“บีจีซี”ทุ่ม 400 ล.อัพเกรดเทคโนโลยีผลิตแก้ว พร้อมรุกตลาดตปท.เพิ่มสัดส่วน 20% ในอีก 3 ปี

Jun 13, 2019 A.Kanitha

บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจีซี (BGC) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้วครบวงจรในเครือบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วอันดับ 1 ของประเทศไทยด้วยกำลังการผลิต 3,495 ตันต่อวัน ปีนี้เดินหน้าทุ่มเม็ดเงินอัพเกรดเทคโนโลยีการผลิต 400 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์บรรจุแก้วเป็นอีกโปรดักท์ที่มีเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ เข้ามาทุกปี ในแต่ละปี BGC ได้มีการลง ทุนเพื่ออัพเกรดเทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง 3-4% ของรายได้ ซึ่งในปีนี้ใช้เม็ดเงินลงทุน 400 ล้านบาทไปกับเทคโนโลยีด้านต่างๆ โดยไฮไลท์อยู่ที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์แขนกลหรือ Swabbing Robot ทำให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเทคโนโลยีที่เข้ามาลดการใช้พลังงาน เช่น ซอฟท์แวร์ควบคุมการใช้ก๊าซในเตาหลอม ทำให้พลังงานความร้อนเสถียร ลดการใช้พลังงาน และ Lightweight Technology ที่มีการขึ้นรูปขวดแก้วด้วยวิธี Narrow Neck Press and Blow หรือ NNPB ช่วยทำให้การกระจายตัวของก้อนแก้วในขั้นตอนการขึ้นรูปมีความสม่ำเสมอขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ขวดมีเยื่อผิวแก้วที่สม่ำเสมอ เงา มีน้ำหนักเบาลงบางลง แต่ยังคงมีความแข็งแรงเท่าเดิม ลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดการใช้ทรัพยากรในการผลิต และช่วยลดการใช้พลังงาน

มากไปกว่านั้น BGC มีแผนที่จะนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการผลิตซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อป้องกันการขาดแคลนแรงงานในอนาคต ซึ่งนับวันจะมีแรงงานเข้ามาในระบบน้อยลง โดยปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการติดเซ็นเซอร์อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตในขั้นตอนต่างๆ รวมถึงจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อเอื้อให้ AI นำข้อมูลมาวิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

อีกด้านหนึ่ง BGC วางแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ตลาดส่งออกมากขึ้น คาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 10% จากเป้ารายได้รวม 11,000 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 20% ในอีก 3 ปีข้างหน้า

“เราพยายามสร้างการเติบโตจากตลาดส่งออกให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันรายได้บริษัทกว่า 93% มาจากตลาดภายในประเทศ ซึ่งเรามองว่าตลาดส่งออกมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง มาจากกระแสความนิยมด้านการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเรามีแผนขยายกลุ่มลูกค้าไปยังผลิตภัณฑ์แก้ว High Value เช่น บรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่มราคาแพง เนื่องจากยังมีผู้ผลิตอยู่จำนวนน้อยราย มีกระบวนการผลิตที่ยากและซับซ้อน จำเป็นต้องใช้ความชำนาญสูง”

ทั้งนี้ปัจจุบันตลาดส่งออกของ BGC อยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา นอกจากนี้ยังส่งสินค้าไปยังภูมิภาคออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ยุโรป และอินเดียเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าไปขยายตลาด อย่างไรก็ดี BGC ยังได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน โดยเริ่มมีออเดอร์จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.