6,276
VIEWS

“โลคอล โมเดิร์นเทรด” คลื่นลูกที่ 2 ขับเคลื่อนการเติบโตค้าปลีกไทย

Jul 01, 2019 R.Somboon

หากมองเข้ามาที่มูลค่าค้าปลีกของบ้านเราที่รวบรวมจากข้อมูลของสมาคมผู้ค้าปลีกไทย พบว่า มีมูลค่ารวมกันกว่า 3.6 ล้านล้านบาท ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจของตลาดก็คือ ในส่วนของผู้ประกอบการที่เป็นเชนโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่อย่างกลุ่มเซ็นทรัล เดอะมอลล์ ซีพี และบิ๊กซี เป็นต้น ซึ่งมีการรวมศูนย์การบริหารจัดการอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก จะมีสัดส่วนยอดขายรวมกันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 32% ของมูลค่าตลาดโดยรวม

ทิศทางการเติบโตของเชนโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่นี้ นอกจากการเติบโตในประเทศแล้ว กลุ่มทุนเหล่านั้นกำลังมุ่งขยายการเติบโตออกไปยังตลาดต่างประเทศ ขณะที่ตลาดในประเทศเอง ผู้เล่นอย่างเดอะมอลล์ และกลุ่มเซ็นทรัล มีการวางตำแหน่งของตัวเองไว้ที่การเป็นผู้ประกอบการระดับโลก โดยพยายามสร้างให้เมืองไทยก้าวไปสู่การเป็นเดสทิเนชั่นด้านการช้อปปิ้งควบคู่ไปกับเรื่องของการท่องเที่ยว

การเติบโตของตลาดที่น่าสนใจ จึงถูกโฟกัสมาที่ผู้ประกอบการที่เป็น “แถว 2” ของตลาด ซึ่งก็คือ บรรดาโลคอล โมเดิร์นเทรดทั้งหลาย โดยผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จะมียอดขายต่อบริษัทระหว่าง 1,000 – 5,000 ล้านบาทต่อปี อาทิ ตั้งงี่สุน อุดรธานี ยงสงวน อุบลราชธานี ธนพิริยะ เชียงราย เซนโทซ่า ขอนแก่น ส.ล. โฮลเซลส์ สกลนคร ร้อยเอ็ดไฮเปอร์มาร์ท ซุปเปอร์ชีป ภูเก็ต สหไทย นครศรีธรรมราช ห้างทวีกิจ บุรีรัมย์ ห้างมาเธอร์ ที่กระบี่ ห้าง Do Home ที่มีฐานที่อุบล เป็นต้น ซึ่งมีราว 350-500 บริษัท ตลาดในส่วนนี้จะกินสัดส่วนประมาณ 18 – 20% ของตลาดค้าปลีก ค้าส่งส่วนโดยรวม

หากนับเฉพาะร้านค้าปลีกที่เป็นโลคอล โมเดิร์นเทรดที่ขายสินค้าอุปโภค – บริโภค หรือที่เรียกว่าสินค้า FMCG นั้นน จากข้อมูลของยูนิลีเวอร์จะมีผู้ประกอบการในส่วนนี้ที่มีธุรกิจที่แข็งแกร่ง และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องประมาณ 130 ราย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการปรับปรับตัวต่อสู้กับแถวบนมาในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา เริ่มเรียนรู้และปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการสมัยใหม่ และพร้อมจะเติบโต ขยายสาขาออกนอกจังหวัดนอกอำเภอ

 

 

เทรนด์ของการเติบโตนับจากนี้ไปตามมุมมองของยักษ์ใหญ่สินค้า FMCG อย่างยูนิลีเวอร์นั้น จะเป็นการเติบโตจากการขยายสาขาใหม่ๆ มากกว่าการเติบโตจากสาขาเดิม การเติบโตที่มาจากสาขาใหม่นี้ จะเป็นสาขาที่มีขนาดพื้นที่ขายประมาณ 400 ตารางเมตร ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการที่ดีเพื่อเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของยอดขาย

ผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรดนี้ ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดในบ้านเราจะมาจากการเป็นยี่ปั๊วในอดีต ก่อนที่จะมีการปรับตัวเองให้กลายมาเป็น “ยี่ปั๊วพันธุ์ใหม่” ที่มีการผสมผสานรูปแบบการทำตลาด คือนอกจากขายส่งในรูปแบบของ Cash&Carry ที่ลูกค้าที่เป็นร้านค้าย่อยเข้ามาซื้อ จ่ายเงินสด และยกกลับบ้านแล้ว ยังมีการขายปลีกหน้าร้านในรูปแบบของซูเปอร์สโตร์ที่เน้นขายสินค้าราคาถูก โดยอาศัยข้อได้เปรียบในเรื่องของวอลุ่มการสั่งซื้อที่มีจำนวนมากจากการขายส่งพ่วงขายปลีก พร้อมกับเรื่องของโลเกชั่นของร้านที่อยู่ในทำเลใจกลางเมืองมาเป็นตัวช่วย อย่างไรก็ตาม การเติบโตหลังจากนี้ไปจะต้องมาจากสาขาใหม่ๆ มากกว่าแค่การมีสาขาเพียงแห่งเดียว

การเติบโตจากการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในสาขาใหม่ๆ กำลังเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการค้าปลีกในกลุ่มนี้ทำกัน เป็นการสอดรับกับแนวทางการทำธุรกิจที่ถูกเปลี่ยนผ่านมาสู่ผู้บริหารรุ่นลูกที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีการนำรูปแบบการบริหารจัดการใหม่ๆ เข้ามาทำธุรกิจของตัวเองมากขึ้น

 

ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ การลงทุนขยายสาขามาที่จังหวัดกระบี่ และพังงาของซุปเปอร์ชีป ภูเก็ต ที่เป็นรูปแบบร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ขายสินค้าราคาถูกทั้งขายปลีก และขายส่งในสไตล์ Cash & Carry ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายนี้ถือเป็นผู้เล่นท้องถิ่นรายใหญ่อีกรายที่มีการเติบโตของยอดขายค่อนข้างดี

ข้อได้เปรียบของการขยายสาขาของร้านค้าปลีกขนาดพื้นที่ขายประมาณ 400 ตารางเมตรนี้ อยู่ตรงที่ความคล่องตัวในการขยายสาขาเข้าไปยังชุมชนต่างๆ เพื่อผลักดันตัวเองให้เข้าไปเป็นร้านค้าปลีกของชุมชน แน่นอนว่ากลยุทธ์เรื่องของการขยายสินค้าราคาถูกจะเข้ามาเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการทำตลาด โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในเรื่องของการบริหารวอลุ่มการขาย และการสั่งซื้อที่หากมีวอลุ่มมาก สิ่งที่ตามมาก็คือ การได้ต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อให้สามารถวางราคาขายสินค้าให้ถูกลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการทำตลาดที่มีสาขาหลายสาขาของผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรด ก็คือ การบริหารจัดการในเรื่องของสต๊อก ที่จะมีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น เรื่องดังกล่าวนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการท้องถิ่น เพราะถ้าทำออกมาไม่ดี จะทำให้มีโอกาสล้มเหลวได้สูง

จาก Pain Piont ดังกล่าว กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าไปสร้าง Engagement กับร้านโมเดิร์นเทรดท้องถิ่นของยูนิลีเวอร์ ที่มีการเข้าไปให้ความรู้ พร้อมทั้งช่วยบริหารจัดการ โดยร้านค้าปลีกโมเดิร์นเทรดท้องถิ่นที่เป็นพันธมิตรกับยูนิ   ลีเวอร์จะมีการออนไลน์กัน และสามารถสั่งสินค้าเข้าร้านผ่านระบบออนไลน์ โดยยูนิลีเวอร์จะจัดส่งสินค้าตรงเข้าสู่สาขาเหล่านั้น ทำให้เข้ามาช่วยลดความยุ่งยากในเรื่องของการบริหารจัดการสต๊อกในส่วนของสาขาที่เป็นปัญหามานาน

 

ในมุมมองของนักวิชาการด้านค้าปลีกและผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทยอย่าง ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ นั้น ผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรด ของบ้านเราในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะมีรุ่นลูกเข้ามาเป็นผู้บริหาร ซึ่งคนรุ่นใหม่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี

“มุมมองที่ควรจะเปลี่ยนไปก็คือ ต้องมองต่างจากอดีตที่จะเน้นการทำต้นทุนสินค้าให้ต่ำ เพื่อให้สามารถขายถูกได้ โดยยังมีกำไร แม้ไม่มากนักก็ตาม มาสู่การมองถึงเรื่องของการขายสินค้าเพื่อทำกำไรมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของบิ๊กดาต้าที่จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ถึงความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ บิ๊กดาต้าจึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดค้าปลีกของผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรดในช่วงเวลาจากนี้ไป”

ว่าไปแล้ว ผู้ประกอบการค้าปลีกในต่างจังหวัด ต่างก็มีการปรับตัว พร้อมกับสร้างรูปแบบการทำตลาดของตัวเองขึ้นมาจนสามารถมีจุดยืนที่แข็งแกร่งในตลาดได้เป็นอย่างดี อย่างในรายของตั้งงี่สุน ยี่ปั๊วรายใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี ที่ปรับเปลี่ยนตัวเองจากแค่ขายส่งมาสู่การทำทั้งขายส่งหลังร้าน และขายปลีกในรูปแบบของซูเปอร์สโตร์ที่นำเอาแนวคิดของการบริหารค้าปลีกแบบโมเดิร์นเทรดมาปรับใช้ ทั้งในเรื่องของการบริหารพื้นที่ขาย การเรียกเก็บค่าฟรีต่างๆ

