาดค้าปลีกของบ้านเราแล้ว จะพบว่า ภาพที่ชัดเจนก็คือ วันนี้ค้าปลีกของบ้านเราได้ก้าวไปสู่การเป็นเวิลด์คลาสไปแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอีกหัวเลี้ยวหัวต่อของตลาดค้าปลีกของไทยก็ได้ จะเป็นช่วงของการเกิดการดิสรัปท์จากเทคโนโลยี คือมีเรื่องของออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมันเข้ามาดิสรัปท์กับหลายๆ วงการของบ้านเรา ทุกคนไม่สามารถคาดเดาว่ามันจะเกิดอะไรต่อไปหรืองมีผลกระทบรุนแรงมากน้อยแค่ไหน

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ศุภลักษณ์ มองว่า เป็นเหมือนกับการเกิดขึ้นของสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่ไม่ได้สู้กันด้วยอาวุธ แต่เป็นการสู้รบกันด้วยเทคโนโลยี มีบริษัทระดับโลกเข้ามาในธุรกิจค้าปลีกของไทยมากขึ้น เพราะออนไลน์มันถึงกันหมด ถือเป็นยุคของ Globalization หรือ Digitization อย่างแท้จริง ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวเพื่อไปต่อให้ได้ในยุคนี้ บางคนอาจจะบอกว่าเป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด แต่บางคนมองว่า เป็นการนำ Digitization มาต่อยอดในการทำธุรกิจของตัวเองให้มันดีขึ้น

“เราทำโครงการ Bangkok Mall ซึ่งเป็นอีกโปรเจ็กต์ที่มีวิวัฒนาการไปอีกขั้นหนึ่ง นั่นคือเป็นการ Seamless กันแบบ O2O เพื่อสร้างประสบการณ์ในการช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะทุกวันนี้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องออกมาที่ห้างก็สามารถช้อปปิ้งได้จากทุกที่ จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่จะทำอย่างไรให้ทุกคนต้องออกมา เราจึงต้องสร้างจุดแตกต่างที่มันจะไม่ถูกดิสรัปท์ เราสร้างเอนเตอร์เทนเม้นต์ที่เราได้จับมือกับ AEG ผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงและกีฬาระดับโลก ประกาศความร่วมมือในการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาทสร้าง EM LIVE และ BANGKOK ARENA ให้เป็น World Class Arena แห่งใหม่ ที่เป็น Multi Purpose ทั้งสปอร์ต มิวสิค และความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะเราจับมือกับ Global Partner  เพื่อเข้ามายกระดับเมืองไทยให้เป็นศูนย์กลาง เป็นเพลย์กราวด์ของเอเชีย ไม่ได้มาแค่ซื้อของแต่เรายังมีเรื่องของเอนเตอร์เทนเม้นต์ ซึ่งอันนี้มันเป็นส่วนผสมที่เรียกว่า Winning Formula ที่จะทำอย่างไรให้รีเทลของบ้านเราถูกพัฒนา และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจได้”

 

ศุภลักษณ์ บอกอีกว่า หัวใจสำคัญที่จะเข้ามาช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก็คือ ต้องหา Winning Formula ของตัวเองให้เจอ ซึ่งมันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรว่าจะมีออกมาอย่างไร สำหรับกลุ่มเดอะมอลล์แล้วถ้าจะพูดถึง Key Success ที่ถือเป็น Winning Formula จะเริ่มต้นจาก Innovation คือต้องมีนวัตกรรมที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน มีความคิดนอกกรอบจากที่มีอยู่ ขณะเดียวกันก็ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ เป็น Unique Outstanding และที่สำคัญจะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มี Collaboration ไม่ใช่ทำคนเดียวแต่ต้องมี Alliance ที่ดีด้วย

ปัจจัยในเรื่องดังกล่าวทำให้กลุ่มเดอะมอลล์ต้องมีการจับมือกับพันธมิตรเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนตลาด ไม่ว่าจะเป็นพันธิตรในประเทศอย่าง SCB หรือพันธมิตรระดับโลกอย่าง AEG ขณะที่หัวใจของความสำเร็จอีกส่วนหนึ่งก็คือ Globalization ที่ไม่จำเป็นต้องออกไปเปิดนอกประเทศ แต่ต้องมีพันธมิตรที่เป็นระดับโกลบอล ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ

“เรื่องของ Digitalization ก็สำคัญไม่แพ้กัน จะทำอย่างไรให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ให้สามารถสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้ทัน ซึ่งมันต้องใช้เวลา และการลงทุนที่บางครั้งการลงทุนมากไปมันก็ใช่ว่าจะดี แต่มันต้องเป็นการลงทุนที่เหมาะสม ต้องบาลานซ์ระหว่างโลกของออนไลน์และออฟไลน์ คือต้อง Seamless ให้ดี แล้วเราก็ต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะ Experienced Journey ของผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญมาก จะทำอย่างไรให้พวกเขาอยากออกมา Physical Store ซึ่งเราต้องรักษาเอาไว้ จะไปออนไลน์อย่างเดียวไม่ได้”

ศุภลักษณ์ สรุปทิ้งท้ายว่า หากมองย้อนหลังไปเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ที่เดอะมอลล์เข้ามาในตลาดค้าปลีกใหม่ๆ  เดอะมอลล์ถือเป็น New Kids in the Box ที่เข้าตลาดเหมือนเกือบไม่มีความรู้ตรงนี้เลย ตอนนั้นมีเกือบ 25 ห้างรวมทั้งห้างต่างชาติด้วย เราเข้ามาเหมือนน้องใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์ แต่เราก็สู้กันมาด้วยการใช้ Innovation ใช้ความคิดสร้าง สรรค์ที่ไม่เหมือนใคร มีการคิดนอกกรอบจากที่เคยมีมา เราคิดมาตลอดว่าจะทำอย่างไรให้มีความแตกต่าง ทำให้มันเป็นเสมือนดีเอ็นเอในการทำธุรกิจค้าปลีกของเรา เพราะทุกครั้งที่เดอะมอลล์ทำจะเห็นได้ว่ามันมีจุดที่เป็นการสร้าง Benchmark ขึ้นมาใหม่ มีจุดแตกต่าง มีจุดที่สร้างนวัตกรรมขึ้นมาใหม่ๆ  มี Attraction ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนแทบทั้งสิ้น......

 

Interview

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.