ธุรกิจโรงแรม จิ๊กซอว์สำคัญ ดัน “สิงห์เอสเตท” สู่โกลบอล คอมปะนี”

Jun 25, 2019 R.Somboon

“สิงห์ เอสเตท มีแผนนำธุรกิจโรงแรมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยช่วงปลายปีนี้ โดยใช้ชื่อ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้ลงทุนโรงแรมและบริหารรีสอร์ทระดับพรีเมียม ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ทั่วโลก โดยมุ่งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ ผ่านการบริการที่เป็นเลิศ การให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนธรรมชาติที่มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับ สิงห์ เอสเตท และเพิ่มความพร้อมในการลงทุนขยายธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก ให้กับ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทเพื่อตอบสนองต่อโอกาสจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่อง เที่ยว”

 

 

นั่นคือคำกล่าวของ นริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด(มหาชน) หรือ “S” ที่พูดถึงคือแผนงานของการดำเนินธุรกิจในส่วนที่เป็นโรงแรมของบริษัทพัฒนาที่ดินรายนี้ โดยปัจจุบัน สิงห์ เอสเตท มีการทำธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย โดยธุรกิจด้านการงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 60% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากธุรกิจโรงแรมจะมีสัดส่วนประมาณ 30% ที่เหลืออีก 10% จะเป็นรายได้จากธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายนี้ที่เพิ่งเข้าตลาดมาเพียงแค่ 5 ปี แต่มีการเติบโตที่พุ่งทะยาน จากในปีแรกที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 9,000 ล้านบาท พุ่งขึ้นเป็น 60,000 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 700% ในจำนวนนั้นธุรกิจโรงแรมจะมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 26,000 ล้านบาท

 

การนำธุรกิจโรงแรมเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการทำธุรกิจโรงแรมได้เป็นอย่างดี ซึ่งความน่าสนใจของการเติบโตของผู้ประกอบการรายนี้นั้น จะอยู่ที่ธุรกิจโรงแรมภายในไม่เกิน 2 ปีนี้จะมีสัดส่วนไต่ขึ้นมาเป็น 40 – 50% เนื่องจากสิงห์ เอสเตท มีการลงทุนในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 39 แห่ง 4,670 ห้อง โดยกระจายอยู่ในไทย สหราชอาณาจักร มัลดีฟส์ ฟิจิ และที่มอริเชียส ซึ่งสิงห์ เอสเตทจะใช้โมเดลในการลงทุนผ่านทั้งรูปแบบของการจอยท์ เวนเจอร์ เทคโอเวอร์ และเข้าไปลงทุนสร้างเองอย่างที่มัลดิฟส์ที่จะมีการเปิดโรงแรมในเครือ 2 โรง โดยนริศ บอกกับเราว่า ถ้าเป็นไปได้ อยากจะใช้วิธีการเทคโอเวอร์ พร้อมกับนำมาปรับปรุง และเพิ่มเติมมาตรฐานในการให้บริการที่เป็นนระดับโลกเข้าไปมากกว่า

ธุรกิจโรงแรมจะเข้ามาช่วยบาลานซ์การเติบโตทางธุรกิจของสิงห์ เอสเตทให้มีการเติบโตแบบมั่นคงในระยะยาว โดยไม่ได้พึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ซึ่งซีอีโอของสิงห์ เอสเตท บอกกับเราว่า หากมองเข้ามาที่ธุรกิจในพอร์ตของบริษัทแล้ว เทรนด์การเติบโตในส่วนของธุรกิจค้าปลีกในบ้านเรามีออกมาไม่ค่อยจะดีนัก เนื่องจากทุกวันนี้คนไทยสามารถเข้าถึงการ   ช้อปปิ้งได้ทุกที่ ทุกเวลา

เช่นเดียวกับการรับประทานอาหารนอกบ้านที่ปัจจุบันมีเรื่องของดิลิเวอรี่ ซึ่งเข้ามาแชร์การรับประทานอาหารนอกบ้านของคนไทยไปไม่น้อย เมื่อมองมาที่ธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวแล้ว พบว่ายังคงมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ UNWTO พบว่า คนทั่วโลกเดินทางท่องเที่ยวในปี 2018 ถึง 1,400 ล้านคน เติบโตจากปี 2017 ประมาณ 6% โดยภูมิภาคเอเชีย ยังเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีตัวเลขนักท่องเที่ยวสูงถึง 343 ล้านคน คาดว่าปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5 - 6% ขณะที่ภูมิภาคอาเซียน พบว่า น่าจะมีการเติบโตถึง 7% เนื่องจากเป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจ

 

การลงทุนในธุรกิจโรงแรมของสิงห์เอสเตท จึงมุ่งโฟกัสไปที่ประเทศที่เป็นเดสทิเนชั่นด้านท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นในยุโรป หรือประเทศญี่ปุ่น โดยมองถึงการเข้าไปเทคโอเวอร์โรงแรมที่มีอยู่เดิมเพื่อนำมาปรับปรุง และเพิ่มมาตรฐานในการให้บริการระดับโลกเข้าไป

สิงห์เอสเตท มีจุดมุ่งหมายที่จะนำบริษัทก้าวสู่การเป็นโกลบอล โฮลดิ้ง คอมปะนี ผ่านกลยุทธ์การขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ แน่นอนว่า ธุรกิจโรงแรมจะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยเติมให้ภาพดังกล่าวมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิงห์ เอสเตทเอง ต้องการที่จะใช้ภาพของการเป็น โกลบอล โฮลดิ้ง คอมปะนี  สะท้อนมาสู่การทำตลาดในประเทศไทย ในฐานะที่เป็นแบรนด์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีมาตรฐานระดับโลก.....

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.