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ผู้ประกอบการรายนี้ไม่ได้ใช้กลยุทธ์ราคาเข้ามาเป็นเครื่องมือในการแข่งขัน แต่เลือกใช้การสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ โดยตั้งงี่สุน เลือกใช้วิธีการทำโปรโมชั่นในรูปแบบของการ “แลก แจก แถม” ซึ่งทำได้หลายรูปแบบ อยู่ที่ว่าจะทำในมุมไหน

สิ่งที่เป็นกลยุทธ์ที่ฉีกแนวออกไปเลยก็คือ การจัดรายการส่วนใหญ่จะทำเป็นของแถม โดยการแถมจะแปะ

สินค้าที่แถมไปกับสินค้าที่จัดรายการ โดยเลือกสินค้าที่มีแวลู่ สามารถนำไปขายต่อแล้วได้ราคามามัดติดกับสินค้าที่จัดรายการด้วยหนังสติ๊ก แล้ววางขายให้เห็นบนเชลฟ์

กลยุทธ์โปรโมชั่นแบบรัดหนังสติ๊กนี้ ถือเป็นซิกเนเจอร์ โปรโมชั่นที่ติดตัวตั้งงี่สุนมาตลอด กลยุทธ์นี้ค่อนข้างจะได้ผลดี เพราะเป็นการเพิ่มแวลู่ให้กับสินค้าในตัวที่จะผลักดัน โดยการนำสินค้าแบรนด์ใหญ่ๆ เข้ามาช่วยผลักดัน เป็นการเลือกสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในแคททากอรี่เดียวกัน และไม่ได้เป็นคู่แข่งขันกันโดยตรง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง

หากเข้าใจระบบของยี่ปั๊วในเรื่องของการสั่งซื้อจะมองเรื่องนี้แบบทะลุปรุโปร่ง เพราะโดยปกติ เมื่อสั่งซื้อสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่งจากซัพพลายเออร์ในยอดหรือเป้าที่กำหนด จะได้แถมสินค้าเพิ่ม อาทิ สั่ง 10 หีบ ได้แถม 1 หีบ สินค้าที่แถมมา 1 หีบนี้ผู้ประกอบการทั้งโมเดิร์นเทรด และร้านค้าดั้งเดิมส่วนใหญ่จะนำไปขาย เพื่อถัวการทำกำไรให้ได้ตัวเลขตามที่ต้องการ เพราะมีการตั้งราคาสินค้าให้ถูกเพื่อดึงลูกค้าจนบางครั้งแทบไม่มีกำไร

แต่สำหรับตั้งงี่สุนแล้ว เลือกที่จะไปเป็นของแถม สินค้าที่แถมนี้ ร้านค้าสามารถนำไปขาย ทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งมีแวลู่มากกว่าแค่การลดราคาแบบปกติ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยไม่ต้องหันไปเล่นในเรื่องของกลยุทธ์ราคาที่เมื่อใช้ไปนานๆ จนลูกค้าติด อาจจะไม่ส่งผลดีนัก ซึ่งนั่นคือตัวอย่างหนึ่งของการปรับตัวที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบ การรายนี้ กลายเป็นท็อปยี่ปั๊วของภาคอีสานมาอย่างยาวนาน

นอกจากลูกค้าที่เป็น End User แล้ว ร้านค้าปลีกโชวห่วยก็เข้ามาเป็นลูกค้าสำคัญของโลคอล โมเดิร์นเทรดด้วย โดยโชวห่วยถือเป็นค้าปลีกในแถวที่ 3 ที่มีสัดส่วนราว 53-55% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่งในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าอิสสระขนาดเล็ก ถ้าจะมีสาขาก็ไม่เกิน 2-3 สาขา ที่เราเรียกกันว่า ร้านขายของชำ ร้านโชวห่วย ซึ่งก็ไม่ได้ล้มหายตายจากอย่างที่ภาครัฐเข้าใจอย่างผิดๆ ประมาณการจำนวนร้านค้าในแถว 3 นี้น่าจะมีราว 2.5-3.0 แสนร้านค้าที่มีหน้าร้านเป็นที่เป็นทาง และอีกราว 2 แสนที่เป็นลักษณะเพิงและมุมขายของ

การเติบโตที่ถูกขับเคลื่อนจากผู้ประกอบการท้องถิ่นจึงน่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว.....

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

XXX Sex Videos ivudo.com Free Porn Free Sex böcek ilaçlama erkek kol saati
antalya escort
bodrum escort smart iptv
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
porno hd porno Ümraniye Evden Eve Nakliyat
diyarbakır escort izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle