9,091
VIEWS

ตลาดไฮโปรตีนกำลังเปลี่ยน เมื่อพระเอกใหม่กำลังมา

Aug 25, 2017 P.Narata

วันนี้ เทรนด์การดูแลสุขภาพในระดับ World Mega Trend ของคนทั่วโลกที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ส่งผลให้มีสินค้าเพื่อสุขภาพออกสู่ตลาดมากขึ้นในทุกๆ กลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะแค่กลุ่มอาหาร และเครื่องดื่ม ขณะที่ประเทศไทยก็เริ่มเห็นเทรนด์นี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เพราะเห็นคนเริ่มดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งเรื่องการออกกำลังกาย หรือการเลือกบริโภคอาหาร และเครื่องดื่ม โดยเฉพาะใน กลุ่มไฮโปรตีน (High Protein) ที่ออกมารองรับความต้องการของกลุ่มคนที่นิยมการออกกำลังกาย และต้องการสร้างกล้ามเนื้อ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อก่อนเวลาพูดถึงโปรตีนเรามักจะนึกถึงโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และไข่ แต่หลังจากนี้ความคิดเราจะเปลี่ยนไปเพราะปัจจุบันเทรนด์ตลาดโปรตีนทั่วโลกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โปรตีนจะมีแหล่งที่มาหลากหลายมากขึ้น และไม่ใช่โปรตีนในรูปแบบเดิมๆ จากที่เราเคยรู้จักกัน แต่ต้องเป็น ไฮโปรตีน ซึ่งผู้บริโภคก็เริ่มให้ความสนใจกับข้อมูลใหม่ๆ ตรงนี้ด้วย

จากตัวเลขการประมาณการของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก มองว่า ความต้องการในกลุ่มอาหาร และเครื่องดื่มที่มีไฮโปรตีนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปี 2017 – 2021 จะเติบโตมากขึ้นกว่า 10.56%

สำหรับแหล่งโปรตีนที่ได้รับความนิยม ยังคงมาจากแหล่งเดิม คือ โปรตีนจากสัตว์ (Animal Based) มากถึง 81.6% เช่น นม ไข่ เจลาติน และสาหร่าย ส่วนเทรนด์ที่กำลังมาแรง และมีทีท่าว่าจะแรงอย่างต่อเนื่อง คือ โปรตีนจากพืช (Plant Based) เช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ถั่วพี และอื่นๆ ซึ่งเมื่อปี 2015 ตัวเลขประมาณการบริโภคทั่วโลกยังอยู่ที่ 18.4% แต่เมื่อปลายปี 2016 ที่ผ่านมา ตัวเลขขยับมาอยู่ที่ 20% ต้นๆ กันแล้ว 

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งจาก MINTEL ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยระดับโลก ช่วยสนับสนุนความคิดที่ว่า สินค้าที่มาจากกลุ่มโปรตีนจากพืช (Plant Protein) มีความต้องการที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ แบบก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยประเด็นหลักๆ ที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับโปรตีนจากพืชมากขึ้น เพราะคนสนใจที่จะสร้างสมดุลทางโภชนาการจากความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีบทความจำนวนมากจากฝั่งตะวันตก ที่ออกมาส่งเสริมสนับสนุนว่า ทำไมโปรตีนจากพืชถึงกำลังจะกลายเป็นแหล่งโปรตีนหลักที่ผู้บริโภคต้องการ และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยยืนยันว่า เทรนด์ของโปรตีนจากพืชกำลังมา และแม้ว่าคนส่วนใหญ่ยังนิยมบริโภคโปรตีนจากนมถั่วเหลือง ซึ่งเป็นกลุ่มที่คนไทยบริโภคมากที่สุดในกลุ่มโปรตีนจากพืชด้วยกัน แต่เทรนด์ต่างประเทศกำลังเริ่มเบนความสนใจไปที่โปรตีนจากพืชตัวอื่นๆ มากขึ้น เช่น ธัญพืช และตัวที่กำลังเป็น The Rising Star ก็คือ Pea Protein หรือโปรตีนจากถั่วลันเตา นั่นเอง

ทิปโก้ฟูดส์ มองเห็นเทรนด์ของไฮโปรตีนที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพ และชื่นชอบการออกกำลังกายในเมืองไทย และเทรนด์ของ Plant Protein ที่กำลังถูกจับตามองในตลาดต่างประเทศ จึงเปิดตัว “ทิปโก้ บีท” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องดื่มไฮโปรตีน (High Protein) ที่แตกต่างไม่เหมือนใครเพราะเป็น Plant Protein หรือโปรตีนที่มาจากพืช ไม่มีคอเลสเตอรอล เป็น Clean Lean Protein ที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นโปรตีนที่สกัดจากถั่วลั่นเตา หรือถั่วพีสีเหลืองจากประเทศแคนาดา มี Pro Nutri-P ลิขสิทธิ์เฉพาะของทิปโก้ จับกลุ่มเป้าหมายคนรักสุขภาพในช่วงอายุ 20 – 45 ปี ที่รักการออกกำลังกายเพื่อการดูแลสุขภาพ และต้องการเครื่องดื่มที่มีเหมาะกับการออกกำลังกาย

โดยมี “น้ำตาล – ชลิตา ส่วนเสน่ห์” ทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมทุ่มงบการตลาดกว่า 50 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้ควบคู่ไปกับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ อย่างต่อเนื่องแบบ 360 องศาทั้ง Above the line และ Below the line พร้อมทั้งยังได้จัดกิจกรรมโรดโชว์และ Sampling ตามสถานที่ออกกำลังกาย อีกทั้งร่วมสนับสนุน ส่งเสริมด้านกีฬาในการทำกิจกรรมกับกลุ่มนักออกกำลังกายทั้งภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมเครื่องดื่มไฮโปรตีนในประเทศไทยมีประมาณ 360 ล้านบาทต่อปี เติบโตอย่างต่อเนื่องจากผู้เล่นรายใหม่ๆ ที่เริ่มเข้ามาทำตลาด โดย ทิปโก้ บีท ตั้งเป้ายอดขายไว้ประมาณ 15-20% ของมูลค่าตลาด และวางเป้าหมายจะขึ้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มไฮโปรตีนจากพืช (Plant Protein) ภายใน 3 – 5 ปีนี้ ได้อย่างแน่นอน 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.