ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาฟื้นตัว หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณผ่อนคลายเชิงนโยบาย

Jun 11, 2019 -None-

วิเคราะห์เจาะลึกประเด็นการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 10 - 14 มิถุนายน 2562 

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (4 – 7 มิ.ย.) ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังจากถ้อยแถลงของประธาน Fed ส่งสัญญาณว่า Fed อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยังได้แรงหนุนจากรายงานว่า สหรัฐฯ อาจจะเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก ด้านตลาดหุ้นไทย ปิดบวกเช่นกัน หลังเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ช่วยหนุนเงินทุนไหลเข้า ขณะที่นักลงทุนรอติดตามความคืบหน้าปัจจัยการเมืองภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นจีนยังคงปรับลดลง จากความกังวลข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ประกอบมีรายงานว่า Huawei ปรับลดคาดการณ์ยอดขายสมาร์ทโฟนลง ในส่วนของราคาน้ำมันดิบ ปรับเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการที่ซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า กลุ่มโอเปกใกล้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงในเดือน มิ.ย.นี้

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก หลังจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระบุว่า Fed จะดำเนินการในสิ่งที่จำเป็นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และอาจนำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) กลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ ดัชนีฯ ยังได้แรงหนุนจากรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจจะเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกในวันที่ 10 มิ.ย. นี้
 
ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวก หลังตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของยุโรปออกมาดีกว่าคาด ส่วนผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และปรับเพิ่มคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนในปีนี้ ขณะที่ ECB ระบุว่า จะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอย่างน้อยจนถึงกลางปีหน้า
 
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดบวก ได้แรงหนุนจากการที่ประธาน Fed ส่งสัญญาณว่า Fed อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นจีน (A-Share) ปิดลบ จากความกังวลข้อพิพาททางการค้า และตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้นกลุ่มสื่อสาร หลังมีรายงานว่าบริษัท Huawei ปรับลดคาดการณ์ยอดขายสมาร์ทโฟนลง
 
ตลาดหุ้นไทย ปิดบวก โดยได้รับปัจจัยเชิงบวกจากการที่ Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายเชิงนโยบาย และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ช่วยหนุนเงินทุนไหลเข้า ทั้งนี้ นักลงทุนรอติดตามความคืบหน้าปัจจัยการเมืองภายในประเทศ
 
ตลาดน้ำมัน ปิดบวก โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ สัปดาห์ล่าสุดปรับลดลงอย่างมาก และจากการที่ซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า กลุ่มโอเปกใกล้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน จากเดิมที่ข้อตกลงจะสิ้นสุดลงในเดือนมิ.ย.นี้ 
 
ตลาดทองคำ ปิดบวกต่อเนื่อง โดย นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และนักลงทุนคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมทั้ง สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า
 
เหตุการณ์สำคัญ (KEY EVENTS)
  • ติดตามข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยบรรณาธิการของ Global Times เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางการจีนกำลังหามาตรการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีบางส่วนไปยังสหรัฐฯ โดยคาดว่า เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯได้ออกมาตรการต่อต้าน Huawei แม้ว่า ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง จะระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐฯ-เม็กซิโก ส่งสัญญาณที่ผ่อนคลายลง หลังสหรัฐฯ ได้ระงับแผนการเก็บภาษีสินค้านำเข้าของเม็กซิโกในวันที่ 10 มิ.ย. เนื่องจาก เม็กซิโกได้ตกลงที่จะดำเนินมาตรการเพื่อยับยั้งผู้อพยพผิดกฎหมายจากเม็กซิโกเข้าสู่สหรัฐฯ
  • ติดตามประเด็นการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) ที่อาจสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนมากขึ้น หลังกระบวนการคัดเลือกผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่ จะเริ่มในวันที่ 10 มิ.ย. และคาดว่าจะทราบผลการคัดเลือกอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 26 ก.ค.นี้ โดยคาดว่า นายบอริส จอห์นสัน ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษแบบไม่มีข้อตกลง (No deal Brexit) และสนับหนุนให้เกิดการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) ภายใน 31 ต.ค.นี้ จะเป็นตัวเต็งหัวหน้าพรรคคนใหม่
  • ประเด็นการเมืองในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่รัฐสภาได้มีการเลือกพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 โดย นักลงทุนรอติดตามการจัดตั้งคณะรัฐบาล ซึ่งจะสะท้อนถึงความต่อเนื่องของการดำเนินโยบาย และความมีเสถียรภาพทางการเมือง
มุมมองของเราในสัปดาห์นี้
เราคาดว่า ตัวเลขเศรษฐกิจจีนและสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มชะลอตัวลง  จากผลกระทบของสงครามการค้า ขณะที่ ความกังวลต่อประเด็นประเด็นเรื่อง Brexit แบบไร้ข้อตกลง และประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ยังคงกดดันการลงทุนในตลาดหุ้น หลังนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ พบกับนายอี้ กัง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ในการประชุมสุดยอดรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศ G20 แต่ยังไม่สามารถมีข้อตกลงใด ๆ จนกว่าผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะพบกันในการประชุม G20 ที่ญี่ปุ่น ในวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ โดยนายอี้ กัง กล่าวว่า จีนมีนโยบายมากพอในการรับมือ หากสงครามการค้ารุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นอาจได้รับแรงหนุน จากการที่ นักลงทุนคาดหวังว่า ธนาคารกลางหลักๆ เช่น Fed และ ECB  จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว จากผลกระทบของสงครามการค้า ขณะที่ ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จากความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งช่วยสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ท่ามกลางเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า
ปัจจัยจับตาสัปดาห์นี้
  • ตัวเลขเศรษฐกิจ ได้แก่ ยอดส่งออก-นำเข้าของจีน / ยอดคำสั่งซื้อเครื่องจักรของญี่ปุ่น / ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่น และอังกฤษ / อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และจีน / ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ และจีน / การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีน
  • เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ ความคืบหน้าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-ประเทศคู่ค้า / ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) / การจัดตั้งรัฐบาลของไทย

วิเคราะห์โดย: SCB CIO Office

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn